ถ้าปีศาจ “เหนียน” 年兽 Nian มีตัวตนจริง มันจะรอแค่วันตรุษจีนทำไม? สัตว์นักล่าที่หิว จะเปิดปฏิทินรอปีละครั้งจริงหรือ?
ทุกเทศกาลตรุษจีน เราจะได้ยินตำนานปีศาจชื่อ เหนียน ที่ตามในตำนานจีนเล่าว่า…
ทุกคืนส่งท้ายปีเก่า
มันจะลงจากภูเขาหรือออกจากทะเลมากินคน
จนชาวบ้านค้นพบว่า
“มันกลัวสีแดง แสงไฟ และเสียงดัง”
จึงเกิดธรรมเนียมติดกระดาษแดง
ใส่เสื้อผ้าสีแดง และจุดประทัด เพื่อขับไล่มัน
แต่ถ้าลองคิดแบบมีเหตุผลหน่อย…
ถ้าเหนียนเป็นสัตว์จริง
มันจะรอแค่ปีละครั้งทำไม?
สัตว์หิวก็ต้องล่า ไม่ได้รอฤกษ์งามยามดี
นี่คือจุดที่ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า
เหนียนอาจไม่ใช่ “สัตว์ประหลาด” อย่างที่เราเข้าใจ
1) เหนียนอาจไม่ใช่ปีศาจ แต่คือ “ปี”
คำว่า 年 (nián) แปลว่า “ปี”
นักวิชาการจำนวนไม่น้อยมองว่า
“เหนียน” คือการทำให้ ‘ปีเก่า’ มีตัวตน
ปลายฤดูหนาวในจีนโบราณคือช่วงเวลาที่โหดที่สุดของปี
– อาหารขาดแคลน
– อากาศหนาวจัด
– โรคระบาดง่าย
– สัตว์ป่าอาจลงจากเขามาหาอาหารจริง
“ปีศาจลงมากินคน”
จึงอาจเป็นการเล่าเชิงสัญลักษณ์ถึงภัยพิบัติปลายปี
ตรุษจีนจึงไม่ใช่แค่การฉลอง
แต่คือพิธีกรรม “เอาชนะปีเก่า” เพื่อเริ่มต้นใหม่
2) แล้วสีแดงกับเสียงดังล่ะ?
ในวัฒนธรรมจีน
สีแดง = พลังชีวิต ความโชคดี การปกป้อง
เสียงประทัด = การขับไล่สิ่งชั่วร้าย + สร้างขวัญกำลังใจ
บางงานศึกษาชี้ว่า
ประเพณีติดสีแดงและจุดไฟมีมาก่อนเรื่องเล่าเหนียนเสียอีก
แปลว่าเรื่องปีศาจ
อาจถูกสร้างขึ้นภายหลังเพื่ออธิบายพิธีกรรมให้เข้าใจง่ายขึ้น โดยเฉพาะกับเด็ก
3) มุมมองเชิงจิตวิทยา
มนุษย์มักทำให้ “ความกลัว” มีตัวตน
เพราะสิ่งที่มองไม่เห็นควบคุมยากกว่า
เมื่อเราตั้งชื่อให้มัน
เมื่อเรามีพิธีไล่มัน
เราจะรู้สึกว่าเราควบคุมโชคชะตาได้
ดังนั้นบางที
เราไม่ได้กำลังไล่ปีศาจ
แต่กำลังไล่ “ความไม่มั่นคงในชีวิต” ก่อนเริ่มปีใหม่
สรุป ถ้ามองแบบชีววิทยา
เหนียนในฐานะสัตว์จริงๆนั้น ไม่สมเหตุสมผล
แต่ถ้ามองแบบวัฒนธรรม
มันคือสัญลักษณ์ของ
– ปีเก่า
– ภัยธรรมชาติ
– ความอดอยาก
– ความกลัวของมนุษย์โบราณ
📌และนี่คือข้อคิดที่ตรุษจีนทิ้งไว้ให้คนยุคปัจจุบัน:
ปีศาจของเราในวันนี้
อาจไม่ใช่สัตว์ประหลาดจากภูเขา
แต่อาจเป็นความกลัว ความล้มเหลว
หนี้สิน ความไม่มั่นคง
หรือความผิดหวังของปีที่ผ่านมา
ตรุษจีนจึงสอนเราว่า
ก่อนจะเริ่มปีใหม่
เราต้อง “ยอมรับปีศาจของตัวเอง”
แล้วกล้าที่จะขับไล่มัน
สีแดงในวันนี้
อาจไม่ใช่แค่สีเสื้อ
แต่คือความตั้งใจที่จะลุกขึ้นใหม่
เสียงประทัด
อาจไม่ใช่แค่เสียงดัง
แต่คือการประกาศกับตัวเองว่า
ปีนี้…เราจะไม่ปล่อยให้ปีศาจเดิมๆ
กลับมากินชีวิตเราอีกแล้ว
#ลุยจีน
https://www.facebook.com/share/182fPcwAXK/
🐲 ถ้าปีศาจ “เหนียน” 年兽 Nian มีตัวตนจริง มันจะรอแค่วันตรุษจีนทำไม? สัตว์นักล่าที่หิว จะเปิดปฏิทินรอปีละครั้งจริงหรือ?
ทุกเทศกาลตรุษจีน เราจะได้ยินตำนานปีศาจชื่อ เหนียน ที่ตามในตำนานจีนเล่าว่า…
ทุกคืนส่งท้ายปีเก่า
มันจะลงจากภูเขาหรือออกจากทะเลมากินคน
จนชาวบ้านค้นพบว่า
“มันกลัวสีแดง แสงไฟ และเสียงดัง”
จึงเกิดธรรมเนียมติดกระดาษแดง
ใส่เสื้อผ้าสีแดง และจุดประทัด เพื่อขับไล่มัน
แต่ถ้าลองคิดแบบมีเหตุผลหน่อย…
ถ้าเหนียนเป็นสัตว์จริง
มันจะรอแค่ปีละครั้งทำไม?
สัตว์หิวก็ต้องล่า ไม่ได้รอฤกษ์งามยามดี
นี่คือจุดที่ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า
เหนียนอาจไม่ใช่ “สัตว์ประหลาด” อย่างที่เราเข้าใจ
1) เหนียนอาจไม่ใช่ปีศาจ แต่คือ “ปี”
คำว่า 年 (nián) แปลว่า “ปี”
นักวิชาการจำนวนไม่น้อยมองว่า
“เหนียน” คือการทำให้ ‘ปีเก่า’ มีตัวตน
ปลายฤดูหนาวในจีนโบราณคือช่วงเวลาที่โหดที่สุดของปี
– อาหารขาดแคลน
– อากาศหนาวจัด
– โรคระบาดง่าย
– สัตว์ป่าอาจลงจากเขามาหาอาหารจริง
“ปีศาจลงมากินคน”
จึงอาจเป็นการเล่าเชิงสัญลักษณ์ถึงภัยพิบัติปลายปี
ตรุษจีนจึงไม่ใช่แค่การฉลอง
แต่คือพิธีกรรม “เอาชนะปีเก่า” เพื่อเริ่มต้นใหม่
2) แล้วสีแดงกับเสียงดังล่ะ?
ในวัฒนธรรมจีน
สีแดง = พลังชีวิต ความโชคดี การปกป้อง
เสียงประทัด = การขับไล่สิ่งชั่วร้าย + สร้างขวัญกำลังใจ
บางงานศึกษาชี้ว่า
ประเพณีติดสีแดงและจุดไฟมีมาก่อนเรื่องเล่าเหนียนเสียอีก
แปลว่าเรื่องปีศาจ
อาจถูกสร้างขึ้นภายหลังเพื่ออธิบายพิธีกรรมให้เข้าใจง่ายขึ้น โดยเฉพาะกับเด็ก
3) มุมมองเชิงจิตวิทยา
มนุษย์มักทำให้ “ความกลัว” มีตัวตน
เพราะสิ่งที่มองไม่เห็นควบคุมยากกว่า
เมื่อเราตั้งชื่อให้มัน
เมื่อเรามีพิธีไล่มัน
เราจะรู้สึกว่าเราควบคุมโชคชะตาได้
ดังนั้นบางที
เราไม่ได้กำลังไล่ปีศาจ
แต่กำลังไล่ “ความไม่มั่นคงในชีวิต” ก่อนเริ่มปีใหม่
สรุป ถ้ามองแบบชีววิทยา
เหนียนในฐานะสัตว์จริงๆนั้น ไม่สมเหตุสมผล
แต่ถ้ามองแบบวัฒนธรรม
มันคือสัญลักษณ์ของ
– ปีเก่า
– ภัยธรรมชาติ
– ความอดอยาก
– ความกลัวของมนุษย์โบราณ
📌และนี่คือข้อคิดที่ตรุษจีนทิ้งไว้ให้คนยุคปัจจุบัน:
ปีศาจของเราในวันนี้
อาจไม่ใช่สัตว์ประหลาดจากภูเขา
แต่อาจเป็นความกลัว ความล้มเหลว
หนี้สิน ความไม่มั่นคง
หรือความผิดหวังของปีที่ผ่านมา
ตรุษจีนจึงสอนเราว่า
ก่อนจะเริ่มปีใหม่
เราต้อง “ยอมรับปีศาจของตัวเอง”
แล้วกล้าที่จะขับไล่มัน
สีแดงในวันนี้
อาจไม่ใช่แค่สีเสื้อ
แต่คือความตั้งใจที่จะลุกขึ้นใหม่
เสียงประทัด
อาจไม่ใช่แค่เสียงดัง
แต่คือการประกาศกับตัวเองว่า
ปีนี้…เราจะไม่ปล่อยให้ปีศาจเดิมๆ
กลับมากินชีวิตเราอีกแล้ว
#ลุยจีน
https://www.facebook.com/share/182fPcwAXK/