แพทย์เตือนพ่อแม่ หยุดเชื่อ 'ตรวจยีน' หาพรสวรรค์เด็ก ไม่มีงานวิจัยทางการแพทย์

แพทย์เตือนพ่อแม่ หยุดเชื่อ 'ตรวจยีน' หาพรสวรรค์เด็ก ไม่มีงานวิจัยทางการแพทย์ หวั่นเด็กโดนตัดโอกาสเรียนรู้

‘ตรวจยีน’ บ่งบอก ‘พรสวรรค์’ ไม่จริง ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ไม่เกิดผลประโยชน์ แพทย์หวั่นตัดโอกาสเรียนรู้ของเด็ก -กระทบพัฒนาการ
.
ประเทศไทยมีความตื่นตัวและความก้าวหน้าด้านการแพทย์แม่นยำและการตรวจรหัสพันธุกรรมอย่างมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีธุรกิจบางกลุ่มพยายามจูงใจให้ผู้ปกครองนำบุตรหลานเข้ารับบริการ”ตรวจยีน” เพื่อหาว่าเด็กมีพรสวรรค์หรือความสามารถพิเศษ

เป็นสิ่งที่ได้รับกระแสความนิยมเป็นอย่างมากจากทั้งผู้ปกครองและสถานศึกษา ด้วยหวังจะนำข้อมูลมาส่งเสริมและพัฒนาเด็กให้ตรงจุด โดยมีค่าตรวจอยู่ที่ราว 5,000-10,000 บาท
.
แต่ข้อมูลเรื่องระบุพรสวรรค์เด็กจากการตรวจยีนนี้ “แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ” กลับให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันว่า “ไม่อาจเชื่อถือได้”

“หน่วยพันธุกรรม” หรือ “ยีน” (Gene) ถือเป็นตัวกำหนดให้คนมีความแตกต่างกัน โดยแต่ละคนมีประมาณ 25,000 ยีน ในยีนจะเรียงรายด้วยรหัสอักษรที่เรียกว่า “รหัสพันธุกรรม” ซึ่งมีมากกว่า 3000 ล้านคู่ตัวอักษร โดยรหัสพันธุกรรมแต่ละคนจะเหมือนกันกว่า 99% มีเพียง 1% เท่านั้นที่ต่างกัน ทำให้มีสีผม หน้าตา รูปร่าง ที่แตกต่างกัน ถ้ารหัสพันธุกรรมเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งที่สำคัญ อาจทำให้เกิดโรคได้
.
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของรหัสพันธุกรรมของยีนบางตำแหน่ง ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะก่อโรคจริงหรือไม่ การส่งตรวจยีนจึงจำเป็นที่การตรวจควรต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือแพทย์ในสาขาพันธุเวชศาสตร์
.
คำแนะนำปัจจุบันของสมาคมพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก และสมาคมเวชพันธุศาสตร์และจีโนมิกส์การแพทย์ จึงยังไม่แนะนำการตรวจสารพันธุกรรมเพื่อค้นหาหรือทำนายพรสวรรค์และสติปัญญา เพราะนอกจากจะยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอแล้ว อาจนำไปสู่ผลกระทบเชิงลบได้มากมายอีกด้วย
.
ตรวจยีน ไม่บ่งบอกพรสวรรค์เด็ก
.
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข(สวรส.) ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ”ว่า ปัจจุบันมีการพยายามชักชวนให้ผู้ปกครองนำบุตรหลานไปตรวจยีนเพื่อดูเรื่องพรสวรรค์ ซึ่งจากที่สวรส.ดำเนินงานโครงการ “จีโนมิกส์ไทยแลนด์ (Genomic Thailand)” ทำให้รู้ข้อมูลว่า “การตรวจนี้มันไม่จริง”
.
อันตรายที่สำคัญหากไปเชื่อผลตรวจนั้นมากๆ ก็จะส่งผลต่อเด็กแทนที่จะถูกพัฒนาตามความจำเป็นที่เหมาะสม ก็จะกลายเป็นบังคับหรือตีกรอบให้ลูกต้องเดินในเส้นทางที่ผลตรวจยีนบอกว่า "เก่ง" เช่น ลูกตรวจออกมาบอกว่าเก่งคณิตศาสตร์ ควรจะไปเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักคณิตศาสตร์ จนละเลยทักษะด้านอื่นที่เด็กอาจจะมีความชอบหรือทำได้ดีกว่าในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
.
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่