เมล็ดพันธุ์ไทย 2.4 หมื่นล้าน ดันจีโนมลดเวลาพัฒนาพันธุ์ รักษาอันดับ 8 โลก
นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย ชูเทคโนโลยี Gene Editing เป็นกุญแจสำคัญยกระดับอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ไทย ลดเวลาพัฒนาพันธุ์กว่าครึ่ง ลดต้นทุน เพิ่มขีดแข่งขัน ท่ามกลางความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศและตลาดโลกที่ผันผวน
ดร.บุญญานาถ นาถวงษ์ นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย (THASTA) เปิดวิสัยทัศน์ผลักดันอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ไทย มูลค่ารวมกว่า 24,000 ล้านบาท โดยเฉพาะตลาดส่งออกที่มีมูลค่า 12,150 ล้านบาท เพื่อรักษาอันดับผู้ส่งออกเมล็ดพันธุ์อันดับ 8 ของโลก ผ่านการนำเทคโนโลยี Gene Editing (GE) มาปรับปรุงพันธุ์พืชให้ทนแล้ง ทนโรค ให้ผลผลิตสูง และตอบโจทย์ตลาดโลกได้รวดเร็วขึ้น
เทคโนโลยี GE ช่วยย่นระยะเวลาปรับปรุงพันธุ์จากเดิมที่อาจใช้เวลานานถึง 15 ปี เหลือเพียงประมาณครึ่งหนึ่งหรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับชนิดพืช อีกทั้งยังเพิ่มความแม่นยำในการปรับลักษณะพันธุกรรม และลดต้นทุนการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับพืชดัดแปลงพันธุกรรม (GMO) ที่มีค่าใช้จ่ายในการขออนุมัติสูงถึงราว 3,680 ล้านบาทต่อสายพันธุ์ หากไทยมีกฎหมายแยก GE ออกจาก GMO อย่างชัดเจน จะช่วยลดภาระผู้ประกอบการและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก
ดร.บุญญานาถ ย้ำว่า Gene Editing ไม่ใช่ GMO แต่เป็นเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำและใช้แพร่หลายในระดับสากล ทั้งในภาคการแพทย์และการเกษตร โดยตลาดโลกมีแนวโน้มเติบโตสูงต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ปี 2569 ต้องจับตาความผันผวนสภาพภูมิอากาศที่กระทบผลผลิต และความเสี่ยงที่เกษตรกรอาจหันไปใช้เมล็ดพันธุ์ปลอมเพื่อลดต้นทุน แม้ต้นทุนเมล็ดพันธุ์คิดเป็นเพียง 10% ของต้นทุนผลิตทั้งหมด หากไทยรักษาระดับการส่งออกใกล้เคียงปี 2568 ได้
https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/651881?fbclid=IwdGRjcAQEPXdleHRuA2FlbQIxMQBzcnRjBmFwcF9pZAo2NjI4NTY4Mzc5AAEelrS6JDOPRATLukJ2OHBtlKMWXK_ytDEKJt597TBqXAFTSdXop1tmwNnhdxo_aem_2M7MNyrpP-lwyH9hq_a89A
เมล็ดพันธุ์ไทย 2.4 หมื่นล้าน ดันจีโนมลดเวลาพัฒนาพันธุ์ รักษาอันดับ 8 โลก
นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย ชูเทคโนโลยี Gene Editing เป็นกุญแจสำคัญยกระดับอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ไทย ลดเวลาพัฒนาพันธุ์กว่าครึ่ง ลดต้นทุน เพิ่มขีดแข่งขัน ท่ามกลางความท้าทายจากสภาพภูมิอากาศและตลาดโลกที่ผันผวน
ดร.บุญญานาถ นาถวงษ์ นายกสมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทย (THASTA) เปิดวิสัยทัศน์ผลักดันอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ไทย มูลค่ารวมกว่า 24,000 ล้านบาท โดยเฉพาะตลาดส่งออกที่มีมูลค่า 12,150 ล้านบาท เพื่อรักษาอันดับผู้ส่งออกเมล็ดพันธุ์อันดับ 8 ของโลก ผ่านการนำเทคโนโลยี Gene Editing (GE) มาปรับปรุงพันธุ์พืชให้ทนแล้ง ทนโรค ให้ผลผลิตสูง และตอบโจทย์ตลาดโลกได้รวดเร็วขึ้น
เทคโนโลยี GE ช่วยย่นระยะเวลาปรับปรุงพันธุ์จากเดิมที่อาจใช้เวลานานถึง 15 ปี เหลือเพียงประมาณครึ่งหนึ่งหรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับชนิดพืช อีกทั้งยังเพิ่มความแม่นยำในการปรับลักษณะพันธุกรรม และลดต้นทุนการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับพืชดัดแปลงพันธุกรรม (GMO) ที่มีค่าใช้จ่ายในการขออนุมัติสูงถึงราว 3,680 ล้านบาทต่อสายพันธุ์ หากไทยมีกฎหมายแยก GE ออกจาก GMO อย่างชัดเจน จะช่วยลดภาระผู้ประกอบการและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก
ดร.บุญญานาถ ย้ำว่า Gene Editing ไม่ใช่ GMO แต่เป็นเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำและใช้แพร่หลายในระดับสากล ทั้งในภาคการแพทย์และการเกษตร โดยตลาดโลกมีแนวโน้มเติบโตสูงต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ปี 2569 ต้องจับตาความผันผวนสภาพภูมิอากาศที่กระทบผลผลิต และความเสี่ยงที่เกษตรกรอาจหันไปใช้เมล็ดพันธุ์ปลอมเพื่อลดต้นทุน แม้ต้นทุนเมล็ดพันธุ์คิดเป็นเพียง 10% ของต้นทุนผลิตทั้งหมด หากไทยรักษาระดับการส่งออกใกล้เคียงปี 2568 ได้
https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/651881?fbclid=IwdGRjcAQEPXdleHRuA2FlbQIxMQBzcnRjBmFwcF9pZAo2NjI4NTY4Mzc5AAEelrS6JDOPRATLukJ2OHBtlKMWXK_ytDEKJt597TBqXAFTSdXop1tmwNnhdxo_aem_2M7MNyrpP-lwyH9hq_a89A