คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 27
ก่อนนอน ผมว่า ทิ้งท้ายไม่ใช้ศัพท์ปรมัตถ์สักหน่อย เพราะอ่านความเห็นแล้วเริ่มสับสนกันเล็กน้อย
ขอสรุป เป็นภาษาบ้านๆ ให้แบบนี้นะครับ
กรรม แบ่งเป็น 2 ประเภท
-กุศล
-อกุศล
น้ำหนักของกรรม แบ่ง เป็น 4
- กรรมหนัก
- กรรมที่ทำเป็นประจำ
- กรรมที่เป็นอารมณ์ก่อนตาย
- กรรมทั้งหมดที่เคยทำแต่ไม่ใช่ 3 กรรมแรก
แบ่งตามหน้าที่
- ทำวิบากให้เกิด
- อุดหนุนวิบากที่เกิดขึ้นแล้ว
- ทำให้วิบากเบาบางลง
- ตัดวิบากให้ส่งผลไม่ได้
เวลาในการให้ผลกรรม
- ภายใน 7 วัน
- หลังวันที่ 7 -วันตาย
- ชาติถัดไป
- ชาติที่ 3 เป็นต้นไป
- ไม่ให้ผลอีกต่อไป
ทีนี้ ในโจทย์ เอาเฉพาะ ฆ่าปลานะครับ จัดเป็นกรรมประเภท อกุศลกรรม น้ำหนักของกรรม กรรมทั้งหมดแต่ไม่ใช่ 3 กรรมแรก(ไม่ใช่กรรมหนัก ไม่ใช่ทำประจำ ไม่ใช่นิมิตก่อนตาย) กรรมนี้หน้าที่ของมันคือ ทำวิบากให้เกิด เวลาในการให้ผล ตั้งแต่ชาติแรก (แต่ในโจทย์นี้ ไม่ให้ผล) และชาติที่ 2 เป็นต้นไป จนกว่าจะหมดกำลังของวิบาก หรือ ถึงนิพพาน
สรุป ของ สรุปเป็นปรมัตถ์อีกที
เรื่องนายทองแก้วฆ่าปลา
เป็นอกุศล ครบ อกุศลกรรมบถ เป็น ชนกกรรม หรือจุดเริ่มต้นให้มีวิบากที่เป็นทุกข์ เป็นกรรมประเภท กตัตตากรรม (กรรมเล็กน้อย) ถ้าในชาตินี้วิบากยังไม่มีโอกาสให้ผล ก็จะให้ผลวิบากได้ในชาติถัดๆไป
สาเหตุเพราะ การฆ่าปลา แม้ 1 ครั้ง จิตก็ต้องเกิดดับนับไม่ถ้วน เมื่อเริ่มต้นมีเจตนาฆ่าปลา ชวนะดวงที่ 1-7 เป็นอกุศลเจตนาไปแล้ว ก่อนที่จิตจะตกภวังค์ จะมีอีก 1-2 ขณะที่รวมอารมณ์และเจตนาทั้งหมดนี้เอาไว้ เมื่อจิตตกภวังค์ เพื่อส่งต่อให้จิตดวงใหม่ได้เกิดขึ้น เมื่อจิตดวงใหม่เกิดขึ้น ตามองเห็นปลา จิตรู้ รู้ว่าเป็นปลา มโนทวารจะหน่วงอารมณ์เก่า สัมปฏิจฉนะรับอารมณ์โทสะที่สืบต่อจากจิตดวงก่อน สันตีรณะไตร่ตรองอารมณ์ โวฏฐัพพนะตัดสินอารมณ์ว่าฆ่าแน่ แล้วก็ทำกายวิญญัติ ลงมือทุบหัวปลาต่อ กว่าจะฆ่าปลาตายสักตัว จิตมันเกิดดับ ส่งต่อทั้งอารมณ์ ทั้งเจตนา เป็นล้านๆครั้ง(นับจำนวนไม่ได้) ก็ขอทิ้งไว้เท่านี้ก่อนนะครับ เพื่อความไม่ประมาท อกุศลกรรม แม้เล็กน้อยก็ไม่ควรทำ เพราะมันไม่เป็นอโหสิกรรมได้ง่ายๆครับ
ขอสรุป เป็นภาษาบ้านๆ ให้แบบนี้นะครับ
กรรม แบ่งเป็น 2 ประเภท
-กุศล
-อกุศล
น้ำหนักของกรรม แบ่ง เป็น 4
- กรรมหนัก
- กรรมที่ทำเป็นประจำ
- กรรมที่เป็นอารมณ์ก่อนตาย
- กรรมทั้งหมดที่เคยทำแต่ไม่ใช่ 3 กรรมแรก
แบ่งตามหน้าที่
- ทำวิบากให้เกิด
- อุดหนุนวิบากที่เกิดขึ้นแล้ว
- ทำให้วิบากเบาบางลง
- ตัดวิบากให้ส่งผลไม่ได้
เวลาในการให้ผลกรรม
- ภายใน 7 วัน
- หลังวันที่ 7 -วันตาย
- ชาติถัดไป
- ชาติที่ 3 เป็นต้นไป
- ไม่ให้ผลอีกต่อไป
ทีนี้ ในโจทย์ เอาเฉพาะ ฆ่าปลานะครับ จัดเป็นกรรมประเภท อกุศลกรรม น้ำหนักของกรรม กรรมทั้งหมดแต่ไม่ใช่ 3 กรรมแรก(ไม่ใช่กรรมหนัก ไม่ใช่ทำประจำ ไม่ใช่นิมิตก่อนตาย) กรรมนี้หน้าที่ของมันคือ ทำวิบากให้เกิด เวลาในการให้ผล ตั้งแต่ชาติแรก (แต่ในโจทย์นี้ ไม่ให้ผล) และชาติที่ 2 เป็นต้นไป จนกว่าจะหมดกำลังของวิบาก หรือ ถึงนิพพาน
สรุป ของ สรุปเป็นปรมัตถ์อีกที
เรื่องนายทองแก้วฆ่าปลา
เป็นอกุศล ครบ อกุศลกรรมบถ เป็น ชนกกรรม หรือจุดเริ่มต้นให้มีวิบากที่เป็นทุกข์ เป็นกรรมประเภท กตัตตากรรม (กรรมเล็กน้อย) ถ้าในชาตินี้วิบากยังไม่มีโอกาสให้ผล ก็จะให้ผลวิบากได้ในชาติถัดๆไป
สาเหตุเพราะ การฆ่าปลา แม้ 1 ครั้ง จิตก็ต้องเกิดดับนับไม่ถ้วน เมื่อเริ่มต้นมีเจตนาฆ่าปลา ชวนะดวงที่ 1-7 เป็นอกุศลเจตนาไปแล้ว ก่อนที่จิตจะตกภวังค์ จะมีอีก 1-2 ขณะที่รวมอารมณ์และเจตนาทั้งหมดนี้เอาไว้ เมื่อจิตตกภวังค์ เพื่อส่งต่อให้จิตดวงใหม่ได้เกิดขึ้น เมื่อจิตดวงใหม่เกิดขึ้น ตามองเห็นปลา จิตรู้ รู้ว่าเป็นปลา มโนทวารจะหน่วงอารมณ์เก่า สัมปฏิจฉนะรับอารมณ์โทสะที่สืบต่อจากจิตดวงก่อน สันตีรณะไตร่ตรองอารมณ์ โวฏฐัพพนะตัดสินอารมณ์ว่าฆ่าแน่ แล้วก็ทำกายวิญญัติ ลงมือทุบหัวปลาต่อ กว่าจะฆ่าปลาตายสักตัว จิตมันเกิดดับ ส่งต่อทั้งอารมณ์ ทั้งเจตนา เป็นล้านๆครั้ง(นับจำนวนไม่ได้) ก็ขอทิ้งไว้เท่านี้ก่อนนะครับ เพื่อความไม่ประมาท อกุศลกรรม แม้เล็กน้อยก็ไม่ควรทำ เพราะมันไม่เป็นอโหสิกรรมได้ง่ายๆครับ
แสดงความคิดเห็น
ตำราอภิธรรม เรื่องนี้ เขียนถูกไหม?
พูดถึงการอธิบาย กรรมของนายทองแก้ว
กรรม 3 อย่างที่นายทองแก้วทำ ถ้าไม่เป็นทิฎฐธัมมเวทนียกรรม ก็ต้องเป็นอปราปริยเวทนียกรรม หรือ อุปปัชชเวทนียกรรม เพราะในการทำกรรมใดๆ ชวนจิตย่อมเกิดดับนับไม่ถ้วน ไม่ใช่เกิดเฉพาะชวนะดวงที่ 1 อย่างเดียว ดังนั้นกรรมไม่ดีทั้ง 2 อย่างนั้น เมื่อยังไม่ให้ผลในชาตินี้ ก็ย่อมให้ผลในชาติต่อๆไปได้มิใช่หรือ ...
ดังนั้น ตามตำราสอนอภิธรรมนี้ ผมไม่แน่ใจว่าคำอธิบายเรื่องอโหสิกรรมนี้จะถูกต้อง เพราะมันขัดกับความรู้สึกจริงๆ หรือมันมีนัยยะอื่นแฝงโดยที่ผมยังเข้าไม่ถึง ใครมีธัมมวิจยะที่แม่นยำช่วยอธิบายหน่อยครับ ทำไม ปานาติบาต ของนายทองแก้ว เป็นได้แค่ ทิฎฐธัมมเวทนียกรรม?
ปล. ถ้าบอกชื่อตำรา ว่ามาจากไหน หลายท่านต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่ไม่ต้องพูดถึงชื่อตำราดีกว่านะครับ