
Ep.1 สนามบินนาริตะ - Hakuba - Tsugaike
https://pantip.com/topic/43975161
สวัดีครับ เริ่มกันต่อที่ Ep. 2 เป็นวันที่ 11 กพ 69
เข้าสู่การเล่น Snow Borad ของวันที่2 ครับ การรีวิวหลังจากนี้จะไม่ค่อยมีอะไรมาก ถือว่าเอาบรรยากาศของแต่ละวันมาให้ชมนะครับ
ส่วนเรื่องรายละเอียดของการเดินทางตั้งแต่มาถึงสนามบิน นาริตะ ย้อนกลับไปดูที่เริ่มต้นใน Ep.1 เป็นตอนแรกนะครับ
อย่างที่บอกว่า เมื่อวานดูพยากรณ์ไว้แล้วว่าวันนี้หิมะจะตก เย้ และมันก็จริง วันนี้จะได้เล่น Snow Borad ท่ามกลางหิมะแล้ว ผมว่าหิมะมันนุ่มมากๆเวลาเล่น แถมเวลาล้มแล้วไม่ค่อยเจ็บด้วย พูดได้สิครับ เพราะเมื่อวานได้วิวสวยๆของแสงแดดและภูเขาแล้ว วันนี้ขอเก็บบรรยากาศของหิมะแบบเต็มๆทั้งวันไปเลย
ก่อนจะไปดูรูปเมือง Tsugaike ของวันที่ 2 การจะมาเที่ยวญี่ปุ่น สิ่งสำคัญมากที่สุดคือเน็ตซิม บอกก่อนว่าต้องทำการบ้านพอสมควร
และผมเองก็ยังคงใช้ eSim เหมือนเดิมนะครับ เลือกเป็น eSim ของค่าย Vacay สีส้มๆเด่นๆนี่แหละครับ เพราะว่าลองเทสการใช้งานมาหลากหลายประเทศมากๆ และสัญญาณของค่ายนี้ใช้งานได้ง่าย เชื่อมต่อได้ง่าย และเน็ตก็ไปจับสัญญาณของท้องถิ่นเลย ทำให้การใช้งานในเรื่องของสัญญาณ ไม่ต้องพูดถึง ก็คือเสมือนเราใช้ซิมท้องถิ่นบ้านเขาเลยครับ
ใครที่ยังไม่เคยใช้งานประเภท eSim มาทำความเข้าใจกันก่อนเบื้องต้น
หากจะมองง่ายๆก็คือ เหมือนเราใช้ซิมแบบเมื่อก่อน เวลาไปต่างประเทศก็จะต้องซื้อซิมใหม่ หรือที่เรียกว่าซิมเน็ตใช่ไหมครับ แต่ในยุคปัจจุบันนี้มันง่ายกว่านั้นมาก ง่ายกว่าการถอดซิมแล้วแกะสลับไปมา เสี่ยงซิมหายไปอีกแบบไม่รู้ตัว กลับเมืองไทยก็ต้องไปทำซิมใหม่เหมือนเดิม
eSim จึงได้เข้ามามีบทบาทสำคัญมากๆในตอนนี้
ถามต่อว่า แล้วมันมาจากที่ไหน ?
ตอบ ง่ายมากๆ มันมากจากฟังก์ชั่นในมือถือพวกเรานี่แหละครับ ปัจจุบันนี้มือถือแทบทุกรุ่นจะมีบริการ esim ในเมืองถือ ถ้าใครไม่เชื่อนะครับ ลองเอามือถือขึ้นมากแล้วไปที่
1.การตั้งค่า
2.เซลลูล่า
3.จะมีบริการขึ้นมาว่า esim ถ้าเจอก็คือว่า นั่นหมายถึงเครื่องเรารองรับบริการที่เรียกว่า eSim นั่นเองครับ
ดังนั้น ปัจจุบันนี้ eSim จะมีหลากหลายค่าย และการสมัครใช้งานก็ง่ายขึ้นมาก ยกตัวอย่าง เมื่อเราสนใจจะไปญี่ปุ่น เราก็ไปดูแพ็กเกตค่ายต่างๆ (อารมณเหมือนเหมือน เอไอเอส ดีแทค ทรู ) ประมาณนั้นเลย อันที่จริง บริการพวกโรมมิ่งใช้เน็ตจากค่ายก็ยังมีอยู่นะครับ แต่เชยไปแล้วในความเห็นส่วนตัว จะมีพวกค่ายต่างๆเกิดขึ้นมากมาย เช่น ค่าย Vacay เป็นบริการหนึ่งของเครือข่ายต่างประเทศนั่นเอง
เมื่อเราเข้าไปเลือกแพ็กเกตในประเทศที่เราจะไป เช่น ญี่ปุ่น ตามรูปจะมีประเทศต่างๆให้เลือกครับ
เมื่อเรากดไปที่ญี่ปุ่น ก็จะมีค่าย หรือ เครือข่ายและราคาของแพ็กเกตให้เราเลือก เราสามารถระบุได้เลยนะครับว่าจะไปกี่วัน ประเทศอะไร
และจะใช้เน็ตประมาณกี่ GB หรือ ไม่จำกัดจำนวน ก็ไปเลือกซื้อออนไลน์ได้เลย ทริปนี้ผมเลือกค่าย Vacay นี่แหละครับ และในไส้ในของแพ็กเกตก็เลือก KDDI เพราะตั้งใจใช้เน็ตแบบอัลลิมิตครับ เพื่อจะได้เปิดดูหนัง ฟังเพลง อัพโหลดรูปแบบจุกๆไปเลย ราคาก็ไม่แพงด้วย และที่สำคัญเน็ตถือว่าดีมาก ครอบคลุมญี่ปุ่นทั้งหมด ทุกเมือง การที่เน็ตจะช้า หรือ เร็ว ก็อารมณืเหมือนบ้านเรานะครับ ถ้าในเมืองไม่ต้องพูดถึงเลย เร็วแรงดีปกติ แต่ถ้าไปต่างจังหวัดเหมือนเราไปตามเขาไปตามดอยเน็ตก็มีช้าบ้าง นี่ก็คล้ายกัน ไปญี่ปุ่นเมืองไกลมากบนเขา เน็ตก็มีช้าลงเป็นปกติ แต่โดยรวมเน็ต Vacay ดีครับผมเลยแนะนำต่อ
ถ้าใครยังไม่ค่อยเข้าใจ ผมแนะนำเข้าเว็ปไปลองกดเลือกแพ็กเกตกันก่อนครับ จะได้ใจว่าในเว็ปเขามีอะไรบ้าง
ลองจำลองกดได้ครับ ว่าไปกี่วัน และจะใชเน็ตกี่ GB ระบบจำคำนวนราคาให้เราได้เลย เราก็เลือกตามงบที่เราวางแผนไว้
ผมแปะลิงค์ไว้ให้ครับ
https://esim.vacay.asia/th/th/?thref=withmyshutter
ตัวอย่างที่ผมซื้อไว้นะครับ ของ Vacay จะบอกรายละเอียดที่ด้านล่างแพ็กเกตที่เราเลือก เพื่อความเข้าใจของเราเวลาใช้งานเมื่อถึงญี่ปุ่นนะครับ
เริ่มต้นการเดินทางเช้านี้ วันที่ 12 กพ 2569
เป็นวันที่ 2 ของการเล่น Snow Borad นะครับ ตื่นเช้ามาก็เจอหิมะตกแล้ว มันชุ่มฉ่ำตามจริงๆครับ
ความรู้สึกก็จะแตกต่างกับวันแรก แม้เป็นที่เดียวก็ตาม หิมะฟูๆตกลงมาจากฟ้า เกาะตามกิ่งก้านต้นไม้อย่างสวยงามเลยครับ และพลาดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปสวยๆเก็บไว้มากมายเช่นเดิม
อดไม่ได้หรอกครับ หิมะสวยขนาดนี้ ผมก็วิ่งลงไปจากห้องพัก ชุดที่ใส่ก็ยังไม่หนา แต่เห่อหิมะมากๆ ก็ลงไปถ่ายรูปเก็บไว้เลย
หลังจากที่ทานอาหารเช้า และถ่ายรูปเล่นหน้าที่พัก ผมก็ลงไปที่ออฟฟิศก่อนครับ เหมือนเดิม
ผมซื้อตั๋วเดิมครับ แบบ Beginner เหมาทั้งวัน ขึ้นลงลิฟท์ไม่อั้น แต่เฉพาะโซนสีเขียวนะครับ ราคา 4900 เยน
ผมว่าเป็นราคาที่คุ่มค่ามากๆ เหมาะสำหรับเราหัดเล่น Snow Borad แบบฉ่ำๆเหมือนหิมะเลย
นอกจากจะได้เล่นสกีบรรยากาศแบบหิมะแล้ว มองไปทางไหนก็สวยไปหมดจริงๆครับ
ขนาดแค่นั่งกระเช้าห้อยขา ถ่ายรูปมาก็เหมือนเหมือนหิมะ หิมะก้อนโตปลิวลงมาจากฟ้า มันฟินส์จริงๆ
หลังจากที่เล่นแบบตลอดเวลา ไม่พักไม่ผ่อนเลย ก็กลับลงมาด้านล่างครับ หิวน้ำ ที่ด้านล่างของลานสกี Tsugaike มีร้านค้ามากมายเลยครับ ทั้งร้านกาแฟ ร้านเบียร์ ร้านอาหาร หรือใครอยากนั่งฟังเพลงชิวๆก็มีบริการ
แล้วก็เริ่มหิวแล้วนะครับ เที่ยงวันนี้ผมเดินข้ามไปอีกกระเช้า ข้างๆกันครับไม่ไกล จะมีลานสกีขนาดใหญ่อีกอันหนึ่ง และมีศูนย์อาหารขายที่นี่มากมาย
เข้าไปก็หาเมณูกินครับ ผมเน้นข้าวแหละเป็นหลัก ราเม็งไม่อยู่ท้องแน่นอน เพราะเดี๋ยวต้องออกไปเล่นสกีต่อครับ
Hakuba trip เที่ยวญี่ปุ่นและเล่นสกีด้วยตัวเอง Tsugaike Ep.2
Ep.1 สนามบินนาริตะ - Hakuba - Tsugaike
https://pantip.com/topic/43975161
สวัดีครับ เริ่มกันต่อที่ Ep. 2 เป็นวันที่ 11 กพ 69
เข้าสู่การเล่น Snow Borad ของวันที่2 ครับ การรีวิวหลังจากนี้จะไม่ค่อยมีอะไรมาก ถือว่าเอาบรรยากาศของแต่ละวันมาให้ชมนะครับ
ส่วนเรื่องรายละเอียดของการเดินทางตั้งแต่มาถึงสนามบิน นาริตะ ย้อนกลับไปดูที่เริ่มต้นใน Ep.1 เป็นตอนแรกนะครับ
อย่างที่บอกว่า เมื่อวานดูพยากรณ์ไว้แล้วว่าวันนี้หิมะจะตก เย้ และมันก็จริง วันนี้จะได้เล่น Snow Borad ท่ามกลางหิมะแล้ว ผมว่าหิมะมันนุ่มมากๆเวลาเล่น แถมเวลาล้มแล้วไม่ค่อยเจ็บด้วย พูดได้สิครับ เพราะเมื่อวานได้วิวสวยๆของแสงแดดและภูเขาแล้ว วันนี้ขอเก็บบรรยากาศของหิมะแบบเต็มๆทั้งวันไปเลย
ก่อนจะไปดูรูปเมือง Tsugaike ของวันที่ 2 การจะมาเที่ยวญี่ปุ่น สิ่งสำคัญมากที่สุดคือเน็ตซิม บอกก่อนว่าต้องทำการบ้านพอสมควร
และผมเองก็ยังคงใช้ eSim เหมือนเดิมนะครับ เลือกเป็น eSim ของค่าย Vacay สีส้มๆเด่นๆนี่แหละครับ เพราะว่าลองเทสการใช้งานมาหลากหลายประเทศมากๆ และสัญญาณของค่ายนี้ใช้งานได้ง่าย เชื่อมต่อได้ง่าย และเน็ตก็ไปจับสัญญาณของท้องถิ่นเลย ทำให้การใช้งานในเรื่องของสัญญาณ ไม่ต้องพูดถึง ก็คือเสมือนเราใช้ซิมท้องถิ่นบ้านเขาเลยครับ
ใครที่ยังไม่เคยใช้งานประเภท eSim มาทำความเข้าใจกันก่อนเบื้องต้น
หากจะมองง่ายๆก็คือ เหมือนเราใช้ซิมแบบเมื่อก่อน เวลาไปต่างประเทศก็จะต้องซื้อซิมใหม่ หรือที่เรียกว่าซิมเน็ตใช่ไหมครับ แต่ในยุคปัจจุบันนี้มันง่ายกว่านั้นมาก ง่ายกว่าการถอดซิมแล้วแกะสลับไปมา เสี่ยงซิมหายไปอีกแบบไม่รู้ตัว กลับเมืองไทยก็ต้องไปทำซิมใหม่เหมือนเดิม
eSim จึงได้เข้ามามีบทบาทสำคัญมากๆในตอนนี้
ถามต่อว่า แล้วมันมาจากที่ไหน ?
ตอบ ง่ายมากๆ มันมากจากฟังก์ชั่นในมือถือพวกเรานี่แหละครับ ปัจจุบันนี้มือถือแทบทุกรุ่นจะมีบริการ esim ในเมืองถือ ถ้าใครไม่เชื่อนะครับ ลองเอามือถือขึ้นมากแล้วไปที่
1.การตั้งค่า
2.เซลลูล่า
3.จะมีบริการขึ้นมาว่า esim ถ้าเจอก็คือว่า นั่นหมายถึงเครื่องเรารองรับบริการที่เรียกว่า eSim นั่นเองครับ
ดังนั้น ปัจจุบันนี้ eSim จะมีหลากหลายค่าย และการสมัครใช้งานก็ง่ายขึ้นมาก ยกตัวอย่าง เมื่อเราสนใจจะไปญี่ปุ่น เราก็ไปดูแพ็กเกตค่ายต่างๆ (อารมณเหมือนเหมือน เอไอเอส ดีแทค ทรู ) ประมาณนั้นเลย อันที่จริง บริการพวกโรมมิ่งใช้เน็ตจากค่ายก็ยังมีอยู่นะครับ แต่เชยไปแล้วในความเห็นส่วนตัว จะมีพวกค่ายต่างๆเกิดขึ้นมากมาย เช่น ค่าย Vacay เป็นบริการหนึ่งของเครือข่ายต่างประเทศนั่นเอง
เมื่อเราเข้าไปเลือกแพ็กเกตในประเทศที่เราจะไป เช่น ญี่ปุ่น ตามรูปจะมีประเทศต่างๆให้เลือกครับ
เมื่อเรากดไปที่ญี่ปุ่น ก็จะมีค่าย หรือ เครือข่ายและราคาของแพ็กเกตให้เราเลือก เราสามารถระบุได้เลยนะครับว่าจะไปกี่วัน ประเทศอะไร
และจะใช้เน็ตประมาณกี่ GB หรือ ไม่จำกัดจำนวน ก็ไปเลือกซื้อออนไลน์ได้เลย ทริปนี้ผมเลือกค่าย Vacay นี่แหละครับ และในไส้ในของแพ็กเกตก็เลือก KDDI เพราะตั้งใจใช้เน็ตแบบอัลลิมิตครับ เพื่อจะได้เปิดดูหนัง ฟังเพลง อัพโหลดรูปแบบจุกๆไปเลย ราคาก็ไม่แพงด้วย และที่สำคัญเน็ตถือว่าดีมาก ครอบคลุมญี่ปุ่นทั้งหมด ทุกเมือง การที่เน็ตจะช้า หรือ เร็ว ก็อารมณืเหมือนบ้านเรานะครับ ถ้าในเมืองไม่ต้องพูดถึงเลย เร็วแรงดีปกติ แต่ถ้าไปต่างจังหวัดเหมือนเราไปตามเขาไปตามดอยเน็ตก็มีช้าบ้าง นี่ก็คล้ายกัน ไปญี่ปุ่นเมืองไกลมากบนเขา เน็ตก็มีช้าลงเป็นปกติ แต่โดยรวมเน็ต Vacay ดีครับผมเลยแนะนำต่อ
ถ้าใครยังไม่ค่อยเข้าใจ ผมแนะนำเข้าเว็ปไปลองกดเลือกแพ็กเกตกันก่อนครับ จะได้ใจว่าในเว็ปเขามีอะไรบ้าง
ลองจำลองกดได้ครับ ว่าไปกี่วัน และจะใชเน็ตกี่ GB ระบบจำคำนวนราคาให้เราได้เลย เราก็เลือกตามงบที่เราวางแผนไว้
ผมแปะลิงค์ไว้ให้ครับ https://esim.vacay.asia/th/th/?thref=withmyshutter
ตัวอย่างที่ผมซื้อไว้นะครับ ของ Vacay จะบอกรายละเอียดที่ด้านล่างแพ็กเกตที่เราเลือก เพื่อความเข้าใจของเราเวลาใช้งานเมื่อถึงญี่ปุ่นนะครับ
เริ่มต้นการเดินทางเช้านี้ วันที่ 12 กพ 2569
เป็นวันที่ 2 ของการเล่น Snow Borad นะครับ ตื่นเช้ามาก็เจอหิมะตกแล้ว มันชุ่มฉ่ำตามจริงๆครับ
ความรู้สึกก็จะแตกต่างกับวันแรก แม้เป็นที่เดียวก็ตาม หิมะฟูๆตกลงมาจากฟ้า เกาะตามกิ่งก้านต้นไม้อย่างสวยงามเลยครับ และพลาดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปสวยๆเก็บไว้มากมายเช่นเดิม
อดไม่ได้หรอกครับ หิมะสวยขนาดนี้ ผมก็วิ่งลงไปจากห้องพัก ชุดที่ใส่ก็ยังไม่หนา แต่เห่อหิมะมากๆ ก็ลงไปถ่ายรูปเก็บไว้เลย
หลังจากที่ทานอาหารเช้า และถ่ายรูปเล่นหน้าที่พัก ผมก็ลงไปที่ออฟฟิศก่อนครับ เหมือนเดิม
ผมซื้อตั๋วเดิมครับ แบบ Beginner เหมาทั้งวัน ขึ้นลงลิฟท์ไม่อั้น แต่เฉพาะโซนสีเขียวนะครับ ราคา 4900 เยน
ผมว่าเป็นราคาที่คุ่มค่ามากๆ เหมาะสำหรับเราหัดเล่น Snow Borad แบบฉ่ำๆเหมือนหิมะเลย
นอกจากจะได้เล่นสกีบรรยากาศแบบหิมะแล้ว มองไปทางไหนก็สวยไปหมดจริงๆครับ
ขนาดแค่นั่งกระเช้าห้อยขา ถ่ายรูปมาก็เหมือนเหมือนหิมะ หิมะก้อนโตปลิวลงมาจากฟ้า มันฟินส์จริงๆ
หลังจากที่เล่นแบบตลอดเวลา ไม่พักไม่ผ่อนเลย ก็กลับลงมาด้านล่างครับ หิวน้ำ ที่ด้านล่างของลานสกี Tsugaike มีร้านค้ามากมายเลยครับ ทั้งร้านกาแฟ ร้านเบียร์ ร้านอาหาร หรือใครอยากนั่งฟังเพลงชิวๆก็มีบริการ
แล้วก็เริ่มหิวแล้วนะครับ เที่ยงวันนี้ผมเดินข้ามไปอีกกระเช้า ข้างๆกันครับไม่ไกล จะมีลานสกีขนาดใหญ่อีกอันหนึ่ง และมีศูนย์อาหารขายที่นี่มากมาย
เข้าไปก็หาเมณูกินครับ ผมเน้นข้าวแหละเป็นหลัก ราเม็งไม่อยู่ท้องแน่นอน เพราะเดี๋ยวต้องออกไปเล่นสกีต่อครับ