สวัสดีครับผมขออนุญาตตั้งกระทู้นี้เพื่อแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับอาการ หัวใจเต้นผิดจังหวะ
และการรักษาด้วยวิธี จี้ไฟฟ้าหัวใจ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับใครที่กำลังมีอาการคล้ายๆ กัน หรือกำลังลังเลว่าจะไปตรวจดีไหม
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ผมไม่ใช่คนที่มีปัญหาหัวใจมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องเข้าห้องหัตถการหรือ
ทำอะไรเกี่ยวกับหัวใจจริงจังแบบนี้มาก่อน
.
.
จุดเริ่มต้นของอาการ
ผมเคยรักษา ไทรอยด์เป็นพิษ มาก่อน หลายคนที่เคยเป็นหรือเคยอ่านข้อมูลมาบ้างคงพอรู้ว่า ไทรอยด์มีผลกับการทำงานของหัวใจค่อนข้างมาก
ตอนที่รักษาไทรอยด์ ช่วงนั้นก็มีใจสั่น เหนื่อยง่ายบ้าง แต่พอรักษาจนค่าต่างๆ กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติแล้ว ผมก็คิดว่าทุกอย่างน่าจะจบ
แต่ปรากฏว่า…มันไม่จบครับ
หลังจากนั้นไม่นาน ผมเริ่มมีอาการ ใจสั่นแปลกๆ
ไม่ใช่ใจสั่นตลอดเวลา แต่จะมาเป็นช่วงๆ
- บางครั้งหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
- บางครั้งเหมือนหัวใจ “เต้นสะดุด” วูบไปจังหวะหนึ่ง
- บางคืนพอจะนอน หัวใจกลับเต้นแรงจนรู้สึกชัดเจน นอนไม่ได้
- ตื่นมารู้สึกไม่สดชื่น เหมือนพักผ่อนไม่พอทั้งที่นอนทั้งคืน
อาการพวกนี้ไม่ได้เป็นวันสองวัน แต่ค่อยๆ สะสมเป็น หลายเดือน
ผลกระทบกับชีวิตประจำวัน สิ่งที่ทรมานที่สุดสำหรับผมไม่ใช่แค่ใจสั่นแต่คือความกังวล
ผมเริ่มเหนื่อยง่ายขึ้นเดินขึ้นบันไดนิดหน่อยก็รู้สึกเหนื่อย ตกเย็นเหมือนพลังหมด และที่แย่ที่สุดคือ
นอนไม่ค่อยหลับ หลายคืนต้องนอนนิ่งๆ ฟังเสียงหัวใจตัวเองเต้น ยิ่งฟังยิ่งเครียด ยิ่งเครียด
หัวใจก็ยิ่งเต้นแรงกลายเป็นวงจรที่ทำให้สุขภาพจิตแย่ลงไปอีก
เริ่มค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง อย่างที่หลายคนทำกัน ผมเริ่ม ค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต
พออ่านไปอ่านมา คำว่า “หัวใจเต้นผิดจังหวะ” โผล่มาเต็มไปหมด 😂
ยิ่งอ่านก็ยิ่งกลัว บางเว็บบอกว่าอันตราย บางเว็บบอกว่าไม่อันตรายถ้าไม่เป็นบางชนิด ยิ่งอ่านยิ่งสับสน
สุดท้ายผมเริ่มคิดจริงจังว่าหรือเราจะมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจกันแน่ ผมเลยเริ่มมองหาโรงพยาบาล
และคุณหมอที่รักษาอาการด้านนี้โดยเฉพาะและจุดนี้เองที่ผมไปเจอคลิปใน YouTube
เจอคลิปรีวิวคุณหมอจาก YouTube ผมดูรีวิวเยอะมากครับ ทั้งจากคนไข้จริง คลิปให้ความรู้ คลิปอธิบายโรค
แต่ต้องยอมรับตรงๆ ว่า ของคุณหมอปริวัตร รีวิวเยอะกว่าใครจริงๆ (แต่ผมคงไม่รู้จักคุณหมอแน่ถ้าไม่มีอาการหัวใจเต้นแปลกๆ)
ตอนแรกก็แอบคิดในใจรีวิวเยอะขนาดนี้ จะจริงไหมนะ แต่พอดูหลายคลิป ดูหลายเคส ฟังวิธีอธิบาย ฟังแนวคิดการรักษา
ผมรู้สึกว่าอย่างน้อย ลองเข้าไปปรึกษาดูก่อนก็ได้
ผมคิดง่ายๆ ว่าถ้าไปคุยแล้วไม่โอเค ค่อยหาที่ใหม่
.
.
.
สิ่งที่ผมไม่คาดคิดจากการพบคุณหมอครั้งแรก พอได้คุยกับคุณหมอ สิ่งแรกที่ผมประทับใจมากคือ
คุณหมอ ไม่ได้รีบให้รักษาที่นี่ทันที
คุณหมอฟังประวัติผมละเอียดมากโดยเฉพาะเรื่องไทรอยด์ในอดีตและสิ่งที่คุณหมอแนะนำคือ
ให้ผมกลับไปรักษาที่โรงพยาบาลเดิม ที่เคยรักษาไทรอยด์มาก่อน เพื่อให้การรักษามีความต่อเนื่อง และใช้ข้อมูลประวัติเดิมให้เต็มที่
ตอนนั้นผมค่อนข้างแปลกใจเพราะในใจคิดว่า มาปรึกษาที่นี่แล้ว น่าจะเริ่มรักษาที่นี่เลย แต่คุณหมอบอกชัดเจนว่า
ถ้ารักษาที่เดิมแล้วอาการยังไม่หาย 100% คุณหมอยินดีช่วยดูต่อ
.
.
.
กลับไปรักษาที่เดิม…แต่ยังไม่หาย
ผมกลับไปรักษาที่โรงพยาบาลเดิม ตรวจตามขั้นตอนกินยาตามหมอสั่ง อาการดีขึ้นบ้างแต่ต้องยอมรับว่า
มันยังไม่หายสนิท ยังมีอาการใจสั่นเป็นระยะ ยังมีวันที่นอนไม่ค่อยได้ และยังรู้สึกว่าร่างกายไม่เหมือนเดิม 100%
สุดท้ายผมตัดสินใจกลับมาหาคุณหมอปริวัตรอีกครั้ง
พอทางโรงพยาบาลเห็นว่าผมกลับมาทุกอย่างดำเนินการเร็วมาก ตรวจ EKG ประเมินอาการอย่างละเอียด
อธิบายผลให้ฟังแบบเข้าใจง่าย
คุณหมออธิบายให้ผมเข้าใจว่าอาการของผมเข้าข่าย หัวใจเต้นผิดจังหวะ
และวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุดในเคสของผมคือการจี้ไฟฟ้าหัวใจ
ยอมรับตรง ๆ ว่า ตอนแรกได้ยินคำว่า “จี้หัวใจ” ผมก็แอบกลัวครับ แต่คุณหมออธิบายขั้นตอน ความเสี่ยง
และผลลัพธ์อย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้ทำให้รู้สึกถูกบังคับตัดสินใจ
ประสบการณ์การจี้ไฟฟ้าหัวใจ
การรักษาทำใน ห้องผ่าตัด ทีมคุณหมอและพยาบาลดูแลใกล้ชิดมาก มีการอธิบาย
มีการถามอาการตลอด ทำให้ความกลัวลดลงเยอะ
หลังการรักษาสิ่งที่ผมรู้สึกได้ชัดเจนที่สุดคือ อาการใจสั่นลดลงอย่างเห็นได้ชัด หัวใจเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอขึ้น
กลางคืนเริ่มนอนหลับได้ดีขึ้น ตื่นมาไม่รู้สึกเพลียเหมือนก่อน
สิ่งที่อยากฝากถึงคนที่กำลังลังเล
ผมไม่ได้ตั้งกระทู้นี้เพื่อชวนใครไปทำหัตถการหรือบอกว่าวิธีนี้เหมาะกับทุกคน แต่อยากบอกว่าถ้าคุณมีอาการ
ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ นอนไม่ได้ เหนื่อยง่าย และอาการเป็น ต่อเนื่องนานหลายเดือน
อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็ก อย่าคิดว่าเดี๋ยวก็หายเอง
การได้เจอหมอที่อธิบายให้เราเข้าใจ และเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะกับเราทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นจริงๆ
สำหรับผมการตัดสินใจรักษาด้วยการจี้ไฟฟ้าหัวใจ คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ผมกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติอีกครั้ง
ความรู้สึกตอนทำจริงๆ เจ็บไหม?
ก่อนเข้าห้องผ่าตัด ผมยอมรับตรงๆ ว่าในใจกลัวมากครับ คำว่าจี้ไฟฟ้าหัวใจฟังยังไงก็ไม่น่าไว้ใจ
ในหัวผมคิดภาพไปไกลมาก กลัวเจ็บ กลัวทรมาน กลัวไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ในระหว่างทำผมไม่ได้รู้สึกเจ็บแบบที่จินตนาการไว้
จะรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างทำอยู่ข้างใน รู้สึกตึงๆ หน่วงๆ บ้างเป็นบางช่วง แต่ไม่ถึงขั้นเจ็บจนทนไม่ได้
ถ้าให้เปรียบเทียบ มันไม่ใช่ความเจ็บแบบแผล หรือปวดแสบปวดร้อน แต่เป็นความรู้สึกแปลกๆ มากกว่า
หลังทำอาจมีอาการเมื่อย ตึง หรือไม่สบายตัวเล็กน้อยแต่เป็นอาการที่รับได้และไม่น่ากลัว
ถ้าให้ผมสรุปประสบการณ์ทั้งหมดในครั้งนี้ ผมอยากบอกว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดอาจไม่ใช่การรักษา
แต่คือการ ปล่อยให้อาการอยู่กับเรานานเกินไปโดยไม่หาคำตอบ
หลายเดือนที่ผมใช้ชีวิตอยู่กับอาการใจสั่น นอนไม่หลับ เหนื่อยง่าย และความกังวลที่วนอยู่ในหัวทุกวัน
มันบั่นทอนทั้งร่างกายและจิตใจโดยที่เราไม่รู้ตัว การตัดสินใจไปพบหมอที่นี่ การยอมรับว่าตัวเองมีปัญหา
และกล้าที่จะรักษา คือก้าวที่ยากที่สุด แต่ก็เป็นก้าวที่สำคัญที่สุด
สำหรับผมการจี้ไฟฟ้าหัวใจอาจฟังดูน่ากลัวในตอนแรก แต่เมื่อผ่านมันมาแล้ว ผมรู้สึกขอบคุณตัวเองที่วันนั้นตัดสินใจไม่ถอย
เพราะวันนี้ ผมกลับมานอนหลับได้ดีขึ้น หัวใจเต้นเป็นจังหวะมากขึ้น
ใจสั่น นอนไม่ได้อยู่นานหลายเดือน สุดท้ายจบด้วย “จี้ไฟฟ้าหัวใจ”
และการรักษาด้วยวิธี จี้ไฟฟ้าหัวใจ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับใครที่กำลังมีอาการคล้ายๆ กัน หรือกำลังลังเลว่าจะไปตรวจดีไหม
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ผมไม่ใช่คนที่มีปัญหาหัวใจมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องเข้าห้องหัตถการหรือ
ทำอะไรเกี่ยวกับหัวใจจริงจังแบบนี้มาก่อน
.
.
จุดเริ่มต้นของอาการ
ผมเคยรักษา ไทรอยด์เป็นพิษ มาก่อน หลายคนที่เคยเป็นหรือเคยอ่านข้อมูลมาบ้างคงพอรู้ว่า ไทรอยด์มีผลกับการทำงานของหัวใจค่อนข้างมาก
ตอนที่รักษาไทรอยด์ ช่วงนั้นก็มีใจสั่น เหนื่อยง่ายบ้าง แต่พอรักษาจนค่าต่างๆ กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปกติแล้ว ผมก็คิดว่าทุกอย่างน่าจะจบ
แต่ปรากฏว่า…มันไม่จบครับ
หลังจากนั้นไม่นาน ผมเริ่มมีอาการ ใจสั่นแปลกๆ
ไม่ใช่ใจสั่นตลอดเวลา แต่จะมาเป็นช่วงๆ
- บางครั้งหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
- บางครั้งเหมือนหัวใจ “เต้นสะดุด” วูบไปจังหวะหนึ่ง
- บางคืนพอจะนอน หัวใจกลับเต้นแรงจนรู้สึกชัดเจน นอนไม่ได้
- ตื่นมารู้สึกไม่สดชื่น เหมือนพักผ่อนไม่พอทั้งที่นอนทั้งคืน
อาการพวกนี้ไม่ได้เป็นวันสองวัน แต่ค่อยๆ สะสมเป็น หลายเดือน
ผลกระทบกับชีวิตประจำวัน สิ่งที่ทรมานที่สุดสำหรับผมไม่ใช่แค่ใจสั่นแต่คือความกังวล
ผมเริ่มเหนื่อยง่ายขึ้นเดินขึ้นบันไดนิดหน่อยก็รู้สึกเหนื่อย ตกเย็นเหมือนพลังหมด และที่แย่ที่สุดคือ
นอนไม่ค่อยหลับ หลายคืนต้องนอนนิ่งๆ ฟังเสียงหัวใจตัวเองเต้น ยิ่งฟังยิ่งเครียด ยิ่งเครียด
หัวใจก็ยิ่งเต้นแรงกลายเป็นวงจรที่ทำให้สุขภาพจิตแย่ลงไปอีก
เริ่มค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง อย่างที่หลายคนทำกัน ผมเริ่ม ค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต
พออ่านไปอ่านมา คำว่า “หัวใจเต้นผิดจังหวะ” โผล่มาเต็มไปหมด 😂
ยิ่งอ่านก็ยิ่งกลัว บางเว็บบอกว่าอันตราย บางเว็บบอกว่าไม่อันตรายถ้าไม่เป็นบางชนิด ยิ่งอ่านยิ่งสับสน
สุดท้ายผมเริ่มคิดจริงจังว่าหรือเราจะมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจกันแน่ ผมเลยเริ่มมองหาโรงพยาบาล
และคุณหมอที่รักษาอาการด้านนี้โดยเฉพาะและจุดนี้เองที่ผมไปเจอคลิปใน YouTube
เจอคลิปรีวิวคุณหมอจาก YouTube ผมดูรีวิวเยอะมากครับ ทั้งจากคนไข้จริง คลิปให้ความรู้ คลิปอธิบายโรค
แต่ต้องยอมรับตรงๆ ว่า ของคุณหมอปริวัตร รีวิวเยอะกว่าใครจริงๆ (แต่ผมคงไม่รู้จักคุณหมอแน่ถ้าไม่มีอาการหัวใจเต้นแปลกๆ)
ตอนแรกก็แอบคิดในใจรีวิวเยอะขนาดนี้ จะจริงไหมนะ แต่พอดูหลายคลิป ดูหลายเคส ฟังวิธีอธิบาย ฟังแนวคิดการรักษา
ผมรู้สึกว่าอย่างน้อย ลองเข้าไปปรึกษาดูก่อนก็ได้
ผมคิดง่ายๆ ว่าถ้าไปคุยแล้วไม่โอเค ค่อยหาที่ใหม่
.
.
.
สิ่งที่ผมไม่คาดคิดจากการพบคุณหมอครั้งแรก พอได้คุยกับคุณหมอ สิ่งแรกที่ผมประทับใจมากคือ
คุณหมอ ไม่ได้รีบให้รักษาที่นี่ทันที
คุณหมอฟังประวัติผมละเอียดมากโดยเฉพาะเรื่องไทรอยด์ในอดีตและสิ่งที่คุณหมอแนะนำคือ
ให้ผมกลับไปรักษาที่โรงพยาบาลเดิม ที่เคยรักษาไทรอยด์มาก่อน เพื่อให้การรักษามีความต่อเนื่อง และใช้ข้อมูลประวัติเดิมให้เต็มที่
ตอนนั้นผมค่อนข้างแปลกใจเพราะในใจคิดว่า มาปรึกษาที่นี่แล้ว น่าจะเริ่มรักษาที่นี่เลย แต่คุณหมอบอกชัดเจนว่า
ถ้ารักษาที่เดิมแล้วอาการยังไม่หาย 100% คุณหมอยินดีช่วยดูต่อ
.
.
.
กลับไปรักษาที่เดิม…แต่ยังไม่หาย
ผมกลับไปรักษาที่โรงพยาบาลเดิม ตรวจตามขั้นตอนกินยาตามหมอสั่ง อาการดีขึ้นบ้างแต่ต้องยอมรับว่า
มันยังไม่หายสนิท ยังมีอาการใจสั่นเป็นระยะ ยังมีวันที่นอนไม่ค่อยได้ และยังรู้สึกว่าร่างกายไม่เหมือนเดิม 100%
สุดท้ายผมตัดสินใจกลับมาหาคุณหมอปริวัตรอีกครั้ง
พอทางโรงพยาบาลเห็นว่าผมกลับมาทุกอย่างดำเนินการเร็วมาก ตรวจ EKG ประเมินอาการอย่างละเอียด
อธิบายผลให้ฟังแบบเข้าใจง่าย
คุณหมออธิบายให้ผมเข้าใจว่าอาการของผมเข้าข่าย หัวใจเต้นผิดจังหวะ
และวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุดในเคสของผมคือการจี้ไฟฟ้าหัวใจ
ยอมรับตรง ๆ ว่า ตอนแรกได้ยินคำว่า “จี้หัวใจ” ผมก็แอบกลัวครับ แต่คุณหมออธิบายขั้นตอน ความเสี่ยง
และผลลัพธ์อย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้ทำให้รู้สึกถูกบังคับตัดสินใจ
ประสบการณ์การจี้ไฟฟ้าหัวใจ
การรักษาทำใน ห้องผ่าตัด ทีมคุณหมอและพยาบาลดูแลใกล้ชิดมาก มีการอธิบาย
มีการถามอาการตลอด ทำให้ความกลัวลดลงเยอะ
หลังการรักษาสิ่งที่ผมรู้สึกได้ชัดเจนที่สุดคือ อาการใจสั่นลดลงอย่างเห็นได้ชัด หัวใจเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอขึ้น
กลางคืนเริ่มนอนหลับได้ดีขึ้น ตื่นมาไม่รู้สึกเพลียเหมือนก่อน
สิ่งที่อยากฝากถึงคนที่กำลังลังเล
ผมไม่ได้ตั้งกระทู้นี้เพื่อชวนใครไปทำหัตถการหรือบอกว่าวิธีนี้เหมาะกับทุกคน แต่อยากบอกว่าถ้าคุณมีอาการ
ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ นอนไม่ได้ เหนื่อยง่าย และอาการเป็น ต่อเนื่องนานหลายเดือน
อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็ก อย่าคิดว่าเดี๋ยวก็หายเอง
การได้เจอหมอที่อธิบายให้เราเข้าใจ และเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะกับเราทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นจริงๆ
สำหรับผมการตัดสินใจรักษาด้วยการจี้ไฟฟ้าหัวใจ คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ผมกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติอีกครั้ง
ความรู้สึกตอนทำจริงๆ เจ็บไหม?
ก่อนเข้าห้องผ่าตัด ผมยอมรับตรงๆ ว่าในใจกลัวมากครับ คำว่าจี้ไฟฟ้าหัวใจฟังยังไงก็ไม่น่าไว้ใจ
ในหัวผมคิดภาพไปไกลมาก กลัวเจ็บ กลัวทรมาน กลัวไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
ในระหว่างทำผมไม่ได้รู้สึกเจ็บแบบที่จินตนาการไว้
จะรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างทำอยู่ข้างใน รู้สึกตึงๆ หน่วงๆ บ้างเป็นบางช่วง แต่ไม่ถึงขั้นเจ็บจนทนไม่ได้
ถ้าให้เปรียบเทียบ มันไม่ใช่ความเจ็บแบบแผล หรือปวดแสบปวดร้อน แต่เป็นความรู้สึกแปลกๆ มากกว่า
หลังทำอาจมีอาการเมื่อย ตึง หรือไม่สบายตัวเล็กน้อยแต่เป็นอาการที่รับได้และไม่น่ากลัว
ถ้าให้ผมสรุปประสบการณ์ทั้งหมดในครั้งนี้ ผมอยากบอกว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดอาจไม่ใช่การรักษา
แต่คือการ ปล่อยให้อาการอยู่กับเรานานเกินไปโดยไม่หาคำตอบ
หลายเดือนที่ผมใช้ชีวิตอยู่กับอาการใจสั่น นอนไม่หลับ เหนื่อยง่าย และความกังวลที่วนอยู่ในหัวทุกวัน
มันบั่นทอนทั้งร่างกายและจิตใจโดยที่เราไม่รู้ตัว การตัดสินใจไปพบหมอที่นี่ การยอมรับว่าตัวเองมีปัญหา
และกล้าที่จะรักษา คือก้าวที่ยากที่สุด แต่ก็เป็นก้าวที่สำคัญที่สุด
สำหรับผมการจี้ไฟฟ้าหัวใจอาจฟังดูน่ากลัวในตอนแรก แต่เมื่อผ่านมันมาแล้ว ผมรู้สึกขอบคุณตัวเองที่วันนั้นตัดสินใจไม่ถอย
เพราะวันนี้ ผมกลับมานอนหลับได้ดีขึ้น หัวใจเต้นเป็นจังหวะมากขึ้น