คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 26
พี่ลองไปหาอ่านดูนะครับคุณน้อง
ก็พอสรุปได้ว่า ถึงแม้ลิ้นงูจะอยู่ในปากก็จริงและก็แน่นอนว่าในช่องปากของงูก็จะมีกลิ่นแบบเหม็น ๆ นี่แหละ แต่เมื่องูแลบลิ้นออกไปสัมผัสอากาศ ด้วยความไวของอวัยวะรับกลิ่นที่ลิ้นของมันจะสามารถตรวจจับโมเลกุลของกลิ่นได้ และที่สำคัญก็คือด้วยความที่เป็นลิ้นแบบ 2 แฉกงูจึงสามารถตรวจจับทิศทางและที่มาของกลิ่นได้ด้วย
และเมื่องูดึงลิ้นกลับเข้าไปในปาก จะมีอวัยวะอยู่ส่วนบนในช่องปากของงูเรียกว่า Jacobson’s organ ซึ่งอวัยวะนี้จะแปลความหมายทางเคมีของโมเลกุลกลิ่นที่เพิ่งจะติดกับปลายลิ้น และส่งสัญญาณไปที่สมอง นี่คือกลไกแบบคร่าว ๆ ในการรับกลิ่นของงูครับคุณน้อง ดังนั้นก็น่าจะวิเคราะห์ได้ว่าโมเลกุลของกลิ่นจากลิ้นที่แลบออกไปและดึงกลับเข้ามาคือความแตกต่างที่อวัยวะตัวนี้สามารถตรวจจับและแปลเป็นกลิ่นได้ครับ โดยที่ความเหม็นในช่องปากไม่มีผล
ก็พอสรุปได้ว่า ถึงแม้ลิ้นงูจะอยู่ในปากก็จริงและก็แน่นอนว่าในช่องปากของงูก็จะมีกลิ่นแบบเหม็น ๆ นี่แหละ แต่เมื่องูแลบลิ้นออกไปสัมผัสอากาศ ด้วยความไวของอวัยวะรับกลิ่นที่ลิ้นของมันจะสามารถตรวจจับโมเลกุลของกลิ่นได้ และที่สำคัญก็คือด้วยความที่เป็นลิ้นแบบ 2 แฉกงูจึงสามารถตรวจจับทิศทางและที่มาของกลิ่นได้ด้วย
และเมื่องูดึงลิ้นกลับเข้าไปในปาก จะมีอวัยวะอยู่ส่วนบนในช่องปากของงูเรียกว่า Jacobson’s organ ซึ่งอวัยวะนี้จะแปลความหมายทางเคมีของโมเลกุลกลิ่นที่เพิ่งจะติดกับปลายลิ้น และส่งสัญญาณไปที่สมอง นี่คือกลไกแบบคร่าว ๆ ในการรับกลิ่นของงูครับคุณน้อง ดังนั้นก็น่าจะวิเคราะห์ได้ว่าโมเลกุลของกลิ่นจากลิ้นที่แลบออกไปและดึงกลับเข้ามาคือความแตกต่างที่อวัยวะตัวนี้สามารถตรวจจับและแปลเป็นกลิ่นได้ครับ โดยที่ความเหม็นในช่องปากไม่มีผล
แสดงความคิดเห็น
ถ้างูใช้ลิ้นดมกลิ่น แล้วงูมันจะเคยเหม็นปาก เหม็นขี้ฟันตัวเองไหมคะ
แล้วการมองเห็นคลื่นความร้อน แบบกล้องอินฟราเรด นี่ จุดรับข้อมูล หรือประสาทสัมผัส อยู่ที่ดวงตาของงู ด้วยเลยไหมคะ