เนชั่นสุดสัปดาห์ ย้อนตำนาน 'นายกฯ' ควบกลาโหม ลุ้น 'อนุทิน' คุม “สนามไชย 1”

ด้วยข้อจำกัดการฟอร์มทีมรัฐบาลภูมิใจไทย พรรคแกนนำไม่เพียงต้องลดเงื่อนไขการต่อรองของพรรคร่วมเท่านั้น แต่ยังต้องบริหารจัดการกับสารพัดมุ้งบ้านใหญ่ที่ดูดเข้ามาอยู่ภายในพรรค ทำให้“อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าภูมิใจไทย ผู้อยู่หน้างาน คงต้องเล่นเกมดึงเช็งอีกหลายรอบ




อีกทั้งยังมีโอกาสลุ้นหลังจาก กกต.รับรองผลเลือกตั้งอีกขยัก ว่า จำนวนพรรคร่วมรัฐบาล จะมีตัวเลขเพิ่มจากสูตร "ภูมิใจไทย + เพื่อไทย + พรรคเล็ก" หรือไม่

อย่างไรก็ตาม หากย้อนไปดูธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว เมื่อรู้ผลเลือกตั้ง รู้ตัวเลขจำนวนที่นั่งอย่างไม่เป็นทางการ พรรคแกนนำย่อมมีสูตรจับขั้วรัฐบาลได้แทบจะทันที ตามมาด้วยสูตรคำนวณโควตารัฐมนตรีจากจำนวนสส.แต่ละพรรค และจัดสรรตำแหน่งหลักสำหรับพรรคร่วมต่างๆ ที่อาจต่อรองได้เพียงเล็กน้อย  

สำหรับพรรคสีน้ำเงินที่จำนวนเสียงท่วมท้น 193 ที่นั่ง เหนือกว่าพรรคร่วมหลักอย่างเพื่อไทย 74 ที่นั่ง เกินกว่า 100 ดังนั้นจึงไม่เป็นปัญหาในการเลือกเก้าอี้กระทรวงหลัก

โดยเฉพาะตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคร่วมรัฐบาล ตามคำประกาศของนายกฯ “อนุทิน” ที่ระบุว่า ภูมิใจไทยจะรับผิดชอบด้านการบริหารงานความมั่นคง

แม้อนุทินยังพูดไม่ชัดว่า จะควบเก้าอี้ รมว.กลาโหม เองหรือไม่ แต่นักสังเกตการณ์ทางการเมืองทั้งในกระทรวงนอกกระทรวง ฟันธงกันแล้วว่า มีโอกาสเป็นไปได้สูง ในห้วง“กระแสรักชาติ”ยังแรง

“รมว.กลาโหม” เป็นผู้มีบทบาท รักษาความสมดุล และกุมสภาพการเชื่อมต่อระหว่างกระทรวงกลาโหมที่เป็นหน่วยงานระดับนโยบาย กับกองทัพ ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติ แต่มีพลังอำนาจมหาศาล และเกี่ยวพันกับสถาบันหลักของชาติ

หากพลิกปูม“อนุทิน” ที่คร่ำหวอดในวงการทหาร ตั้งแต่เรียน วปอ.61 ได้ศึกษาประเพณีวัฒนธรรมภายในกองทัพ งานด้านความมั่นคง และประสบการณ์ทางการเมืองมา 8 ปี ร่วมคณะรัฐมนตรี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เต็มไปด้วยทหารทั้งในและนอกประจำการ อีกทั้งรอบๆ ตัว “อนุทิน”ยังมีเพื่อนฝูงเป็นอดีตทหารอีกไม่น้อย

โดยคาดว่า หากอนุทินควบ รมว.กลาโหม บรรดาเพื่อนพ้องน้องพี่สีเขียว จะได้เข้ามาอยู่ในคณะทำงาน ทั้งผู้ช่วยรัฐมนตรี เลขาฯรัฐมนตรี และทีมที่ปรึกษา

เช่น พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข อดีต ผบ.ทสส. เพื่อนอัสสัมชัญ 98 และวปอ.61 ที่ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษานายกฯ ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา และพิจารณาเสนอความเห็น หรือข้อเสนอแนะต่างๆ ที่มอบหมาย

พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม อดีตเลขาฯ สมช. อดีตเสนาธิการทหาร นักรบสมรภูมิร่มเกล้า ทหารม้าสายบู๊-ทหารพัฒนา ก็สนิทสนมกับ “อนุทิน” มายาวนาน

ส่วนทหารที่ยังอยู่ในราชการ ก็คุ้นเคยกัน เพราะต้องประสานการทำงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ พล.ท.สุเมธ พรหมตรุษ ผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย (ผบ.ศรภ.) กองบัญชาการกองทัพไทย พล.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์ แม่ทัพน้อยที่ 1

ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างอนุทินกับ ผบ.เหล่าทัพ พล.อ.กฤษณ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟืองจันทร์ ผบ.ทร. พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ. ก็ไร้ปัญหา เพราะในห้วงปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ครั้งที่ 2 เป็นผู้สนับสนุนกองทัพในการจัดการกับกัมพูชาเด็ดขาด

นอกจากนี้ ยังมีการวิเคราะห์ต่อไปว่า อีกเหตุผลหนึ่งก็เพื่อเกียรติประวัติวงศ์ตระกูล ที่ในอดีตเรียกกันว่า “สมุหนายก-สมุหกลาโหม” ซึ่งอนุทินจะเป็นนายกฯ คนแรกที่ได้ควบ 2 เก้าอี้สำคัญ คือ รมว.มหาดไทย ในรัฐบาลภูมิใจไทย 1 และรมว.กลาโหม ในรัฐบาลภูมิใจไทย 2

ทว่า ก็มีความเชื่อตามปรากฎการณ์ในอดีตอยู่ว่า นายกรัฐมนตรีแต่ละคนที่ควบ รมว.กลาโหม มักไปไม่รอด และจบไม่สวย เริ่มจากยุคของ “ชวน หลีกภัย” ที่ตัดสินใจควบตำแหน่งนี้ เมื่อเป็นนายกฯ สมัยที่ 2 แม้จะอยู่ครบเทอม แต่ในที่สุดพรรคประชาธิปัตย์ ก็แพ้การเลือกตั้งครั้งใหญ่

ส่วน“สมัคร สุนทรเวช” และ“สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ทั้ง 2 คน ก็ตกเก้าอี้นายกฯ แบบไม่ทันตั้งตัว จากวิกฤติชุมนุมการเมือง ที่ไม่พอใจการบริหารราชการแผ่นดิน

ขณะที่นายกฯ หญิงคนแรก “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ก็ถูกรัฐประหาร หลังจากนั่งรมว.กลาโหม เพียงไม่ถึงปีโดยหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ไม่ต่างกับ นายกฯที่เป็นทหารควบรมว.กลาโหม จากประวัติศาสตร์ ทั้ง จอมพล ป. พิบูลสงคราม จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมพลถนอม กิตติขจร หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ที่ล้วนแต่ลงจากอำนาจไม่ปกติ

แม้แต่รัฐบุรุษอย่าง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก็ถูกรัฐประหารถึง 2 ครั้ง ถูกลอบสังหาร สุดท้ายก็ทิ้งเก้าอี้ รมว.กลาโหม ให้พล.อ.อ.พะเนียง กานตรัตน์ มาดำรงตำแหน่งแทน

เข้าสู่ยุค “น้าชาติ" พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ก็คุมกระทรวงกลาโหม โดยมี พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก เป็น รมช.กลาโหม ในที่สุดก็ถูกรัฐประหารโดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.)

ถัดมายุค พล.อ.สุจินดา คราประยูร ก็ต้องปิดฉากด้วยเหตุการณ์นองเลือด"พฤษภาทมิฬ" จวบจนเข้าสู่ยุค “บิ๊กจิ๋ว”พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ต้องเจอวิบากกรรมวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 จากฉายา“ขงเบ้งแห่งกองทัพ” กลายเป็น “จิ๋วหวานเจี๊ยบ” และ“จิ๋วอัลไซเมอร์” จนในที่สุดก็ต้องลงจากตำแหน่ง

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องแตกคอกับพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ หลังตัดสินใจยึดคืนเก้าอี้ รมว.กลาโหมจาก “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มาควบเสียเอง ใน ครม.ประยุทธ์ 2/1

จุดเริ่มต้นที่ทำให้พี่น้อง 2 ป.คลางแคลงใจกัน กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ แยกตัวจากพรรคพลังประชารัฐ ไปตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ และพ่ายแพ้เลือกตั้งปี 2566

ทั้งหมดนี้อาจเป็นเรื่องบังเอิญ แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ซ้ำรอยกันหลายครั้ง ก็อาจปฏิเสธไม่ได้ว่า นายกฯ ควบ รมว.กลาโหม มักมีบทสรุปไม่ค่อยดีนัก

ดังนั้น หากเก้าอี้ รมว.กลาโหม รหัส “สนามไชย 1” ถูกนายกฯ“อนุทิน”ควบตำแหน่งนี้อีกราย คงเป็นเรื่องน่าติดตามว่า บทสุดท้ายจะซ้ำรอยอดีตหรือไม่

https://www.facebook.com/share/p/14b8vvmUf96/?mibextid=ZbWKwL

#รัฐบาล #ภูมิใจไทย #เนชั่นสุดสัปดาห์ #การเมือง #ข่าวล่าสุด #อนุทิน #กลาโหม #กองทัพ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่