Sentimental Value
#รีวิวหนัง
.
0/
คุณเคยไหม…
อยากได้คำขอโทษจากใครสักคน
แต่พอเขาจะพูดจริง ๆ
เรากลับไม่แน่ใจว่าอยากฟังไหม
หรือสุดท้ายก็อาจจะยังไม่ให้อภัยถ้าเขาพูดออกมาก็ได้
.
1/
เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อพ่อผู้กำกับชื่อดัง (สเตลลัน สการ์สการ์ด)
ที่เคยทิ้งครอบครัวไป
กลับมาอีกครั้งหลังแม่เสียชีวิต
อยากทำ “หนังเกี่ยวกับครอบครัวตัวเอง”
และเขียนบทนำให้ลูกสาวคนโตที่เป็นนักแสดง (เรนาเต้ เรนส์เว) แสดงนำ
แต่ลูกสาวกลับปฏิเสธ
บทนั้นจึงไปตกเป็นของนักแสดงฮอลลีวูด (แอลล์ แฟนนิง )
และจากจุดนั้น เขาได้พยายามใช้โอกาสนี้
สานสัมพันธ์อันแตกสลายกับลูกสาวทั้งสอง…
แม้โอกาสจะดูริบหรี่ก็ตามที
.
2/
ความน่าสนใจและใหม่สำหรับหนังทั่วไป
คือการตีความระหว่างคุณค่าทางใจ vs คุณค่าทางศิลปะของหนัง
พ่อเป็นศิลปิน
เอาความทรงจำไปสร้างงาน
แต่สำหรับลูก
มันไม่ใช่งาน มันคือบาดแผล
ทีนี้คำถามในหนังก็คือว่า
“เมื่อความเจ็บของใครคนหนึ่ง
ควรกลายเป็นวัตถุดิบของอีกคนได้ไหม”
.
3/
ต้องยกให้การแสดงของ “สเตลลัน สการ์สการ์ด”
พ่อที่พยายามกลับมาในชีวิตลูก หลังจากที่ความสัมพันธ์แตกสลายไปแล้ว
เขาต้องแสดงออกทั้งความละอายใจ ความอยากแก้ไข
และความไม่แน่ใจในตัวเอง
ทำให้เรารู้สึกว่าเขาไม่ได้แสดง
แต่เหมือนมันคือชีวิตของเขาจริง ๆ
ซึ่งถ้าปีนี้จะได้ออสการ์สมทบชาย ก็สมมงที่สุดแล้ว
.
4/
ชอบการตั้งคำถามของหนังนะ
“ถ้าวันหนึ่งคนที่เคยทำให้คุณเจ็บ
แล้วเขาจะหยิบความเจ็บนั้นไปเล่าเป็นผลงาน
บอกให้โลกรู้ว่า “นี่คือศิลปะ”
เราจะรู้สึกว่าเขาเข้าใจคุณ
หรือจะรู้สึกว่าเขากำลังใช้ความเจ็บปวดของคุณ
.
5/
เพราะในเมื่อบางคนบอกว่า ศิลปะช่วยเยียวยา
แต่บางครั้ง
ศิลปะก็อาจเป็นวิธีที่คนหนึ่ง
เล่าเรื่องตัวเองให้ดูดีขึ้น
โดยที่อีกคนยังไม่ทันหายเจ็บ
คำถามสำคัญมันไม่ใช่ว่า
งานนั้นดีไหม
แต่คือ
หัวใจของคนที่ถูกเล่าเรื่อง
เขาโอเคแล้วหรือยัง
.
6/
อีกประเด็นนึงที่ชอบมากคือ
ถ้าวันหนึ่งคนที่เคยทำให้เรารู้สึกถูกทิ้ง
อยากกลับมาอยู่ในชีวิตอีกครั้ง
เราจะให้โอกาสเขาไหมและที่ยากกว่านั้นคือ
เราให้อภัยเขาได้จริง ๆ
หรือเราแค่เหนื่อยจะโกรธแล้วมากกว่า
.
7/
เอาจริงๆ Sentimental Value
มันไม่ใช่หนังดราม่าน้ำตาแตก
ไม่มีใครร้ายสุดขั้ว แต่บาดแผลมันเกิดจาก
การทุกคนเคยทำร้ายกันโดยไม่ตั้งใจ
หนังทำให้เราเข้าใจมุมมองของผู้กระทำมากขึ้น
เข้าใจและไม่ได้ต้องการคำขอโทษที่สมบูรณ์แบบ
.
8/
สิ่งที่หนังทำเก่งมาก
คือไม่บังคับให้เราร้องไห้
แต่มันทำให้เราเผลอคิดถึงพ่อแม่
คิดถึงบ้าน
คิดถึงความทรงจำที่ทั้งอุ่นและเจ็บปนกันไป
หนังไม่ได้บอกว่าอดีตต้องสวย
มันแค่บอกว่า…ถึงมันจะไม่สวย
มันก็ยังมีคุณค่า
ไม่ใช่เพราะมันดีพร้อม
แต่เพราะมันทำให้เราเป็นเราในวันนี้
.
9/
Sentimental Value อาจจะไม่ได้สอนให้เราให้อภัย
ไม่ได้บอกว่าใครผิด มันแค่ถามว่า
เราจะอยู่กับอดีตยังไง โดยไม่ทำร้ายหัวใจตัวเองเพิ่ม
บางความรักอาจไม่สมบูรณ์
แต่ถ้าเรากล้ามองมันตรง ๆ โดยไม่หลอกตัวเอง
นั่นอาจเป็น “คุณค่า” ที่แท้จริงที่สุดแล้ว
[CR] ถ้าคุณเคยเจ็บจากคนในครอบครัว และยังรักเขาอยู่ลึก ๆ Sentimental Value คือหนังที่เห็นคุณค่าของคุณ
#รีวิวหนัง
.
0/
คุณเคยไหม…
อยากได้คำขอโทษจากใครสักคน
แต่พอเขาจะพูดจริง ๆ
เรากลับไม่แน่ใจว่าอยากฟังไหม
หรือสุดท้ายก็อาจจะยังไม่ให้อภัยถ้าเขาพูดออกมาก็ได้
.
1/
เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อพ่อผู้กำกับชื่อดัง (สเตลลัน สการ์สการ์ด)
ที่เคยทิ้งครอบครัวไป
กลับมาอีกครั้งหลังแม่เสียชีวิต
อยากทำ “หนังเกี่ยวกับครอบครัวตัวเอง”
และเขียนบทนำให้ลูกสาวคนโตที่เป็นนักแสดง (เรนาเต้ เรนส์เว) แสดงนำ
แต่ลูกสาวกลับปฏิเสธ
บทนั้นจึงไปตกเป็นของนักแสดงฮอลลีวูด (แอลล์ แฟนนิง )
และจากจุดนั้น เขาได้พยายามใช้โอกาสนี้
สานสัมพันธ์อันแตกสลายกับลูกสาวทั้งสอง…
แม้โอกาสจะดูริบหรี่ก็ตามที
.
2/
ความน่าสนใจและใหม่สำหรับหนังทั่วไป
คือการตีความระหว่างคุณค่าทางใจ vs คุณค่าทางศิลปะของหนัง
พ่อเป็นศิลปิน
เอาความทรงจำไปสร้างงาน
แต่สำหรับลูก
มันไม่ใช่งาน มันคือบาดแผล
ทีนี้คำถามในหนังก็คือว่า
“เมื่อความเจ็บของใครคนหนึ่ง
ควรกลายเป็นวัตถุดิบของอีกคนได้ไหม”
.
3/
ต้องยกให้การแสดงของ “สเตลลัน สการ์สการ์ด”
พ่อที่พยายามกลับมาในชีวิตลูก หลังจากที่ความสัมพันธ์แตกสลายไปแล้ว
เขาต้องแสดงออกทั้งความละอายใจ ความอยากแก้ไข
และความไม่แน่ใจในตัวเอง
ทำให้เรารู้สึกว่าเขาไม่ได้แสดง
แต่เหมือนมันคือชีวิตของเขาจริง ๆ
ซึ่งถ้าปีนี้จะได้ออสการ์สมทบชาย ก็สมมงที่สุดแล้ว
.
4/
ชอบการตั้งคำถามของหนังนะ
“ถ้าวันหนึ่งคนที่เคยทำให้คุณเจ็บ
แล้วเขาจะหยิบความเจ็บนั้นไปเล่าเป็นผลงาน
บอกให้โลกรู้ว่า “นี่คือศิลปะ”
เราจะรู้สึกว่าเขาเข้าใจคุณ
หรือจะรู้สึกว่าเขากำลังใช้ความเจ็บปวดของคุณ
.
5/
เพราะในเมื่อบางคนบอกว่า ศิลปะช่วยเยียวยา
แต่บางครั้ง
ศิลปะก็อาจเป็นวิธีที่คนหนึ่ง
เล่าเรื่องตัวเองให้ดูดีขึ้น
โดยที่อีกคนยังไม่ทันหายเจ็บ
คำถามสำคัญมันไม่ใช่ว่า
งานนั้นดีไหม
แต่คือ
หัวใจของคนที่ถูกเล่าเรื่อง
เขาโอเคแล้วหรือยัง
.
6/
อีกประเด็นนึงที่ชอบมากคือ
ถ้าวันหนึ่งคนที่เคยทำให้เรารู้สึกถูกทิ้ง
อยากกลับมาอยู่ในชีวิตอีกครั้ง
เราจะให้โอกาสเขาไหมและที่ยากกว่านั้นคือ
เราให้อภัยเขาได้จริง ๆ
หรือเราแค่เหนื่อยจะโกรธแล้วมากกว่า
.
7/
เอาจริงๆ Sentimental Value
มันไม่ใช่หนังดราม่าน้ำตาแตก
ไม่มีใครร้ายสุดขั้ว แต่บาดแผลมันเกิดจาก
การทุกคนเคยทำร้ายกันโดยไม่ตั้งใจ
หนังทำให้เราเข้าใจมุมมองของผู้กระทำมากขึ้น
เข้าใจและไม่ได้ต้องการคำขอโทษที่สมบูรณ์แบบ
.
8/
สิ่งที่หนังทำเก่งมาก
คือไม่บังคับให้เราร้องไห้
แต่มันทำให้เราเผลอคิดถึงพ่อแม่
คิดถึงบ้าน
คิดถึงความทรงจำที่ทั้งอุ่นและเจ็บปนกันไป
หนังไม่ได้บอกว่าอดีตต้องสวย
มันแค่บอกว่า…ถึงมันจะไม่สวย
มันก็ยังมีคุณค่า
ไม่ใช่เพราะมันดีพร้อม
แต่เพราะมันทำให้เราเป็นเราในวันนี้
.
9/
Sentimental Value อาจจะไม่ได้สอนให้เราให้อภัย
ไม่ได้บอกว่าใครผิด มันแค่ถามว่า
เราจะอยู่กับอดีตยังไง โดยไม่ทำร้ายหัวใจตัวเองเพิ่ม
บางความรักอาจไม่สมบูรณ์
แต่ถ้าเรากล้ามองมันตรง ๆ โดยไม่หลอกตัวเอง
นั่นอาจเป็น “คุณค่า” ที่แท้จริงที่สุดแล้ว
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้