วันนี้มาเช็กค่าไตตัวเองกันครับ หลายคนเข้าใจว่า “ไตเสื่อมต้องมีอาการก่อน” แต่ความจริงคือ ไตเสื่อมส่วนใหญ่เงียบมาก โดยเฉพาะระยะ 1–3 คนไข้จำนวนมากใช้ชีวิตปกติ แต่ไตค่อย ๆ ลดการกรองลงทีละนิดจนรู้ตัวอีกทีระยะ 4–5 แล้วครับ เพราะฉะนั้นการรู้ว่าไตเสื่อมอยู่ระยะไหน คือกุญแจสำคัญที่สุดในการ “ชะลอไม่ให้ไปไกลกว่าเดิม”
ไตเสื่อมแบ่งเป็น 5 ระยะหลัก ดูจากค่า eGFR (ค่าการกรองของไต)
1. ระยะที่ 1 ไตเริ่มมีความผิดปกติ แต่ยังกรองได้ดี (eGFR ≥ 90)
ระยะนี้หลายคนตรวจเจอจากปัสสาวะมีโปรตีนรั่ว ลองสังเกตจาก "ปัสสาวะเป็นฟอง" ซึ่งนี่มักเป็นสัญญาณแรกของโปรตีนรั่วที่เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าครับ หรือมีโรคเสี่ยงอย่างเบาหวาน ความดัน ถึงแม้ค่ากรองยังดูปกติ แต่ไตเริ่มมี “รอยรั่ว” แล้ว ถ้าปล่อยให้คุมหวานคุมเค็มไม่ดี ไตจะเสื่อมเร็วมาก ระยะนี้คือช่วงทองที่ย้อนกลับหรือชะลอได้ดีที่สุดครับ
2. ระยะที่ 2 ไตเริ่มกรองลดลงเล็กน้อย (eGFR 60–89)
คนส่วนใหญ่ยังไม่มีอาการเลย แต่ไตเริ่มทำงานหนักขึ้นแบบเงียบ ๆ โดยเฉพาะคนที่กินเค็มจัด ดื่มน้ำน้อย หรือใช้ยาแก้ปวดบ่อย ระยะนี้ต้องเริ่มจริงจังเรื่องลดโซเดียม คุมความดัน และตรวจปัสสาวะสม่ำเสมอ เพราะถ้าไหลไประยะ 3 จะเริ่มมีผลชัดครับ
3. ระยะที่ 3 ไตเสื่อมชัดเจน เริ่มมีของเสียค้าง (eGFR 30–59)
นี่คือระยะที่ “ต้องระวังมาก” เพราะไตกรองได้แค่ครึ่งเดียว หลายคนเริ่มบวมง่าย เหนื่อยง่าย ปัสสาวะผิดปกติ หรือความดันเริ่มคุมยาก ระยะนี้ต้องลดเค็มจริงจัง โปรตีนต้องพอดีเพราะหมอมักจะแนะนำให้ "ลดปริมาณโปรตีน" อย่างจริงจัง (Low Protein Diet) เพื่อลดภาระการทำงานของหน่วยไตที่เหลืออยู่ครับ ห้ามใช้สมุนไพรมั่ว และควรพบแพทย์เพื่อชะลอไม่ให้ลงระยะ 4 ครับ
4. ระยะที่ 4 ไตใกล้ล้มเหลว ต้องเตรียมตัวรักษาระยะยาว (eGFR 15–29)
ระยะนี้ไตเหลือการทำงานไม่ถึง 30% ของปกติ ของเสียเริ่มค้างในเลือดชัดขึ้น ร่างกายจะเริ่มแสดงอาการมากกว่าเดิม เช่น คันตามตัว เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ซีด เหนื่อยง่าย บวมเท้า หรือความดันสูงคุมยาก ช่วงนี้ต้องควบคุมอาหารละเอียดมากขึ้น ทั้งโซเดียม โปรตีน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม แพทย์จะเริ่มวางแผนเตรียมการรักษาระยะยาว เช่น การเตรียมเส้นฟอกไต เพื่อไม่ให้เข้าสู่ภาวะฉุกเฉินแบบไม่ทันตั้งตัวครับ
5. ระยะที่ 5 ไตวายระยะสุดท้าย ต้องฟอกไตหรือปลูกถ่าย (eGFR < 15)
ไตแทบไม่สามารถกรองของเสียได้แล้ว ของเสียและน้ำค้างในร่างกายมาก เสี่ยงหัวใจล้มเหลว น้ำท่วมปอด เหนื่อยหอบเฉียบพลัน ความดันพุ่งสูง หรือมีภาวะโพแทสเซียมเกินจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ ระยะนี้การรักษาหลักคือการฟอกไตหรือปลูกถ่ายไตเท่านั้น และต้องดูแลเรื่องอาหาร น้ำ และยาตามแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะร่างกายไม่สามารถขับของเสียเองได้เหมือนเดิมแล้วครับ
Cr. FB หมอเจด
เช็กเลย! ไตเสื่อมระยะไหน