คือเราคบกับแฟนเข้าปีที่3 แต่ยังไม่ได้แต่ง แฟนมาทำอยู่งานอยู่บ้านเราที่บ้านทำรับเหมา ส่วนบ้านแฟนทำไร่ทำสวน เริ่มเข้าเรื่องเลยละกันค่ะ การทำไร่ทำสวนพ่อกับแม่แฟนเค้าจะทำกันเองไม่ค่อยจ้าง ช่วงปีแรกที่คบกันแฟนยังทำงานเป็นลูกจ้างรัฐอยู่พอไม่กี่เดือนเค้าเบื่อเลยออก ออกช่วงแรกก็เลยไปอยู่บ้านตรงกับจังหวะช่วงหน้าเข้าไร่พอดีแฟนก็เลยช่วยทำก่อนแต่อยู่ไปสักพักเริ่มไม่ไหวเพราะเงินขาดมือไม่มีเงินใช้ก็เลยคิดว่าบ้านเรามีกิจการอยู่เลยชวนมาทำ เค้าก็มาทำได้ค่าจ้างได้ทุกอย่างแบบพนักงงานเลย แต่พอเวลาผ่านไปทางครอบครัวเค้าเริ่มต้องการให้มาช่วยเข้าไร่ปีนึงจะประมาณ2-3รอบ รอบนึงก็แล้วแต่ทำมากทำน้อย ถ้าทำมากก็นาน1-2เดือน รอบนั้นช่วงกุมภา-พฤษภา เค้ากลับไปช่วยก็หยุดงานไป แต่พอไปทำแล้วเงินก็ไม่ได้รายได้ขาดมือ เค้าต้องกินต้องใช้ส่วนตัว เราก็ส่งให้กินให้ใช้ พอขอแม่เค้าเค้าก็บอกไม่มีแม้ตังจะใช้เองยังไม่มี แต่เราเข้าใจนะเค้าอาจจะลงทุนหมดก็ได้ เราก็คิดว่าเวลาได้เงินจากผลผลิตหรือเงินกู้จากที่เค้ากู้มาอาจจะแบ่งให้ แต่ก็แบ่งค่ะ5พัน แต่พอได้มาแฟนเราก็จ่ายนู้นจ่ายนี้ เช่นค่า ทรส ที่ค้าง ค่าของใช้ของกินส่วนตัว (เราไม่ได้อยากได้นะคะเพราะเราส่งให้กินตลอด) อะพอรู้เราก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะพ่อแม่เค้าเค้าก็ต้องช่วย พอปลายปีทำอีกช่วงเดือน ธ.ค ก็ขอให้แฟนเราไปช่วยทำอีก รอบนี้ไป15วันเราก็ ส่งให้กิน ส่งให้ใช้ แล้วรอบนี้แฟนเราบ่นมากว่าเหนื่อยทำคนเดียว แต่พ่อแม่เค้าก็มีช่วยบ้างแต่แฟนเราจะนำเพราะพ่อแม่เค้าก็มีงานอื่น ไปรอบนี้15 วันได้มา1พัน จากที่ถ้าทำงานเราได้มากกว่านี้เยอะ เราก็ไม่อยากพูดอะไรเพราะนั่นก็พ่อแม่เค้าอีก แต่ล่าสุดจะให้ไปช่วยอีกแล้วรอบนี้เราบอกเลยว่าเราพอนะเราไม่อยากจะมาคิดอะไรอีกแล้ว แต่รอบนี้เหมือนแม่เค้าจะเคืองๆเราแล้วค่ะเพราะเค้าปฏิเสธไปแล้วว่าติดงานที่นี่ยุ่ง แต่แม่ก็คือยังโทรมาตามตลอด แบบนี้เราควรทำยังไงดีคะเราเบื่อมากแล้ว แล้วแม่แฟนก็ชอบพูดทำนองว่ามาอยบ้านเราแฟนนิสัยเปลี่ยนไม่รักพ่อแม่รักน้องเค้าเหมือนเดิม เราได้ยินคำนี้ยังรู้สึกห่ะเลย เราควรพอไหมคะ🥹
ควรไปต่อหรือพอแค่นี้