ถ้าต้องเลือกระว่างความถูกต้องกับความสุขคุณจะเลือกอะไร

กระทู้สนทนา
เราเป็นคนไม่กล้าที่จะทำอะไรก็ตามที่คิดว่ามันไม่ถูกต้องแม้สิ่งนั้นๆจะถูกใจละมีความสุขมากก็ตามอย่างวันนี้ เราได้เลือกสิ่งที่ถูกต้องคือการกลับบ้านมาอยูกับครอบครัวการที่เรากลับบ้านเป็นการทำเพื่อลูกทั้งสิ้น เรายอมทิ้งความสุขที่ทำงานแค่คำว่าลูกคิดถึงเราอยากให้เรากลับบ้าน ประจวบเหมาะกับงานที่บ้านเรามีพอดีเราจึงกลับมาทำงานที่บ้านด้วย แต่เราก็มีความสุขนะเพราะเรารักและคิดถึงลูกมากมันเป็นการแลกหมัดต่อหมัดทดสอบว่าเราจะเลือกอะไรระว่างความรักต่อลูกหรือรักครั้งใหม่  เราเป็นคนต่างจังหวัดเราได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในกรุงเทพเพราะเราเป็นหนี้ร่วมกับสามีของเราโดยที่เราได้ตกลงกับสามีว่าเราขอไปทำงานที่โรงงานเดียวกับพี่สาวสามีเพื่อช่วยกันปลดหนี้เราตามใจสามีที่เขาอยากให้เราอยู่ไกล้พี่สาวของเขาเราก็ทำตามเพราะเราคิดว่ามันถูกต้องแล้วจะได้สบายใจทั้งเราและสามีเราออกเดินทางวันนึงเต็มๆเพราะจังหวัดที่เราอยู่นั้นห่างไกลจากกรุงเทพมากประจวบกับรถติดจึงทำให้เรายังไม่ได้ไปสมัครงานในวันถัดมาเราวางมัดจำห้องที่อยู่ติดกับห้องพี่สาวสามีวันนั้นเราเหนื่อยมากจึงคิดว่าจะไปสมัครวันถัดไปเราอายุ34ปีมันทำให้เราไม่สามารถเลือกงานได้มากนักเราทำงานในโรงงานเดียวกันชั้นเดียวกันกับพี่สาวสามีเราอยู่แผนกตัดส่วนพี่สาวสามีเขาอยู่แผนกเอกสาร เราคิดอยู่เสมอว่ามาทำงานเพื่อปลดหนี้จะได้รีบกลับไปหาลูก(สามีของเราทำงานในเทศบาลแต่เงินดือนของเขาเมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วแทบไม่เหลือให้ลูกไปโรงเรียนเราจึงตัดสินใจมาทำงาน) เรามาทำงานวันแรกตอนพักเที่ยงเรายังไม่รู้ว่าโรงอาหารอยู่ที่ใหนพี่สาวสามีโทรบอกให้เรายืนรอหน้าตึกซึ่งเรามารู้พายหลังว่าตึกนั้นคือโรงอาหารเรายืนรอพีสาวสามีอยู่พักนึง มีผู้ชายคนหน้าตาดีมากอายุก็ราวๆ23-24เนียล่ะซึ่งเราคิดว่าเด็กมากแต่ไดๆคือหล่อมากมันมองหน้าเราตั้งแต่หัวจรดเท้าไอ้เราก็มองดูตัวเองนะเราคิดว่าไอ้เด็กมองเราทำไมหรือว่ามันเห็นเรามาจากบ้านนอกจึงมองเราแบบเหยียดๆมองเสร็จมันก็เดินจากไปแต่แววตามันแปลกๆจะว่าเหยียดก็ไม่ใช่ สักพักพี่สาวสามีก็เดินมาพาเราไปกินข้าววันต่อมาเรามาทำงานและไปกินข้าวเที่ยงเหมือนเดิมวันนี้เราเดินมากินเองเพราะรู้ว่าโรงอาหารอยู่ใหนแล้วเรานั่งกินข้าวที่โต๊ะยาวนั่งได้หลายคน2ฝั่งเรามองไปยังโต๊ะถัดไปที่ฝั่งตรงข้ามเราเห็นเด็กคนนั้นกำลังมองมาที่เรามองแบบเดิมที่แรกเราคิดว่ามันมองคนข้างหลังเราหรือเปล่าเราเลยหลังไปดูแต่ไม่มีใครเราหันไปหาเด็กนั่นอีกครั้งมันกำลังกินข้าวสักพักมันก็มองอีกแววตาแบบเดิมเราเลยหลบสายตามันทำเป็นไม่สนใจในใจเราคิดว่ามันต้องเหยียดเราแน่ๆมันหน้าดีขนาดนี้ต้องเป็นกรุงเทพแน่ เสื้อผ้าเราก็เก่าๆดำๆก็มาจากบ้านนอกอ่ะเอาอะไรมากมายก็คิดแค่ว่า มาทำงาน มาทำงาน มาทำงานไม่ได้คิดอะไรไม่สนใจเรื่องเสื้อผ้าแค่ไม่ไส่ผ้าขาดก็พอ วันที่3ตอนเที่ยงที่โรงอาหารเหมือนเดิมแววตาคู่เดิมเราก็รกเหมือนว่ามันมองอะไรว่ะแต่คราวนี้เราไม่หลบสายตามันเราใช้สายถามมันเลยมองอะไรนักหนามันก็มองกลับสักพักก้มลงกินข้าวสักพักเงยหน้าขึ้นมามามองแล้วอมยิ้มนิดๆแล้วมันก็ทำแบบนั้นจนกินข้าวเสร็จวันต่อมาก็เหมือนเดิมมันทำอยู่อย่างนั้น3อาทิตย์เราก็เริ่มแปลกใจแล้วหรือว่ามันจะชอบเรา พออาทิตย์ที่4เป็นเว้ยเป็นเราที่เป็นฝ่ายมองหามันแต่ไม่เจอเราเลยคิดว่าเราคงคิดไปเองมังคงเป็นนิสัยของมันที่ชอบมองไปมองมาเราคงมองไปสบตาแค่นั่นไม่ได้คิดอะไร เราก็ปล่อยเวลาผ่านไปเราเองก็แทบลืมมันแล้วล่ะตอนนั่นน่ะเพราะเราไม่เห็นมันก็นานอยู่แต่วันนึงเรานั่งมัดงานอยู่ดีๆพอเงยหน้าขึ้นเท่านั้นล่ะมันมาอีกแล้วเข็นรถไส่อะไหล่งานมาด้วยมือกับขาก็เข็นเดินไปแต่สายตาคู่นั่นมองมาอีกแล้ว เราสงสัยทั้งวันว่ามันเป็นอะไรว่ะไอ้เด็กนี่เราเลยตัดสินใจถามอีเพื่อนข้างๆที่อยู่มานานเป็นยายประจำโรงงานเพราะมันหน้าจะรู้จักคนมากเราก็ถามแบบอ้อมๆอานะว่าไอ้เด็กนั่นน่ะมันทำงานแผนกอะไร โอ้ยอีเพื่อนมันตอบเหยียดเราเว้ย   อย่าสะเออะไปยุงกับเขาดูตัวเองด้วยเขามีเมียแล้วเขาไม่มามองคนอย่างงงงหรอกขนาดคนสวยกว่าเป็นร้อยเท่าที่เคยติดต่อให้เขายังบอกว่าเขามีเมียแล้วเลยแล้วมันก็มองด้วยสายตาเหยียดๆซึ่งๆๆๆแตกต่างจากสายตาของเด็กนั่น เราก็คิดคนเดียวอานะใหนอีนี่มันไม่มองคนอย่างเราไงแต่นี่มันแทบจะสิงกูแล้วนะ แล้ววันเวลาก็ผ่านไปถึง3เดือนโดยที่มันก็ทำอยู่แบบนั่นไปกินข้าวก็เจอขึ้นมาทำงานก็เจอสายตาคู่นั้นหลังๆเราแอบมองหามันด้วย(จริงๆนะอันนี้เรื่องจริง)พอไม่เห็นเราก็แอบเศร้านิดๆเหมือนเราได้ฟังอีเพื่อนเล่าแล้วเหมือนเราเป็นคนพิเศษเขาปฎิเศษคนอื่นแต่กับมองเรารู้สึกดีใจมีอยู่วันนึงทางโรงงานได้มีการตรวจสุขภาพประจำปีเราเองก็ได้สิทธตรวจเราตรวจจนจะเสร็จแล้วล่ะ(มันเป็นวันที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเราจนถึงตอนนี้)ด้วยที่ว่าเรากลัวเข็มจากการเจาะเลือดยังเหวออยู่เลยเดินยังไม่ถูกทางเลยเราเดินเอาฉี่ไปส่งถือฉี่มือสั่นเดินผ่านหน้าเด็กคนนั้นโดยไม่รู้ตัวแล้วสบตาแบบจังๆแทบชนจมูกกันเราอยู่บันไดขันที่2ส่วนมันอยู่พื้นราบ(ทั้งหล่อทั้งสูง)มันหันมาแบบห่างกันไม่กี่เซนตอนนั้นโลกทั้งใบหยุดหมุนไปเลยนิ่งสนิดคนในโรงงานมาตรวจสุขภาพพร้อมกันกว่าพันคนเห็นเรามันอยู่คนเดียวคนอื่นเรือนรางไปหมดเข่าแทบทรุดฉี่แทบหลุดมือจากสายตาวันนั้นเราเข้าใจว่ายังไง๊มันต้องสนใจเราแน่ เราเลยหาทางทดสอบว่าที่เราคิดมันจริงมัยวันนั้นบังเอินเรากลับบ้านช้าสุดเพราะเราขอทำโอกับแผนกเย็บ1ทุ่มเนียล่ะเราก็ลงมาแสกนหน้าตามปกติเราแอบเห็นนแล้วละว่ามันรอเราอยู่เราก็แอบมองมันนิดนึงแล้วแกร้งทำเฉยพอมันรู้ว่าเราแอบมองมัน(5555ขอขำหน่อยมันตลก)เท่านั้นล่ะเขินนตัวแทบบิดแต่มันก็พยามเดินนำหน้าเราเพื่อให้เราเห็นตลอดแล้วเดินเอียงข้างแล้วสายตามองมาที่เราจนสุดถนนจะข้ามทางเราก็ยิ้มใหญ่เลยเขินด้วยอายด้วยแล้วก็ขำมันด้วยจากกกกกวันนั้นเราสองก็แอบสบตากันมากขึ้นจนกระทั่งเรามาได้หัวหน้าของมันถักมันอีกวันนึงที่เราโรงอาหารได้ยินคับคล้ายคับคาว่าดีใจด้วยคุณพ่อลูกแฝดแต่ไม่ได้ยินไม่ชัดแต่ได้แค่นั้นก็ทำเอาเราเศร้าอยู่ไม่น้อยนะแต่ลึกๆแล้วเราก็คิดอยู่แล้วล่ะหล่อขนาดนี้ต้งมีเมียอยู่แล้วเลยไม่เสียใจอะไรมากแต่มันมองหน้าเราแบบเศร้าๆไงไม่รู้เราเองก็เหมือนจะเข้ามันนะเวลาก็ผ่านมันกลับบ้านอาทิตย์นึงแล้วกลับมามันดูโทรมไปเลยเว้ยก็คงจะไปเฝ้าเมียคลอดลูกอะไรประมาณเนียแล้วลูกแฝดด้วยคงจายุ้งอยากหน้าดูแต่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆแววตาที่รอคอยกลับมาอีกแล้วจ้าแววตาที่อ่อนหล้าของเด็กหนุ่มวัย23 24ที่แฝงไปด้วยการอ่อยส่งมายังหญิงชราภาพวัย34พิมไปก็ขำไปชั่งไม่สมเหตุสมผลเลย(แรกๆมาแอบเศร้าแล้วมาขำได้ไงว่ะ)เราก็คิดในใจมาจุดไฟให้กรูอีกแล้วทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่เคยคุยกันเลยจนถึงวันเนียเราเพิ่งรู้ว่ามันไม่ใช่คนกรุงเทพเมื่อมันกลับต่างจังหวัดแต่ไม่รู้ว่าจังหวัดอะไรกับวันถัดมามันคุยกับหัวหน้าที่เป็นคนอีสานเลยรู้ว่าไม่ใช่คนกรุงเทพก็เลยอ๋ออออบักหล่าค้าบบบบบบเลยแล้วมันก็ผ่านไปจนถึงปีใหม่ทางโรงงานก็จัดงานปีใหม่มีจับฉลากของขวัญก็มีเครื่องดื่มมีเอลกอฮออะไรบ้างเราขอเอลกอฮอจากเพื่อนผู้ชายแผนกตัดเลยกระดกลงไป2โบกมึนตึบแทบหงายหลังเลยเรากะว่ากินให้เมาเเล้วเข้าไปถามจังวะพี่นี้จะหน้าด้านให้ดูไอ้น้องเองรู้จักแม่เสือลูก2น้อยไป อ่อยพี่ดีนักบักหล่าค้าบบวันเนียพี่ถามแน่เราลุกจากที่นั่งเลยวันพี่ต้องถามเรากะจะถามดังๆว่าบักหล่าชอบพี่เหรอพี่มีครอบครัวแล้วนะพอจะก้าวขาไปเท่านั่นล่ะขาาาพันกันล้มทับหัวหน้าจากหมั่นๆต้องคลานเข้าห้องน้ำแล้วหันไปมองมันแล้วมันขำใหญ่เลยอับอายขายขี้หน้ามากเข้าห้องเป็นชั่วโมงจนหัวหน้าต้องเคาะประตูเลียกเขานึกว่าตายคาห้องน้ำเราเข้าห้องน้ำชั่วโมงนึงไม่ส่างจนถึงเวลาต้องจับของขวัญเราเลยเดินไปดูว่าถึงคิวเราอะยังคนเต็มไปหมดเราก็หาที่ยืนไม่รู้ด้วยนะว่าไปยืนอยู่ข้างหลังเด็กนั่น(จริ๊งไม่รู้)แล้วเขาก็หันมาประชั่นชิดอีกแล้ว(ขอเปลี่ยนจากคำนำหน้าว่ามันเป็นเขาแล้วนะตอนเนีย)อยากบอกว่าเมาไม่เมาก็ตามเราอยากหลอมเหลวตัวแล้วไหลลงบันไดไปเลยละลายแล้วละเหยไปเลยเเทนที่เราจะถามเขาให้รู้แล้วรู้รอดแต่ทั้งเขาและเราต่างเขินจนพูดไม่ออกจบด้วยการเดินจากกันไปแบบเขินๆงงๆทำเอาเราคีบลุกเป็นผู้ใกญ่วัย34ไม่ทันเลยเขินเป็นเด็ก14เลยเราทั้งเสียดายทั้งอายที่ไปเขินต่อหน้าเขาแบบนั้น หลังจากนั้นพวกเราก็แยกย้ายกลับบ้าน บางคนกลับต่างจังหวัดเราเป็นอีกคนที่กลับบ้านต่างจัหวัดเรากลับบ้านสามีถือโอกาสไปเยี่ยมแม่สามีด้วยเรานัดกันกับสามีและลูกให้ขึ้นมาเจอที่บ้านเขา(สามีและลูกอยู่บ้านเราอีกจังหวัดนึง)เรากลับพร้อมกันกับพี่สาวสามี เชื้อมัยว่าสามีของเราขอเรามีอะไรตั้งแต่วันแรกเราไม่รู้สึกมีความสุขเลยเราฝืนมากหรือว่าเราเมาอยู่หรือเปล่าเราก็ปล่อยเขาทำให้มันเสร็จๆไปหลังจากนั้นอีก2วันเขาก็มีอะไรกับเราทุกวันเขาคงจะกระหายนั่นล่ะต่างจากเราแทบไม่รู้สึกอะไรออกจะรำคาญด้วยซ้ำหลังจากนั้นเราก็พาลูกมากรุงเทพเพราลูกชายเราอยากเห็นห้องพักของเราลูกชายคนเล็กของเราไม่เคยเห็นรถแทร็กซี่นับใหญ่เลยเว้ยคันนั้นสีเขียวขันนั้นสีชมพูเราทั้งสงสารทั้งเอนดูเลยแซวไปว่าไอ้เด็กบ้านนอกเอ้ยจะเอาอะไรกับเด็กป4ที่รูปร่างเหมือนฮิปโปหมูเด้งส่วนลูกชายคนโตเป็นหนุ่มม1นั่งนิ่งเพราะเมารถรูปร่างสูงเพราะเป็นนักบาสของโรงเรียนจริงๆตอนนั้นเรามีความสุขที่สุดจนไม่อยากจากลูกเราไปใหนพอมาถึงห้องลูกชายคนเล็กตื่นเต้นใหญ่เลยเว้ยวันต่อมาเราพาลูกไปเดินห้างพอจะขึ้นบันไดเลื่อนเราแกร้งทิ้งลูกชายคนเล็กไหว้ข้างล่างเขาตกใจขึ้นเลื่อนไม่เป็นเรากับไอ้คนโตยืนขำอยู่ข้างบนเรามองลงมาข้างล่างเห็นไอ้คนเล็กงอนเราใหญ่เลยเราเลยซื้อป๊อปคอร์นถ้วยใหญ่กับไก่อบ1ตัวตบท้ายด้วยไอสครีมอี1ถ้วยเขาค่อยเดินตามเรามาส่วนคนโตเราก็ซื้อเครื่องสำอางกับน้ำหอมให้เขาพอเขาเริ่มเป็นหนุ่มก็เริ่มมีกลิ่นตัวเหมือนผู้ใหญ่ลูกทั้ง2คนมีความสุขมากเราก็กมีความสุขไปด้วยวันเวลาล่าวนี้เราอยากเก็บมันไว้นานๆพอถึงวันที่ลูกเราจะกลับบ้านเราคิดถึงลูกกับสามีเรามากเราว่าเรากลั้นน้ำตาแล้วนะแต่ไม่อยู่เรายืนส่งลูกจนลับตาไปเราขึ้นมาร้องต่อบนห้องคอยโทรถามว่าเขาถึงใหนจนกลับถึงบ้านเราค่อยสบายใจขึ้น วันต่อมาโรงงานเปิดเราไปทำงานตามปกติทุกอย่ากเป็นเหมือนเดิมยกเว้นเขาไม่มากินข้าวที่โรงอาหารตอนเที่ยงแต่เจอที่ใหนเขาก็มองเหมือนเดิมเขินมากกว่าเดิมอีกผ่านไปอาทิตย์นึงเราคิดว่าเราคงได้อยู่อีกยาวๆสักวันหนึ่งเขาคงกล้ามาถามเราและเราก็คงกล้าไปถามเขาเหมือนแต่เหตุการมันไม่ได้เป็นแบบนั้นน่ะสิเรากลับบ้านมาตอนเย็นกำลังจะถึงห้องสามีของเราโทรมาบอกว่างานที่เทศบาลเขารับคนแล้วนะอยากกลับบ้านป่าวสามีเรายื้นคำขาดด้วยว่าต้องให้คำตอบในวันนี้น่ะมาไม่มา ตอนนั้นใจเราชั่งระว่างความรักของครอบครัวกับความชอบเด็กคนนั้นสักพักเราโทรสามีเราว่าเราจะกลับบ้านหมายความว่าเราเอาชนะความชอบที่ไม่ถูกต้องวันต่อมาเราก็ไปลาออกเลยเราบอกพี่สาวเสามีว่าจะกลับบ้านเพราะเรามีงานที่บ้านทำเเล้วพี่สาวสามีก็เข้าใจวันนั้นเราพยามสบตาเขาให้มากที่สุดเพื่อบอกเขาว่าเราจะไม่อยู่แล้วเราเห็นแววตาเขาจากวันแรกที่ได้สบตาจนถึงวันที่จะต้องจากแววตาเขายังเหมือนเดิมทุกอย่างตอนเย็นเราเดินกลับบ้านแบบเจ็บปวดเราไม่คิดว่ามันจะเศร้าขนาดนี้ไม่มีโอกาสได้คุยกันเลยได้แค่มองตา ถ้าเราได้คุยกันสักนิดเราจะได้ไม่ต้องค้างคาใจกับความสังสัยที่มีมาตลอด ถ้าเขาตอบว่าผมก็มองไปอย่างนั้นไม่ได้คิดอะไรเราคงสบายใจขึ้นมาก แต่ถ้าเขาตอบว่าผมชอบพี่เราจะบอกเขาว่าเรามีครอบครัวแล้วนะแต่พี่ก็ชอบเธอมากคำตอบของเธอจะตอบอย่างไรพี่รับได้ทุกอย่างขอแค่ได้รู้คำตอบ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่