​"สกอตต์ เบสเซนต์" รมว.คลังสหรัฐฯ เตือนดอลลาร์เสี่ยงตกขบวน! แฉเบื้องลึกทำไมต้องรีบดันคริปโต ก่อนเจ้าโลกจะกลายเป็นอดีต



​ลองนึกภาพว่าแต่ก่อน สหรัฐอเมริกา คือเจ้าของสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใครอยากเตะบอล (ทำธุรกิจการเงิน) ก็ต้องมาเล่นที่นี่และใช้กฎของเขา แต่ทว่าวันนี้ กฎที่เขามีมันเริ่มเก่าจนใช้แข่งในสนามสมัยใหม่ไม่ได้แล้ว
​นี่คือสิ่งที่ สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ออกมาเตือนผ่านสื่อดังอย่าง The Wall Street Journal โดยมีประเด็นที่คนทั่วไปต้องรู้ดังนี้ครับ

1. คู่แข่งนำหน้าไปไกลแล้ว
​ในขณะที่สหรัฐฯ เอาแต่เถียงกันว่า "คริปโตคืออะไร?" หรือ "จะจับใครดี?" ประเทศอื่นอย่างยุโรป หรือเอเชีย เขาเขียนกฎหมายเสร็จแล้ว เหมือนเขาตัดถนนลาดยางรอไว้อย่างดี ทำให้นักลงทุนและเทคโนโลยีเก่งๆ เริ่มย้ายหนีจากสหรัฐฯ ไปอยู่ที่อื่นแทน

2. เลิกใช้ "กฎหมู่" มาคุม "กฎหมาย"
​รัฐมนตรีเบสเซนต์บอกว่า ตอนนี้สหรัฐฯ ใช้ระบบ "อยากจับใครก็จับ" โดยไม่มีบรรทัดฐานที่ชัดเจน (Regulation by Enforcement) เขาจึงผลักดันกฎหมายที่ชื่อว่า Clarity Act เพื่อให้คนทำธุรกิจรู้ชัดๆ ไปเลยว่า
1.​ อะไรทำได้?
2. ​อะไรทำไม่ได้?
3. ​อันไหนคือ "หุ้น" อันไหนคือ "สินทรัพย์ดิจิทัล"
ถ้ากติกาชัดเจน คนก็กล้าลงทุน ประเทศก็เจริญ

3. "ดอลลาร์ดิจิทัล" คืออาวุธใหม่
​หลายคนกลัวว่าดอลลาร์จะเสื่อมอำนาจ แต่รัฐมนตรีเบสเซนต์มองต่างมุม เขาบอกว่าถ้าเราเอาเงินดอลลาร์มาใส่ไว้ในระบบ Onchain (Stablecoin) ที่ตรวจสอบได้และปลอดภัย มันจะกลายเป็นอาวุธที่ทำให้คนทั้งโลกต้องพึ่งพาเงินดอลลาร์มากขึ้นไปอีก เพราะมันใช้ง่าย โอนไว และต้นทุนถูกกว่าระบบธนาคารแบบเดิมๆ มหาศาล

4. ไม่ใช่แค่เรื่องคริปโต แต่มันคือการ "ซ่อมโครงสร้างพื้นฐาน"
​อย่ามองว่านี่คือเรื่องของเหรียญปั่นกำไร แต่มันคือการเปลี่ยน "ท่อน้ำเลี้ยง" ของระบบการเงินทั้งหมด ตั้งแต่ตลาดหุ้นไปจนถึงที่ดิน ให้มาอยู่บนระบบที่โปร่งใสและทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง

​บทสรุป
​สหรัฐฯ กำลังเจอโจทย์ใหญ่ 2 เรื่อง คือ พลังงาน และ ระบบการเงิน
1.​ ถ้าหาพลังงานราคาถูกได้ (เพื่อรัน AI และอุตสาหกรรม)
2. ​บวกกับมีระบบการเงินที่ทันสมัย (ผ่าน Clarity Act)
​สหรัฐฯ จะกลับมาครองอำนาจในยุคดิจิทัลได้อย่างเบ็ดเสร็จ แต่ถ้ามัวแต่ช้า นวัตกรรมเหล่านี้ก็จะกลายเป็นของคนอื่นทันที

​"โลกไม่เคยรอใคร ถ้าเราไม่สร้างบ้านที่ปลอดภัยให้เงินทุน เงินทุนก็จะไปหาบ้านหลังใหม่ที่ต้อนรับเขาดีกว่า"

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่