ทำงานกับเพื่อนสนิทมา 5-6ปีต้องเสียเพราะน้องแท้ๆ

เรื่องมีอยู่ว่า เราทำงานอยู่กับเพื่อนสนิทเป็นธุรกิจของเพื่อน เราทำหน้าที่เกี่ยวกับบริหารความเรียบร้อยของงานและพนักงาน และการเงิน โดยน้องแท้ๆที่มาทำด้วยก็ช่วยทำซึ่งน้องจะช่วยเกี่ยวกับการเงิน ซึ่งทุกอย่างก็ดูปกติจนมีช่วงนึงบริษัทไม่ค่อยได้กำไรจากปกติจะมียอดยืนพื้นอยู่ แต่อันนี้ยอดน้อยกว่าปกติ ซึงพอเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ เพื่อนก็บอกเราว่าน่าจะมีคนโกงเพราะไม่ได้มีการโกงครั้งแรก เคยมีประวัติพนักงานโกงแล้วยอดมันก็จะหาย เราก็ตรวจหาไม่เจอเพื่อนเราก็บอกว่า คนโกงอาจจะเป็นน้องเราก็ได้ แต่ด้วยความที่เราไว้ใจน้องเพราะคิดว่าเป็นน้องแท้ๆ และเพื่อนเราก็เป็นเพื่อนที่สนิทที่สุด เวลามีปัญของที่บ้านเรา แม่ยืมเงินหรืออะไรต่างๆเพื่อนก็พร้อมจะช่วยซัพพอร์ตตลอด เราเลยคิดว่าน้องน่าจะสำนึกถึงบุญคุณของเพื่อนเราตรงนี้ น้องเราจึงไม่น่าจะโกง และระยะเวลาก็ผ่านไปหลายเดือนปรับเปลี่ยนระบบงานไปให้ตรวจสอบทุกอย่างได้อย่างละเอียด แต่เงินก็ยังหายจนสุดท้ายเราก็คิดว่าที่เพื่อนพูดอาจจะเป็นเรื่องจริง เลยเอาบัญชีของน้องมาตรวจสอบจึงเห็นว่าโกงเงินบริษัทไปหลายแสน และหลังจับได้ก็ได้แจ้งเพื่อนที่เป็นเจ้าของและแจ้งที่บ้านเรา ว่าน้องโกงซึ่งที่บ้านเราจะมีน้าที่ทำอยู่ด้วยแต่อยู่ในตำเเหน่งพนักงานปกติ ตอนที่จับได้ตัวเราชาทำไรไม่ถูกไม่คิดว่าน้องตัวเองจะโกง ตอนที่นัดคุยกันเพื่อนเราก็เข้ามาคุยถึงเรื่องที่โกงแล้วเรากับน้าที่ทำอยู่ที่นี่ด้วยและไม่ได้เกี่ยวข้องก็โดนมองว่าสมรู้ร่วมคิด ไม่ก็รวมหัวกันโกง เพราะคนที่โกงมันคือน้องเราต่อให้เราสนิทกับเพื่อนมากขนาดไหน เราทำงานนี้มา 5-6 ปีทำดีมาตลอด แต่พ่อแม่เพื่อนหรือคนรอบตัวญาติพี่น้องเค้าที่เราสนิมมองเราเป็นลูกหลานคนนึงตอนนี้กลับถูกมองว่าหัวขโมย และเราก็อาจจะตกงานจากการกระทำของน้องเรา ซึ่งทุกคนที่ไม่รู้เรื่องขึ้นชื่อว่า ญาติต้องซวยไปด้วย ทุกคนมีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ แต่คนๆเดียวทำให้เดือนร้อนและยิ่งไปกว่านั้นแม่ของเราปกป้องน้อง ไม่ดุไม่ว่า พูดโอ๋ตลอดจนเราแอบคิดว่าแม่รู้เห็นด้วยหรือเปล่า ตอนที่เรายังไม่รู้ยอดเงินว่าน้องเอาไปเท่าไหร่และโอนไปไหนบ้างแต่เพื่อนเราดูและเช็คเรียบร้อย แต่พอเราดูและเช็คกลับพบว่ามีเงินที่ไปหาแม่ด้วย และแม่ก็บอกว่าน้องฝากไว้และแม่โอนคืนแต่จำนวนเงินที่โอนเข้าไปกับเงินที่โอนคืนนั้นไม่ตรงกับที่แม่พูดเลยทำให้ยิ่งคิดเข้าไปอีกว่ารู้เห็นกัน ทุกคนในครอบครัวที่ไม่ใช่แม่กับน้องเราบอกว่า แม่เราต้องรับผิดชอบเพราะที่น้องต้องไปทำงานนั้นเพราะแม่ และเส้นเงินมันก็ไปที่แม่ เพราะเพื่อนเราบอกไว้ว่าถ้าเค้าไม่ได้เงินคืนเค้าจะให้เรากับน้าออกจากงาน และเพื่อนไม่ได้หวังว่าจะได้คืนเป็นก้อนใหญ่เท่าที่เอาไป จะทยอยคืนผ่อนไปเรื่อยๆก็ไม่มีปัญหา แต่ความซวยมาตกอยู่ที่เราจากตอนแรกที่ได้ทำงานเป็นหัวหน้าสบายๆ ตอนนี้กลับโดนลดขั้นมาเป็นพนักงานธรรมดา โดนที่บ้านเค้าเกียจ เพื่อนก็ไม่คุยด้วยถ้าไม่จำเป็น ปกติคุยเล่น  เล่นเกม ไปเที่ยวชวนกันตลอดแต่ตอนนี้ห่างเหินแทบจะเป็นคนไม่รู้จักกันแล้ว แต่เพื่อนบอกว่าจะไม่หักเงินเดือนเรากับน้าไปใช้หนี้ แต่อยากให้น้องเราที่เอาไปมารับผิดชอบ ซึ่งแม่คอยปกป้องตลอดบอกว่าจะไปหาสมัครงานทำงานแล้วมาผ่อนใช้หนี้ซึ่งคำพูดเค้ากับการกระทำมันไม่ค่อยน่าเชื่อถือ เค้าเหมือนไม่สนไม่แคร์ และยังพูดอีกว่าต่อให้คืนเงินครบจำนวนตอนนี้เดี๋ยวนี้ เพื่อนเราก็ไล่เรากับน้า ออกอยู่ดี และก็บอกอีกว่าทำไมทุกคนต้องด่าเค้ากับลูกไม่ไปด่าเพื่อนเราบ้าง เรางงกับตรรกะของแม่มากตั้งแต่เกิดเรื่องมาพยายามบอกว่าเดี๋ยวให้นี้ไปหาสมัครงานนั้นนี่แต่ไม่ได้คิดจะแก้ปัญหาที่ลูกตัวเองก่อจริงๆเลยคิดแต่ว่าเค้าจะให้ออกอย่างเดียว และก็ยังโพสว่าลูกทำผิดพลาดนั้นนี่ลงรูปกอดกัน แต่ไม่ได้บอกให้คนอื่นรู้หรอกว่าลูกตัวเองไปโกงเค้ามา  เราควรจะทำยังไงกับปัญหานี้ดี ตอนนี้เรากับน้ารู้สึกเครียดมาก เพราะมีค่าใช้จ่ายรายเดือน ทั้งครอบครัวลูกเล็ก ค่ารถและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งงานตรงนี้เป็นงานที่ดีและสบาย ถ้าตกงานตรงนี้ไปชีวิตพวกเราจะเคว้งมากเลยเพราะไม่เคยทำงานแบบอื่นซึ่งเจ้าตัวคนก่อปัญหายังไม่สำนึกและเหมือนจะไม่สนใจว่าทำคนอื่นเดือนร้อน และเพื่อนเราซึ่งตอนนี้หายหัวร้อนแล้วแต่ก็พูดคุยกันตรงๆแล้วว่าไม่มีความไว้ใจไว้ให้เหมือนเดิม และอับอายคนรอบตัวอีกที่เค้าหาว่าเรารวมหัวกันขโมย เราจะทำไงดี
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่