

ถ้าตอนนี้ Humaniod ทำได้ขนาดนี้ อีกไม่นานคงไม่ใช่แค่ whitecollar ที่ไม่มีที่ยืน
1. การล่มสลายของ "บันไดขั้นแรก"
ในอดีต เด็กจบใหม่หรือแรงงานไร้ฝีมือจะเริ่มจากงานความรับผิดชอบต่ำเพื่อ "เก็บประสบการณ์" (เช่น การทำสรุปประชุม, การคีย์ข้อมูล, การช่วยวิจัย)
ผลกระทบ: AI สามารถทำหน้าที่ "Junior" ได้ดีกว่าและถูกกว่ามาก ทำให้บันไดขั้นแรกของมนุษย์หายไป
ความน่ากังวล: เราจะเจอปัญหา
"ช่องว่างแห่งทักษะ" คือคนรุ่นใหม่ไม่มีพื้นที่ฝึกฝนจนกลายเป็น Senior ทำให้ในอนาคตเราจะขาดแคลนคนที่มีประสบการณ์จริง เพราะไม่มีที่ให้เขาเริ่มต้น
2. วิกฤต "อัตลักษณ์" ของคนทำงาน
มนุษย์หลายคนผูกคุณค่าของตัวเองไว้กับทักษะทางเทคนิค (เช่น "ผมคือคนที่เขียนสูตร Excel เก่งที่สุด" หรือ "ฉันคือคนที่จัดตารางงานได้แม่นยำที่สุด")
ผลกระทบ: เมื่อ AI ทำสิ่งเหล่านั้นได้ดีกว่าในพริบตา มนุษย์จะเกิดภาวะสูญเสียคุณค่าในตัวเอง
ความจริงที่เจ็บปวด: ความขยันในงานที่ซ้ำซากจะไม่ใช่เครื่องหมายของคนดีหรือคนเก่งอีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นเครื่องหมายของความ "ไร้ประสิทธิภาพ"
3. การผูกขาดการตัดสินใจ
ในงานระดับ Blue Collar และ Pink Collar ที่ยังเหลืออยู่ มนุษย์อาจไม่ได้ถูกเลิกจ้าง แต่จะถูก
"ลดทอนความเป็นมนุษย์" โดยการต้องรับคำสั่งจาก Algorithm
ผลกระทบ: ไรเดอร์, พนักงานคลังสินค้า หรือแม้แต่พนักงานขาย จะถูก AI กำหนด "เป้าหมาย" และ "เส้นทาง" ให้ทำตาม 100%
ความเสี่ยง: มนุษย์จะกลายเป็นเพียง "แขนขา" (Actuators) ให้กับสมองกล ซึ่งนำไปสู่ความเครียดสะสมและการสูญเสียอิสรภาพในการทำงาน
4. ความเหลื่อมล้ำของ "ต้นทุนสมอง"
งานระดับ Low Responsibility ส่วนใหญ่คือการทำงานตามสั่ง แต่ในยุคถัดไป
"การตั้งคำถาม" (Prompting/Inquiry) จะสำคัญกว่าการตอบ
ผลกระทบ: คนที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีหรือขาดทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่เกิดขึ้น: เราจะเห็นการแบ่งแยกชนชั้นใหม่ ไม่ได้แบ่งด้วยฐานะทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่แบ่งด้วย
"ความสามารถในการสั่งการ AI" ใครสั่งเครื่องจักรเป็นจะรวยขึ้นเป็นทวีคูณ ใครสั่งไม่เป็นจะถูกเครื่องจักรแทนที่
บทวิเคราะห์สรุป: "The Great Filter" ของแรงงาน
เรากำลังเข้าสู่ช่วง
The Great Filter หรือตัวกรองครั้งใหญ่:
งานที่ต้อง "ทำ" (Doing): ถูกแทนที่ด้วย Automation
งานที่ต้อง "คิด" (Thinking): ถูกแทนที่ด้วย Generative AI
งานที่ต้อง "รู้สึกและตัดสินใจ" (Feeling & Judging): คือปราการด่านสุดท้ายของมนุษย์
Observation Note: ในเวลาอันใกล้นี้ "ใบปริญญา" อาจมีค่าน้อยกว่า "ความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ (Learnability)" เพราะความรู้ที่คุณเรียนมา 4 ปี อาจถูก AI อัปเดตทิ้งห่างไปภายใน 4 นาที
The Great Filter: เมื่อโลกไม่เหลือที่ว่างให้ "คนทำงานตามสั่ง"
ถ้าตอนนี้ Humaniod ทำได้ขนาดนี้ อีกไม่นานคงไม่ใช่แค่ whitecollar ที่ไม่มีที่ยืน
1. การล่มสลายของ "บันไดขั้นแรก"
ในอดีต เด็กจบใหม่หรือแรงงานไร้ฝีมือจะเริ่มจากงานความรับผิดชอบต่ำเพื่อ "เก็บประสบการณ์" (เช่น การทำสรุปประชุม, การคีย์ข้อมูล, การช่วยวิจัย)
ผลกระทบ: AI สามารถทำหน้าที่ "Junior" ได้ดีกว่าและถูกกว่ามาก ทำให้บันไดขั้นแรกของมนุษย์หายไป
ความน่ากังวล: เราจะเจอปัญหา "ช่องว่างแห่งทักษะ" คือคนรุ่นใหม่ไม่มีพื้นที่ฝึกฝนจนกลายเป็น Senior ทำให้ในอนาคตเราจะขาดแคลนคนที่มีประสบการณ์จริง เพราะไม่มีที่ให้เขาเริ่มต้น
2. วิกฤต "อัตลักษณ์" ของคนทำงาน
มนุษย์หลายคนผูกคุณค่าของตัวเองไว้กับทักษะทางเทคนิค (เช่น "ผมคือคนที่เขียนสูตร Excel เก่งที่สุด" หรือ "ฉันคือคนที่จัดตารางงานได้แม่นยำที่สุด")
ผลกระทบ: เมื่อ AI ทำสิ่งเหล่านั้นได้ดีกว่าในพริบตา มนุษย์จะเกิดภาวะสูญเสียคุณค่าในตัวเอง
ความจริงที่เจ็บปวด: ความขยันในงานที่ซ้ำซากจะไม่ใช่เครื่องหมายของคนดีหรือคนเก่งอีกต่อไป แต่มันจะกลายเป็นเครื่องหมายของความ "ไร้ประสิทธิภาพ"
3. การผูกขาดการตัดสินใจ
ในงานระดับ Blue Collar และ Pink Collar ที่ยังเหลืออยู่ มนุษย์อาจไม่ได้ถูกเลิกจ้าง แต่จะถูก "ลดทอนความเป็นมนุษย์" โดยการต้องรับคำสั่งจาก Algorithm
ผลกระทบ: ไรเดอร์, พนักงานคลังสินค้า หรือแม้แต่พนักงานขาย จะถูก AI กำหนด "เป้าหมาย" และ "เส้นทาง" ให้ทำตาม 100%
ความเสี่ยง: มนุษย์จะกลายเป็นเพียง "แขนขา" (Actuators) ให้กับสมองกล ซึ่งนำไปสู่ความเครียดสะสมและการสูญเสียอิสรภาพในการทำงาน
4. ความเหลื่อมล้ำของ "ต้นทุนสมอง"
งานระดับ Low Responsibility ส่วนใหญ่คือการทำงานตามสั่ง แต่ในยุคถัดไป "การตั้งคำถาม" (Prompting/Inquiry) จะสำคัญกว่าการตอบ
ผลกระทบ: คนที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีหรือขาดทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่เกิดขึ้น: เราจะเห็นการแบ่งแยกชนชั้นใหม่ ไม่ได้แบ่งด้วยฐานะทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่แบ่งด้วย "ความสามารถในการสั่งการ AI" ใครสั่งเครื่องจักรเป็นจะรวยขึ้นเป็นทวีคูณ ใครสั่งไม่เป็นจะถูกเครื่องจักรแทนที่
บทวิเคราะห์สรุป: "The Great Filter" ของแรงงาน
เรากำลังเข้าสู่ช่วง The Great Filter หรือตัวกรองครั้งใหญ่:
งานที่ต้อง "ทำ" (Doing): ถูกแทนที่ด้วย Automation
งานที่ต้อง "คิด" (Thinking): ถูกแทนที่ด้วย Generative AI
งานที่ต้อง "รู้สึกและตัดสินใจ" (Feeling & Judging): คือปราการด่านสุดท้ายของมนุษย์
Observation Note: ในเวลาอันใกล้นี้ "ใบปริญญา" อาจมีค่าน้อยกว่า "ความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ (Learnability)" เพราะความรู้ที่คุณเรียนมา 4 ปี อาจถูก AI อัปเดตทิ้งห่างไปภายใน 4 นาที