ยิ่งโตขึ้น ยิ่งรู้สึกว่าการตัดสินใจในชีวิตไม่เคยมีแค่ “เรา” อยู่ในนั้นคนเดียว
เวลาเลือกคณะ เลือกงาน ย้ายที่ทำงาน หรือแม้แต่ตัดสินใจเรื่องความรัก เราอาจจะคิดว่าเรากำลังเลือกด้วยเหตุผลของตัวเอง แต่ถ้าลองถามลึกๆ ในใจ บางทีเราก็ต้องยอมรับว่า ความคาดหวังของครอบครัวอยู่ในทุกการตัดสินใจนั้นเสมอ
บางคนโตมากับคำว่า
“เรียนให้สูงๆ จะได้มีงานดีๆ ทำ”
“เลือกงานที่มั่นคงนะ จะได้ไม่ลำบาก”
“อายุเท่านี้แล้ว ควรคิดเรื่องแต่งงานได้แล้ว”
มันอาจไม่ใช่คำสั่ง แต่เป็นความหวังดี และความหวังดีนี่แหละ ที่บางครั้งหนักกว่าการบังคับตรงๆ
ในมุมหนึ่ง ความคาดหวังของครอบครัวเป็นแรงผลักดันที่สำคัญมาก หลายคนพยายามมากกว่าที่คิด เพราะอยากให้พ่อแม่ภูมิใจ อยากตอบแทนบุญคุณ อยากพิสูจน์ว่าความเสียสละของท่านไม่สูญเปล่า
แต่ในอีกมุมหนึ่ง เราก็อาจเคยมีความฝันที่ต้องเก็บไว้เงียบๆ เพราะกลัวทำให้คนที่เรารักผิดหวัง กลัวถูกมองว่าเห็นแก่ตัว หรือกลัวว่าจะถูกตั้งคำถามว่า “ทำไมไม่เลือกทางที่มั่นคงกว่านี้”
บางครั้งเราไม่ได้เลือกสิ่งที่ชอบที่สุด
แต่เลือกสิ่งที่ “เหมาะสมที่สุด” ในสายตาของครอบครัว
คำถามคือ เส้นแบ่งระหว่างความกตัญญูกับการกดดันตัวเองอยู่ตรงไหน
เราจะรู้ได้ยังไงว่า การตัดสินใจครั้งนั้นคือเสียงของเราเองจริงๆ หรือเป็นเสียงของความคาดหวังที่ฝังอยู่ในใจ
แล้วถ้าวันหนึ่งเราเลือกสวนทางกับความคาดหวังนั้น เราจะรับมือกับความรู้สึกผิดได้ไหม หรือความสุขของตัวเอง ควรมีน้ำหนักมากพอที่จะยืนอยู่ได้ด้วยตัวมันเอง
*ชวนคุย ไม่ดราม่านะ
ความคาดหวังของครอบครัว ส่งผลต่อการตัดสินใจของเรามากแค่ไหน
เวลาเลือกคณะ เลือกงาน ย้ายที่ทำงาน หรือแม้แต่ตัดสินใจเรื่องความรัก เราอาจจะคิดว่าเรากำลังเลือกด้วยเหตุผลของตัวเอง แต่ถ้าลองถามลึกๆ ในใจ บางทีเราก็ต้องยอมรับว่า ความคาดหวังของครอบครัวอยู่ในทุกการตัดสินใจนั้นเสมอ
บางคนโตมากับคำว่า
“เรียนให้สูงๆ จะได้มีงานดีๆ ทำ”
“เลือกงานที่มั่นคงนะ จะได้ไม่ลำบาก”
“อายุเท่านี้แล้ว ควรคิดเรื่องแต่งงานได้แล้ว”
มันอาจไม่ใช่คำสั่ง แต่เป็นความหวังดี และความหวังดีนี่แหละ ที่บางครั้งหนักกว่าการบังคับตรงๆ
ในมุมหนึ่ง ความคาดหวังของครอบครัวเป็นแรงผลักดันที่สำคัญมาก หลายคนพยายามมากกว่าที่คิด เพราะอยากให้พ่อแม่ภูมิใจ อยากตอบแทนบุญคุณ อยากพิสูจน์ว่าความเสียสละของท่านไม่สูญเปล่า
แต่ในอีกมุมหนึ่ง เราก็อาจเคยมีความฝันที่ต้องเก็บไว้เงียบๆ เพราะกลัวทำให้คนที่เรารักผิดหวัง กลัวถูกมองว่าเห็นแก่ตัว หรือกลัวว่าจะถูกตั้งคำถามว่า “ทำไมไม่เลือกทางที่มั่นคงกว่านี้”
บางครั้งเราไม่ได้เลือกสิ่งที่ชอบที่สุด
แต่เลือกสิ่งที่ “เหมาะสมที่สุด” ในสายตาของครอบครัว
คำถามคือ เส้นแบ่งระหว่างความกตัญญูกับการกดดันตัวเองอยู่ตรงไหน
เราจะรู้ได้ยังไงว่า การตัดสินใจครั้งนั้นคือเสียงของเราเองจริงๆ หรือเป็นเสียงของความคาดหวังที่ฝังอยู่ในใจ
แล้วถ้าวันหนึ่งเราเลือกสวนทางกับความคาดหวังนั้น เราจะรับมือกับความรู้สึกผิดได้ไหม หรือความสุขของตัวเอง ควรมีน้ำหนักมากพอที่จะยืนอยู่ได้ด้วยตัวมันเอง
*ชวนคุย ไม่ดราม่านะ