Hakuba trip เที่ยวญี่ปุ่นและเล่นสกีด้วยตัวเอง Ep.1



ฝากกดติดตามช่องทางหลัก เข้ามาทักทายและเป็นกำลังใจให้กันได้นะครับ
Facebook https://www.facebook.com/withmyshutter
Ig https://www.instagram.com/with_my_shutter/
ติดต่องาน สปอนเซอร์ หรือ รีวิว ทักที่ Line : @withmyshutter

สวัสดีครับ วันนี้เป็นวันที่เริ่มเดินทาง กับผม with my shutter เหมือนเดิม เที่ยวไปด้วยกันเหมือนเดิม สำหรับทริปนี้จะไปเล่น Snowbord ที่ Hakuba ยังเป็นการเล้นสายเขียวอยู่นะครับ  เรามาเริ่มแพลนการเดินทาง เที่ยวไปด้วยกันเลย

เริ่มต้นด้วยการเตรียมตัวนะครับ ไปรอบนี้ชอบกันหนาวจะเยอะและชุดเล่นสกีด้วย ผมเลยมองหากระเป๋าที่เป็นขนาดทรงเหลี่ยมกว้าง บอกเลยว่าเก็บของได้ในปริมาณมากขึ้น ของชิ้นสูงๆเช่นหมวกสกีก็ได้ พักกระเป๋าได้สบายๆเลย ซึ่งข้อดีของการเลือกหากระเป๋าที่เหมาะสมกับการเดินทางไกล คือ เสื้อกันหนาวที่กินเนื้อที่อย่างมากในการเดินทาง กระเป๋าที่ออกแบบมาในกว้างขึ้น เพิ่มเนื้อที่ของการเก็บเสื้อผ้าทรงหนาและฟู ผมว่าทางแบรนด์ของสินค้ากระเป๋า ออกแบบมาได้ลงตัว รูปทรงก็เท่ห์มินิมอลด้วยครับ
สำหรับแบรนด์ หรือ ร้านกระเป๋านี้ชื่อ Sixtysix luggage  นะครับ ลองหาข้อมูลเพิ่มเติมได้เองจาก FB หรือ IG ที่ผมแปะพิกัดให้ได้เลยนะครับ
ผมแปะพิกัด FB ของแบรนด์กระเป๋านี้ให้
https://www.facebook.com/profile.php?id=61567107294946



So




ทริปนี้ผมไปเล่น Snow Board และเอาหมวกกันน็อคไปเองนะครับ ตอนแรกกระเป๋าใบเดิมปิดฝาไม่ลงครับ เจอใบนี้เข้าไปโอเคมาก
ทำให้ผมไม่ต้องหาเช่า และ เสียเงินเองเลยครับ สังเกตเนื้อที่ของกระเป๋าที่มีรูปทรงเป็นกล่อง ทำให้การเอาของสำคัญ และจำเป็นได้ประโยชน์มากๆครับ



เริ่มต้นการเดินทางแล้วครับ
รีวิววันนี้ วันเดินทางนะครับ
9 กพ 2569
บินจาก สนามบินดอนเมือง - นาริตะ นะครับ
ไฟล์บิน 02.35 หรือ ตี 2 นั่นเอง และตอนนี้ก็เพิ่งลงเครื่องนะครับที่สนามบิน นาริตะ T 2 เวลา 10:20 น.


ผมเลือกจองที่นั่งไว้แบบเสียเงินเพิ่มนะครับ เป็นเบาะหน้าสุดนะครับ
เพราะเน้นการวางเท้าที่สบายขึ้น การเดินทางครั้งนี้ทำให้เดินทางสะบายขึ้น ไม่ต้องเสียตังค์มากไปเสียแบบ แฟลตเบท เลยครับ เอาแค่ที่นั่งปกติ หน้าสุดนี่ก็คุ้มแสนคุ้มแล้วครับ

หลังจากที่ลงเครื่องมาแล้ว ผ่านการรับกระเป๋าและ ตม (อย่าลืมลงทะเบียน ตม ออนไลน์มาก่อน และแคป Qr Code เก็บไว้ด้วยนะครับ)

หลังจากเสร็จการลงเครื่องบิน ก็เดินลงไปที่รถไฟนะครับ เครื่องลงที่ T2 ครับ นาริตะ
แพลนผมคือการไป Hakuba  ก็จะไปต่อรถไฟแบบนี้
• narita - Tokyo
• tokyo - Nagano
• บัส - Hakuba
เดี๋ยวผมต้องรีบทำเวลา เพราะว่าจะต้องไปขึ้นรถบัสที่ Nagano ให้ไวที่สุด เพราะผมจองรถบัสไม่ทันที่มีรอบ แต่มีรถบัสที่สามารถต่อแถวได้ที่นั่น เพื่อไปฮาคุบะ ว่าแล้วก็เดินทางกันไปเลย

ลงมาที่สถานีรถไฟ ไปที่ออฟฟิศ ครับ ซื้อตั๋วไปกลับของ NEX ไว้เลย โปรไปกลับ 5000 เยน
ซื้อเองที่สถานีได้เลยครับ ไม่จำเป็นต้องล่วงหน้า เพราะว่างเยอะครับ รถไฟไปสนามบินเข้าเมือง มีรอบเรื่อยๆ
หน้าตาของ Station เป็นแบบนี้นะครับ ซื้อแล้วก็เลือกที่นั่งและรอบเวลาได้เลยนะครับ


หลังจากที่เข้าไปซื้อตั๋ว และเจ้าหน้าที่แนะนำรอบเวลาที่พอดีของผม ก็เริ่มไปขึ้นรถไฟต่อเลย เมื่อลงมาจากสนามบินก็จะเจอที่จำหน่ายตั๋วและออฟฟิศนะครับ


หน้าตาตั๋วนะครับ จะบอกทั้งตู้ขึ้น ที่นั่ง วันเวลา เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบให้ชัดเจน ก่อนจะยื่นให้เรา  



พอขึ้นมานั่งตามเบาะที่ติดไว้นะครับ ที่นั่งสบายครับ กว้าง นั่งเข้าไปโตเกียวประมาณ 1 ชั่วโมง
สำหรับที่วางกระเป๋า จะอยู่ระบะตามตู้ต่างๆระหว่างตู้นะครับ สำหรับรถไฟเข้าออกเมือง ไม่ค่อยน่าห่วงเรื่องวางกระเป๋าครับ
ส่วนมากจะวางยากที่เวลาเดินทางข้ามเมืองมากกว่าครับ


ที่เก็บสัมภาระนะครับ มีสายล็อกถ้าใครกลัวหาย หรือนั่งไกลๆ  
ใครที่กังวล ก็สามารถล็อกสายของรถไฟไว้ที่กระเป๋าได้นะครับ



และแล้วก็ถึงสถานีโตเกียวนะครับ การจะไปเมือง Hakuba ก็ต้องต่อรถจากโตเกียวไปครับ
ผมนั่งรถไฟ Shingansen จากโตเกียวไปลงสถานีรถไฟ Nagano นะครับ ใช้เวบาประมาณ 2 ชั่วโมง
สำหรับเที่ยวรถไปนากาโนะ ผมก็จองล่วงหน้าผ่านเว็ปไปก่อนแล้วนะครับ เว็ปของ JR นะครับ หากจองไว้แล้สามารถมาแก้รอบเวลาได้ฟรี 1 ครั้ง ที่ออฟฟิศนะครับ



หลังจากที่ถึงโตเกียวแล้ ก็ไปซื้อของกิน ข้าวเบนโตะสักหน่อยครับ รองท้องในระหว่างนั่งรถไฟไป Nagano ครับ


ที่สถานีโตเกียวผมแวะซื้อเบนโตะ ไปทานบนรถไฟ ครับ
เป็นอาหารกลางวันไปก่อน ผมชอบกินเบนโตะของญี่ปุ่นมาก มันรู้สึกว่ามานั่งรถไฟ Shinkansen แล้วต้องกินเบนโตะ



ถึงสถานีรถไฟ Nagano แล้ว รีบเดินไปซื้อตั๋ว หรือ .................. จะไปต่อแถวที่ท่ารถบัสได้เลยนะครับ ได้รอคิวแรกๆด้วย
เพราะว่าที่นั่นมีเจ้าหน้าที่ขายตั๋วที่แถวเลย สะดวกมาก ผมไม่รู้ก็ไปหยอดตู้ที่ขายตั๋วในออฟฟิศ ตามรูปนะครับ ออฟฟิศจะอยู่ทางขวามือเมื่อเราออกมาจากที่คืนตั๋วรถไฟ และท่ารถบัสจะอยู่ทางขวามือเมื่อออกจากสถานี หรือ ที่คืนตั๋วครับ รีบได้เลย อย่าโอ้เอ้ครับ เพราะเดี๋ยวแถวยาว นักท่องเที่ยวเยอะไปเล่นสกี


เมื่อไปถึงท่ารถบัสแล้ว ก็ไปต่อแถวเลย แถวนี้คือไปรอตามรอบเวลาหน้างานเลยครับ ก็ได้ขึ้นนะครับ ถ้ารถเต็มก็มีบัสเสริมตลอดในช่วงฤดูท่องเที่ยว แต่ถ้าช่วงปกติจะมีตามรอบรถนะครับ




ขึ้นรถบัสแล้ว ผมนั่งหน้าสุดไปเลย เน้นวิวเดียวกับคนขับรถไปเลย คาดว่าใช้เวลานั่งรถบัสประมาณ 1 ชั่วโมงครับ ถึงเมือง Hakuba
ซึ่งเป็นตามแผนที่ทำไว้เลย เริ่มสนุกกับการเดินทางอีกแล้วล่ะสิ

นั่งรถชมวิวมาได้สักระยะ หลับๆสัปงกบ้าง เพราะเดินทางแบบรวดเดียว ก็เริ่มใกล้เข้าสู่เมืองฮาคุบะแล้ว
บอกเลยว่าแค่วิวก็จึ้ง สวยมาก ภูเขาลูกใหญ่ สมแล้วที่เป็นเทือกเขาแอลป์เจแปน



เมื่อถึงท่ารถบัส ผมก็พยายามติดต่อที่พักให้มารับที่นี่ด้วย Wechat เพราะ รร ที่ผมไปพักเป็นเจ้าของคนจีนใน ญี่ปุ่น
ตกลงราคามารับไปที่ 5000 เยน จาก ท่ารถบัส ไป Tsugaike  เจ้าของมารับเองเป็นผู้หญิง ภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย
สื่อสารกันด้วย Wechat ช่วยแปลภาษา

เมื่อนำกระเป๋าขึ้นรถแล้ว เขาก็พาเราขับรถไปที่โรงแรม เป็นรถส่วนตัวมารับนะครับ
ที่นี่เป็น โรงแรม แต่เป็นการดูแลของครอบครัวคนจีน รูปแบบของที่นี่เลยไม่ใช่แบบ โรงแรม เป็นเหมือน Family ที่ดูแลกันเอง


ผมจองที่พักผ่านนี้ผ่าน booking จริงๆหาที่พักมานานมาก แต่ไม่มีห้องพักเลย อยู่ๆก็มีที่นี่โผล่มา
และจองผ่าน Booking ได้ราคาดีสุดในตอนนั้น ตัวเลือกน้อย ด้วยที่พักใน Tsugaike ค่อนข้างเต็มเร็วด้วย
ดังนั้นรีบจองก่อนเลย เน้นราคาที่พอรับไหวและที่สำคัญ ขอที่ติดลานสกี
ที่พักชื่อ Hakuba King Hotel
ที่พักสามารถเดินลงมาทานข้าว มาในเมือง Supermaket ได้ ก็ค่อนข้างสะดวก และเดินไปที่ลานสกีได้ง่ายๆ เพรียงเดินข้ามถนน
สำหรับส่วนตัวคิดว่าที่พัก กลางๆ เน้นความสะดวก แต่ฟิวแบบอารมณ์ที่พักแนวญี่ปุ่น ยังไม่ค่อยได้ใจ เหมือนไปเที่ยวจีน 555
โอเค ไม่เป็นไร พอรับได้ เพราะ5 วันนี้จะนอนที่นี่ทั้งหมดเลย จะเน้นเล่นสกี ไม่ค่อยได้อยู่ที่ห้อง ก็ว่ากันไปครับ

หน้าตาของที่พักนะครับ





ขึ้นไปดูห้องพักด้านบนกัน ที่นี่ไม่มีลิฟท์นะครับ แล้วก็พักชั้น 3 ด้วยแฮะ
โดยรวมก็พักผ่อนได้ พอมีวิวหิมะได้มองเห็น มีฮิตเตอร์ ช่วยให้ห้องอุ่นได้อย่างดี แต่......... ห้องน้ำหนาวมาก ห้องน้ำไม่มีฮิตเตอร์ แล้วก็คือหนาวมาก  





หลังจากนั้น ค่ำๆก็ไปหาอะไรกินครับ ไปเจอร้านราเม็งน่ากิน และที่สำคัญอร่อยมาก



หลังจากที่อิ่มท้องแล้ว ก็ไปแวะร้านซุปเปอร์เพื่อหาอะไร ขึ้นไปเก็บไว้ทานเล่นที่ห้องครับ
บรรยากาศของร้านค้า และนักท่องเที่ยวมากมายเลยครับ มีอยู่ร้านเดียวซะด้วยใน Tsugaike โซนนี้

คืนนี้ คืนแรก ขอตัวเข้านอนก่อนนะครับ พรุ่งนี้ต้อวเริ่มไปเช่า สโนว์บอร์ดแต่เช้า เพื่อเริ่มฝึกการเล่นต่อ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่