แต่งนิยายโค้กศาสตร์ตอนที่ 17 พักเรื่องเลวร้ายแล้วมาคุยเรื่องร้องเพลงกันดีกว่า

กระทู้สนทนา
โค้ก : นอกจากผมก็เหลือแค่คุณแอนลีนคนเดียวที่เป็นสมาชิกโค้กศาสตร์ เพราะที่เหลือมันตายโหงกันไปหมดด้วยน้ำมือผมเอง 😈

แอนลีน : ไม่ว่าคุณโค้กจะฆ่าแฟนกับเพื่อนฉันรวมถึงคนอื่นๆด้วยเหตุใด ยังไงฉันก็ต้องขอบคุณที่คุณไว้ชีวิตฉันค่ะ และฉันก็สาบานได้เลยว่าฉันเคารพคุณเสมอทุกกรณีไม่มีข้อแม้ค่ะ

โค้ก : ผมไม่จำเป็นต้องพิสูจน์สัจจะของคุณหรอกนะ ดังนั้นคุณจงเก็บคำสาบงสาบานไว้กับตัวเองซะเถอะ เพราะผมเองก็ยอมรับว่าตัวเองก็มีความเป็นงูเห่าที่สัจจะสั่นคลอน และผมก็รู้ว่าคุณไม่กล้าทำอะไรผมเหมือนกับคนอื่นๆ แม้คุณจะเคยต่อยผม 1 ครั้งแล้วก็เถอะ แต่คราวนี้ไม่มีเหตุให้คุณต้องอยากปะทะผมอีกแน่นอน เพราะคราวนี้ผมจะพักเรื่องเลวร้ายแล้วมาคุยเรื่องร้องเพลง

แอนลีน : ฉันไม่ได้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์แบบคุณนะคะ ดังนั้นฉันขอเป็นแค่ผู้รับฟังก็พอค่ะ

โค้ก : จริงๆผมก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเหมือนกันหรอกนะ ผมก็แค่เรียนรู้ในสิ่งที่ผมชอบก็เท่านั้นเอง แต่จะบอกว่าผมพูดมั่วซั่วไปเรื่อยมันก็ไม่ถูกซะทีเดียว ผมยอมรับว่าผมเคยมั่วแต่ผมก็ปรับปรุงตัวเองแล้ว มันมีอยู่ช่วงนึงที่ผมเบียวเรื่องทิมเบอร์เรื่องรอยต่อจนทัศนคติเพี้ยน เกือบจะกู่ไม่กลับแบบว่าค่อนข้างสมเพชตัวเองไม่น้อย ทั้งๆที่ตอนแรกสุดก่อนที่จะเบียวอย่างหนักหน่วง ผมยังมีเซนส์ในการวิเคราะห์ได้ใกล้กับปัจจุบันมากกว่าด้วยซ้ำ

แอนลีน : แต่ตอนนี้คุณก็ยังพูดเรื่องทิมเบอร์ไม่ใช่เหรอคะ

โค้ก : ใช่ครับผมพูดเรื่องทิมเบอร์หรือภาษาไทยก็เนื้อเสียงนั่นแหละ แต่มันไม่เหมือนคราวโน้นที่ดู pitch แล้วเอามาเป็นเกณฑ์ซึ่งไม่สมเหตุสมผล

แอนลีน : เห็นคุณบอกว่าตอนนี้คุณมีหลายประเภทเสียง คุณช่วยอธิบายให้ชัดเจนเพื่อยืนยันว่าตัวเองไม่ได้เบียวแล้วได้ไหมคะ เพราะเท่าที่ดูคุณมาตลอดก็เห็นคุณแค่คนเดียวที่นำเสนอว่าตัวเองแตกต่าง ซึ่งพวกเบียวก็มักจะทำอะไรแนวๆนี้กันทั้งนั้นแหละค่ะ เพียงแต่ว่าตอนนี้คุณไม่ใช่เด็กประถมหรือมัธยมแล้วเท่านั้นเอง

โค้ก : ผมไม่รับประกันว่าตัวเองจะหายเบียวหมดจด 100% แต่ผมจะพยายามอธิบายแบบไม่ให้เข้าข้างตัวเองเท่าที่จะทำได้ มีอยู่หลายช่วงเวลาเลยที่ผมหมกมุ่นกับการ์ตูน ก็คือมันจะมีเสียงพากย์เข้าใจใช่ไหมครับคุณแอนลีน

แอนลีน : เข้าใจค่ะคุณว่าต่อเลย

โค้ก : ผมก็เบียวเลียนแบบที่จะทำเสียงแบบการ์ตูน สมัยเด็กนี่ยิ่งเบียวหนักถึงขั้นเลียนแบบการกระทำของตัวการ์ตูน ดีนะที่ผมไม่พลั้งพลาดจนต้องก่ออาชญากรรม 😅

แอนลีน : งั้นก็หมายความว่าตอนนี้คุณถนัดพากย์เสียงเหรอคะ

โค้ก : พูดตามตรงก็คือผมไม่รู้ตัวเอง และผมก็ไม่รู้ด้วยว่าใครพากย์ดีหรือใครพากย์ไม่ดี ผมไม่สามารถเข้าถึงชั่วโมงบินของศาสตร์นี้ได้เลยจริงๆ ผมก็ได้แต่อ่านคอมเมนท์แบบสมองว่างเปล่ากับอะไรพวกนี้น่ะครับ ผมบอกเลยว่าใครจะพากย์ยังไงหรือจะเป็นใครพากย์ ไม่มีผลกับความชอบหรือไม่ชอบของผมที่จะดูทั้งสิ้น

แอนลีน : แล้วการพากย์เสียงมันต้องดัดเสียงใช่ไหมคะ

โค้ก : แล้วแต่จะดัดหรือไม่ดัดก็ได้ ผมยอมรับว่าผมมีการดัดเสียงเป็นบางครั้ง แต่ในติ๊กต็อกที่ผมลงคลิปตัวเองร้องเพลงที่มีประเภทเสียงแตกต่าง ผมขอยืนยันว่าผมไม่ได้ดัดเสียงเลยแม้แต่น้อย

แอนลีน : แล้วถ้าไม่ได้ดัดเสียงมันจะแตกต่างขนาดนี้ได้ไงคะ

โค้ก : เมื่อก่อนผมใช้เสียงแบบพิสดารมันก็เลยทำให้เนื้อเสียงผมมันไม่นิ่ง มันจะเปลี่ยนไปตามอารมณ์ซึ่งเปลี่ยนแม้กระทั่งเสียงพูด

แอนลีน : ก็ยังดูเบียวอยู่นะคะ

โค้ก : ถ้าผมบอกว่าผมเปลี่ยนเสียงได้อย่างมืออาชีพผมว่าเบียวกว่าอีกนะ แต่ถ้าให้ผมเป็นเบสอันนี้ยอมรับว่าไม่ใช่ธรรมชาติของผมแล้ว ผมก็เป็นได้เท่าที่ผมนำเสนอในติ๊กต็อกนั่นแหละ ส่วนอนาคตจะเหมือนเดิมหรือเปลี่ยนแปลงยังไงก็ให้มันเป็นไป ซึ่งไม่ใช่เรื่องของปัจจุบันแต่อย่างใดตามนี้ครับผม

แอนลีน : งั้นคุณยกตัวอย่างคนอื่นที่มีหลายประเภทเสียงได้ไหมคะ

โค้ก : ไม่มีทางที่จะตรัสรู้ได้

แอนลีน : แล้วจะให้เชื่อยังไงว่าคุณไม่ได้เข้าข้างตัวเองให้ดูเหมือนเท่

โค้ก : ถ้าไม่เชื่อก็แล้วแต่ แต่ถ้าผมจะเท่มันก็ไม่เห็นจะเป็นไรเลยนี่

แอนลีน : โอ้วอย่าเพิ่งตัดบทสิคะ 🥺 ฉันแค่อยากฟังคุณอธิบายให้เต็มที่ค่ะ

โค้ก : จะว่าไปก็มีหลายคนเลยนะที่กำกวมจนผมไม่สามารถตัดสินได้ ไม่แน่พวกเขาอาจจะมีหลายประเภทเสียงก็ได้ แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ผมฟังไม่ออกตั้งแต่แรกเลยจริงๆ คงเป็นลักษณะเสียงที่ผมไม่คุ้นเคยก็เลยไปไม่เป็นน่ะครับ และตอนนี้ผมก็เจียมเนื้อเจียมตัวกว่าเมื่อก่อน ผมไม่กล้ามั่นใจอย่างเต็มที่ว่าผมจะวิเคราะห์ได้ถูกต้อง แต่ถ้าคุณถามว่าทำไมผมถึงให้คนนั้นคนนี้เป็นไทป์นั้นไทป์นี้ ผมยังพอที่จะมีเหตุผลสนับสนุน แต่ถ้าใครคิดว่าตัวเองมีเหตุผลสนับสนุนมากกว่าผมก็ยินดีน้อมรับ

แอนลีน : ฉันยอมรับนะคะว่าฉันไม่ได้เชี่ยวชาญจริงๆ แต่ที่ฉันถามคุณมากมายก็เพราะว่าอยากฟังคุณเปิดใจอย่างเต็มที่น่ะค่ะ หวังว่าคุณจะเข้าใจในเจตนาของฉันนะคะคุณโค้ก

โค้ก : ยินดีอย่างยิ่งครับคุณแอนลีน และผมก็ขอประกาศอย่างชัดเจนอีกครั้งว่าผมก็ไม่ได้เชี่ยวชาญ แต่ผมก็จะไม่ปฏิเสธว่าผมมีประสบการณ์ในเมื่อมันมีแล้วจริงๆ

แอนลีน : ฉันเห็นว่าคุณวัดประเภทเสียงจากแค่เสียงพูดด้วย คุณมั่นใจได้ไงคะว่ามันจะตรงกับเสียงร้องเพลง

โค้ก : ผมจะแบ่งแยกกรณีเป็นดังนี้ ถ้าเป็นนักร้องหรือศิลปินที่มีการร้องเพลงก็ดูเสียงร้องเพลงเป็นหลัก ถ้าเป็นคนทั่วไปที่ไม่เคยร้องเพลงให้เห็นก็ดูเสียงพูดแทน แต่ถ้าคนทั่วไปมีการร้องเพลงก็ดูเสียงร้องเพลงซะ

แอนลีน : แต่ถ้าเสียงพูดไทป์ต่างกับเสียงร้องเพลงมันก็จะผิดไปจากความจริง

โค้ก : อย่าไปยึดติดแบบนั้น ผมจะไม่ใช้หลักการแบบพระอาทิตย์ขึ้นทิศตะวันออกหรือ 1 + 1 = 2 แต่ผมจะใช้เซนส์ที่จะให้คนอื่นเข้าใจในเจตนาของผม และผมก็จะไม่ใช่แค่พูดจาส่งเดช ผมจะให้คนอื่นได้ฟังความเหมือนและแตกต่างอย่างไม่เพ้อเจ้อ คุณก็เห็นใช่ไหมว่าไทป์สูงเสียงเล็กและไทป์ต่ำเสียงใหญ่ นั่นแหละผมมีเหตุผลสนับสนุนอย่างสมเหตุสมผล

แอนลีน : งั้นก็ไม่ใช่ข้อเท็จจริงแล้วสิคะ

โค้ก : มันเป็นข้อคิดเห็นที่มีชั้นเชิง พระอาทิตย์มีแค่ดวงเดียวแต่เสียงคนเรามีหลายพันล้านเสียง มันจะเป็นข้อมูลที่ปิดตายในแค่ไม่กี่ประเภทเสียงได้ไงกันเล่า ถ้าอยากได้ข้อเท็จจริงก็ต้องสร้างเพิ่มอีกหลายพันล้านประเภทเสียง แต่คำถามจากใจเลยก็คือใครมันจะไปแยกได้ละเอียดมหาศาลปานนั้น

แอนลีน : งั้นทักษะที่คุณโค้กสาธยายมาตลอดสรุปก็แค่ข้อคิดเห็น

โค้ก : ข้อคิดเห็นที่มีชั้นเชิงครับคุณแอนลีน ไม่ใช่แค่อย่างที่คุณคิดเลยนะครับ กว่าจะได้แต่ละคลิปในติ๊กต็อกผมไม่ได้อยู่ๆก็ใส่สถานะ ผมน่ะพิจารณาไตร่ตรองอย่างจริงจังทุกคลิป แต่ถ้ามันไม่ได้แสดงความฉลาดทางทัศนคติมากพอก็ต้องขออภัย ผมก็มีความสามารถได้อย่างเต็มที่เท่าที่ผมมี ผมยอมรับว่าเป็นคนหัวช้าแต่ผมรู้ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่

แอนลีน : ฉันขอถามเรื่องเพื่อนเก่าคุณได้ไหมคะ

โค้ก : ไม่พูดชื่อไม่บอกที่อยู่ไม่เอ่ยประวัติไม่โชว์หน้าตาถือว่า “ไม่ได้ประจาน” ดังนั้นเชิญถามให้เต็มที่เลยครับ ผมยอมรับว่าผมอยากจะตอบอะไรแบบนี้เอามากๆเลยด้วย

แอนลีน : ทำไมคุณถึงคิดว่าเพื่อนเก่าคุณยิ่งฝึกยิ่งพัฒนาถอยหลังคะ

โค้ก : เพี้ยนเละขนาดนั้นจะให้บอกว่าก้าวหน้ามันก็กระไรอยู่ หรือแม้แต่บอกว่าอยู่กับที่มันก็ชัดเจนว่ากำลังหลอกตัวเอง ฟังยังไงมันก็ถอยหลังลงคลองกันเห็นๆ

แอนลีน : รบกวนอธิบายเพิ่มเติมได้ไหมคะ

โค้ก : เมื่อหลายปีก่อนอ็อกเทฟกลางยังปรกติแต่ตอนนี้กลายเป็นอ่อนแอ และจะมีปัญหาทุกครั้งที่พยายามฝืนมัน แต่ทุกอย่างมันเกิดจากการใช้อ็อกเทฟสูงแบบผิดๆ ของแบบนี้จะข้ามขั้นตอนไม่ได้ซึ่งถือว่าลบหลู่กฎธรรมชาติ ตราบใดที่อ็อกเทฟกลางยังไม่ชำนาญก็อย่าหวังที่จะขยายเรนจ์เสียง มีแต่จะยิ่งแย่และก็แย่มากและก็แย่ๆๆจนกู่ไม่กลับอย่างที่เห็น

แอนลีน : แล้วทำไมถึงกลายเป็นว่าตอนนี้ยังต้องฝืนแม้กระทั่งอ็อกเทฟกลางล่ะค่ะ

โค้ก : ไม่ใช่เพราะทำไม่ได้แต่เป็นเพราะทัศนคติที่ดักดานจนขึ้นสนิม ถ้าลองเปิดใจฟังคนอื่นซะบ้างมันก็จะกลับมาทำได้เอง แต่สำหรับกรณีเพื่อนเก่าคนนี้ผมไม่เห็นวี่แววว่าจะทำได้ งั้นก็… ไม่น่าจะทำได้จริงๆแล้วแหละนะ ก็คงต้องปล่อยให้ damage สะสมไปเรื่อยๆจนเสียงมีปัญหาที่สายเกินแก้

แอนลีน : แล้วถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นจริงๆคุณจะซ้ำเติมไหมคะ

โค้ก : ผมจะเล่าเป็นอุทาหรณ์อย่างสุภาพ ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันจะเรียกว่าซ้ำเติมหรือเปล่า แต่ถ้าเจ้าตัวโอดครวญขึ้นมาก็ต้องยอมรับว่ามันน่าสมเพชจริงๆ นี่แหละที่เรียกว่า “ไม่โดนสักทีไม่ดีขึ้นเลย”

แอนลีน : แล้วการที่คนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องมาแสดงกิริยามารยาทอย่างว่ากับเพื่อนเก่าคุณ คุณเห็นด้วยกับการกระทำเหล่านี้ไหมคะ

โค้ก : ก็ในเมื่อเปิดสาธารณะแล้วก็ต้องยอมรับความเสี่ยง แต่ผมว่าขนาดนี้คงต้องเรียกว่าเอกฉันท์แล้วล่ะ เราไม่สามารถบังคับให้ทุกคนมีมารยาทกับเราได้หรอกนะ และเราก็ทำตัวล่อเป้าแบบเนี้ยยังจะคาดหวังให้คนอื่นปฏิบัติกับเราแบบปรกติ จะบอกว่าไม่คาดหวังก็ไม่ใช่อีกในเมื่อยังหน่ายกับคำพูดคนอื่นแบบนี้ แต่ผมยอมรับเลยว่าผมหน่ายกับเพื่อนเก่าและผมก็ไม่โกรธคนอื่นแล้ว เพราะผมยอมรับว่าผมคริ้นจ์เต็มทีกับเพื่อนเก่าอย่างไม่มีดีเลย

แอนลีน : ดูมีเยื่อใยใช้ได้เลยนะคะเนี่ย คุณเป็นฝ่ายตัดความสัมพันธ์แท้ๆ

โค้ก : ผมไม่ได้มีเยื่อใยแต่อย่างใด ผมแค่แวะมาดูความน่าสมเพชเป็นระยะๆ

แอนลีน : เปลี่ยนเรื่องบ้างนะคะ ถ้ามีรายการประกวดร้องเพลงอีกคุณจะยังดูไหมคะ

โค้ก : ก็ต้องดูอยู่แล้วครับ นี่เป็นชีวิตจิตใจของโค้กศาสตร์เลย

แอนลีน : คิดยังไงกับคนที่พูดเรื่องนักดนตรีทั้งๆที่ควรพูดเรื่องผู้ประกวดร้องเพลง

โค้ก : ผมรำคาญพวกนี้และบ่อยครั้งก็ทำลายคุณค่าของผู้ประกวดร้องเพลงด้วย

แอนลีน : แล้วถ้าไม่มีดนตรีคุณจะฟังไหมคะ

โค้ก : ฟังสิ

แอนลีน : ตอบแบบไม่ลังเลเลยเหรอ

โค้ก : อ้าวก็นี่มันรายการประกวดร้องเพลง ถ้าอยากจะพูดถึงดนตรีก็ไปฟังรายการประกวดดนตรี อย่ามาทำให้เสียบรรยากาศ

แอนลีน : คิดว่าต่อไปยังจะมีคนที่คุณรำคาญอยู่อีกไหมคะ

โค้ก : แน่นอนว่าต้องมีอยู่แล้วครับ ผมรู้ดีว่าสังคมมันวิปริตขนาดไหน

แอนลีน : คุณไม่วิปริตเลยสินะ

โค้ก : วิปริตที่ผมว่าหมายถึงทำลายคุณค่าอย่างไม่รู้ความ เวลาผมจะทำลายอะไรผมจะไตร่ตรองเป็นอย่างดีตลอด ไม่ทำตัวมึนงงให้เสียของอย่างน่าสมเพชหรอก แต่ถ้าวิปริตในเชิงอื่นๆสำหรับผม… ก็ไม่แน่ 😈

แอนลีน : ขออีกคำถามนะคะ แล้วคุณเคยอคติใครด้วยอารมณ์ล้วนๆหรือเปล่า แบบว่าเป็นข้อคิดเห็นที่ “ไม่มีชั้นเชิง” น่ะค่ะ

โค้ก : อ่อมีสิมีเยอะแยะด้วย แต่ถ้าไม่จำเป็นผมไม่ทำเรื่องนี้ลงติ๊กต็อกหรอก ผมทำแต่เรื่องฮีลใจไร้ความขัดแย้งไม่ดีกว่าเรอะ

แอนลีน : อยากให้คุณโค้กยกตัวอย่างความอคติสักเรื่องจังเลยค่ะ

โค้ก : มีศิลปินคนนึงที่มีความสามารถรอบด้าน แต่ดันรู้จักกับคนเรื้อนแล้วคนเรื้อนก็อวยนักอวยหนา แถมยังมีแววว่าจะเข้ากันได้ดีอีกด้วย มันก็เลยพาลให้ผมไม่อยากฟังศิลปินคนนั้นอีกต่อไปเลย ต่อให้ต้องเป็นศิลปินที่เก่งที่สุดในโลกก็เถอะ

แอนลีน : คุณโค้กคิดว่าตัวเองเป็นขี้แพ้ชวนตีไหมคะ

โค้ก : จะว่างั้นก็ได้ ผมยอมรับว่าผมเป็นแค่ปุถุชนคนธรรมดา จะทำตัวตลาดล่างสักหน่อยมันก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน

แอนลีน : คุณโค้กคิดว่ามันน่าภาคภูมิใจเหรอคะ

โค้ก : ถูกผิดน่ะมันไม่มีอยู่จริงหรอกคุณแอนลีน มันก็แค่กฎที่ถูกสถาปนาโดยปุถุชนที่ไม่ต่างกับผม อาจจะแค่รวยกว่าแต่ปุถุชนนั้นก็เดรัจฉานเหมือนๆกันนั่นแหละ ดังนั้นผมจะเป็นตลาดล่างมันก็ไม่ได้ผิด หรือผมจะเป็นตลาดบนมันก็ไม่ได้ถูกเช่นกัน ดังนั้นอยากจะทำเฮี่ยไรก็ทำมันไปซะเถอะ และสุดท้ายใช่ครับผมภาคภูมิใจซะอย่างแบบไม่ต้องมีเหตุผลก็ได้ เพียงแค่ถูกใจมันเพียงพอที่จะภาคภูมิใจแล้วครับ 😈

แอนลีน : งั้นคุณโค้กก็เรื้อนเหมือนกันน่ะสิคะ ไม่สิฉันว่าเผลอๆคุณเรื้อนยิ่งกว่าเขาอีกด้วย

โค้ก : อย่างน้อยผมก็ไม่เคยอ้างความยุติธรรมที่เป็นเรื่องเหลวไหลสำหรับกฎธรรมชาติก็แล้วกัน 👹

แอนลีน : หมายความว่าไงคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่