จขกท. เพิ่งไปค้นข้อมูลข่าวเก่า ๆ ที่สำนักงานของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐมาค่ะ
เพราะข้อมูลข่าวที่อยากทราบ หาอ่านไม่ได้ที่หอสมุดแห่งชาติ เลยตามมาสืบค้นที่ไทยรัฐ เพราะคิดว่าคงจะเก็บไว้ครบทุกฉบับ
ไม่ได้ขาดหายไปบางฉบับแบบที่หอสมุดแห่งชาติ
ตามเว็บไซต์นี้ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐค่ะ
https://www.thairath.co.th/datacenter
แต่เมื่อดั้นด้นไปถึงสำนักพิมพ์ ริมถนนวิภาวดี ก็เกือบจะไม่ได้ผ่านด่านตรงป้อมยาม เพราะรปภ.ถามว่าได้โทรมานัดก่อนล่วงหน้าไหม ?
ทว่าจขกท.ก็พยายามขอเจรจาต่อรอง เพราะในเว็บไซต์ของไทยรัฐ ก็ไม่ได้บอกว่าต้องนัดล่วงหน้าก่อนมาถึง
"ไม่ทราบว่าต้องการค้นดูเรื่องอะไรคะ?"
"อยากสืบค้นเรื่องนักเขียนหญิงรายหนึ่งที่ถูกฟ้องหย่าเมื่อปี'23 กับ นางแบบที่ฆ่าตัวตายเมื่อปี'27 ค่ะ"
จนท.ฝ่ายสืบค้นข้อมูลเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะถามกลับมาว่า "จะเอาข้อมูลไปทำอะไรคะ?"
"แค่อยากอ่านเฉย ๆ ค่ะ เพราะค้นที่หอสมุดแห่งชาติแล้วมันไม่เจอ"
จากนั้นฝ่ายจนท. ก็ขอตัวไปสืบค้นข้อมูลให้ก่อน ว่ามีเก็บไว้หรือไม่ เพราะตัวเล่มที่เป็นหนังสือพิมพ์ ไม่ได้ให้บริการสำหรับคนนอก
มีเพียงแฟ้มข่าวที่ตัดเก็บเข้าเล่มเท่านั้นที่เปิดให้บริการ แต่ก็มีเฉพาะบางข่าว ไม่ใช่ทุกข่าวที่เก็บไว้ค่ะ
จขกท.ต้องรออีกพักใหญ่ ถึงจะได้คุยกับจนท.ฝ่ายข้อมูลอีกครั้ง ผ่านโทรศัพท์ภายในตรงป้อมยาม
และในที่สุดก็ได้ผ่านด่านอรหันต์ ไปถึงภายในสำนักพิมพ์ได้สำเร็จ
แต่ก็ต้องแลกกับการสแกนบัตรประชาชนและติดบัตร Visitor ที่หน้าอกเสื้อ โดยมีรปภ.ของตึกศูนย์ข้อมูลรอรับตัวอีกด่านหนึ่ง
เรียกว่าเข้มงวดไม่ต่างจากเรือนจำที่จขกท.เคยไปเยี่ยมญาติเลยค่ะ
ซึ่งตึกภายในก็ดูเก่ามาก แต่ยังดีที่มีลิฟท์นะคะ นึกว่าต้องเดินขึ้นเสียแล้ว
ขณะที่สภาพภายในห้องสมุด หรือที่ไทยรัฐเรียกว่า "ศูนย์ข้อมูล" ก็ดูทึบทึม ไม่สว่างน่านั่งดั่งรูปในเว็บไซต์
ถึงแม้บรรยากาศจะไม่ตรงปก แต่การได้อ่านข่าวที่ต้องการย่อมสำคัญกว่า
ซึ่งพนักงานฝ่ายข้อมูลก็หาแฟ้มข่าวมาให้ พร้อมถามย้ำซ้ำ ๆ ซาก ๆ "จะเอาข่าวไปทำอะไรคะ?"
"แค่อ่านเฉย ๆ ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?"
"พอดีมันเป็นข่าวเกี่ยวกับคดีความน่ะค่ะ กลัวว่าจะเอาไปฟ้องร้องหรือเรียกรับผลประโยชน์"
จขกท.พยายามฝืนยิ้มมากเลยค่ะ กับประโยคนั้นของพนักงาน เพราะคิดไปได้ถึงโน่น ทั้ง ๆ ที่คนในข่าวก็ตายตามกันไปหมดแล้ว
ไม่รู้จขกท.ต้องไปตามเอาผลประโยชน์ในปรโลกด้วยหรือเปล่าเนี่ย
จึงตอบไปสั้น ๆ ว่า "แค่อ่านเฉย ๆ ค่ะ"
"อ๋อค่ะ มีค่าเปิดแฟ้มนะคะ 50 บาท ส่วนเนื้อข่าว ถ้าต้องการถ่ายเอกสาร คิดหน้าละ 10 บาทค่ะ"
นี่ขนาดเสียเงินอ่านนะคะ ยังจุกจิกซอกแซกขนาดนี้ ขนาดหอสมุดแห่งชาติอ่านฟรีด้วยซ้ำ ยังไม่สอดรู้เท่านี้เลย
(ที่ห้องสมุดไทยรัฐไม่อนุญาตให้ใช้มือถือถ่ายเนื้อข่าวค่ะ)
จขกท.เลยพยายามกวาดตาอ่านอย่างรวดเร็วที่สุด เพราะรู้สึกอึดอัดกับสถานที่ และรำคาญการบริการค่ะ
โดยเนื้อข่าวในเล่มที่ถูกตัดเก็บไว้ ถือว่าอยู่ในสภาพดีนะคะ คงเพราะไม่ได้มีคนใช้สืบค้นมากแบบหอสมุดแห่งชาติค่ะ
และมิได้มีเฉพาะไทยรัฐนะคะ ยังมีหนังสือพิมพ์หัวอื่น ๆ อีกด้วย เช่น ดาวสยาม , เดลินิวส์ , แนวหน้า เป็นต้น
อ่านไปได้สักพัก จนท.ก็เอากระดาษมาให้เซ็นค่ะ โดยต้องเขียนชื่อ-นามสกุล , เบอร์โทร , สถานที่ทำงาน , สาเหตุที่ขอสืบค้นข้อมูล
(ดีนะคะที่ไม่สอบถามชื่อพ่อ ชื่อแม่ รายได้ สถานภาพการสมรส เพศสภาพ เพศวิถี ไปด้วย)
ขณะที่จขกท. กำลังกรอกข้อมูล จนท.ก็ถามย้ำอีกครั้ง "เอาข่าวไปทำอะไรกันแน่คะ?"
"แค่อ่านค่ะ! กรอกเสร็จแล้วค่ะ ขอถ่ายเอกสารหนึ่งหน้า หน้านี้ค่ะ!"
แม้จขกท.จะรู้สึกหงุดหงิดแต่ก็พยายามข่มใจค่ะ ซึ่งจขกท.เพิ่งมาทราบตอนหลังนะคะ ว่าก่อนโควิดระบาด
ไทยรัฐพยายามสร้างศูนย์ข้อมูลนี้ขึ้นมาให้บริการ
แต่พอเกิดโรคล้างโลกนี้ขึ้นมา โครงการเลยระงับไป และเข้มงวดมากยิ่งขึ้น
ตอนแรกที่จขกท.คิด ไม่ใช่แบบนี้ค่ะ คิดว่าคงคล้ายหอสมุดมารวยที่ตลาดหลักทรัพย์
แต่พอมาเห็นจริง ๆ เลยรู้สึกผิดหวังมาก ทั้งสภาพ บรรยากาศ และการบริการ
"ลืมบอกไปค่ะ ว่ามีเรียกเก็บภาษีด้วย ค่าเปิดแฟ้ม 50 บาท ค่าถ่ายเอกสาร 10 บาท ภาษีอีก 4 บาทค่ะ"
เฮ้อ....สุดจริง ๆเลยค่ะไทยรัฐ ทุกอย่างเป็นเงินไปซะหมดเลย (ยังดีนะคะที่ห้องน้ำเข้าฟรี)
คงเป็นครั้งแรก ครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายของจขกท.กับที่นี่ค่ะ
"คราวหน้าถ้ามาอีก รบกวนโทรมานัดล่วงหน้าด้วยนะคะ"
"ทำไมในเว็บไซต์ของไทยรัฐถึงไม่บอกไว้ละคะว่าต้องนัดล่วงหน้า ถ้ายังไม่พร้อมให้บริการก็ลบเว็บนั้นออกไปเลยดีกว่า"
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐเคยมีอิทธิพลมากในอดีต แต่ปัจจุบันก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละค่ะ
อำนาจไม่เคยอยู่กับใครได้นาน และข่าวก็คือข่าว ไม่ใช่ความจริง
จากหนังสือพิมพ์ของวันนี้ พอวันพรุ่งนี้ก็กลายเป็นถุงกล้วยแขก
ที่มีค่าแค่กระดาษเปื้อนหมึกเท่านั้นเอง
"ห้องสมุดไทยรัฐ" กับประสบการณ์แย่ ๆ ที่ไม่น่าประทับใจ
เพราะข้อมูลข่าวที่อยากทราบ หาอ่านไม่ได้ที่หอสมุดแห่งชาติ เลยตามมาสืบค้นที่ไทยรัฐ เพราะคิดว่าคงจะเก็บไว้ครบทุกฉบับ
ไม่ได้ขาดหายไปบางฉบับแบบที่หอสมุดแห่งชาติ
ตามเว็บไซต์นี้ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐค่ะ https://www.thairath.co.th/datacenter
แต่เมื่อดั้นด้นไปถึงสำนักพิมพ์ ริมถนนวิภาวดี ก็เกือบจะไม่ได้ผ่านด่านตรงป้อมยาม เพราะรปภ.ถามว่าได้โทรมานัดก่อนล่วงหน้าไหม ?
ทว่าจขกท.ก็พยายามขอเจรจาต่อรอง เพราะในเว็บไซต์ของไทยรัฐ ก็ไม่ได้บอกว่าต้องนัดล่วงหน้าก่อนมาถึง
"ไม่ทราบว่าต้องการค้นดูเรื่องอะไรคะ?"
"อยากสืบค้นเรื่องนักเขียนหญิงรายหนึ่งที่ถูกฟ้องหย่าเมื่อปี'23 กับ นางแบบที่ฆ่าตัวตายเมื่อปี'27 ค่ะ"
จนท.ฝ่ายสืบค้นข้อมูลเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะถามกลับมาว่า "จะเอาข้อมูลไปทำอะไรคะ?"
"แค่อยากอ่านเฉย ๆ ค่ะ เพราะค้นที่หอสมุดแห่งชาติแล้วมันไม่เจอ"
จากนั้นฝ่ายจนท. ก็ขอตัวไปสืบค้นข้อมูลให้ก่อน ว่ามีเก็บไว้หรือไม่ เพราะตัวเล่มที่เป็นหนังสือพิมพ์ ไม่ได้ให้บริการสำหรับคนนอก
มีเพียงแฟ้มข่าวที่ตัดเก็บเข้าเล่มเท่านั้นที่เปิดให้บริการ แต่ก็มีเฉพาะบางข่าว ไม่ใช่ทุกข่าวที่เก็บไว้ค่ะ
จขกท.ต้องรออีกพักใหญ่ ถึงจะได้คุยกับจนท.ฝ่ายข้อมูลอีกครั้ง ผ่านโทรศัพท์ภายในตรงป้อมยาม
และในที่สุดก็ได้ผ่านด่านอรหันต์ ไปถึงภายในสำนักพิมพ์ได้สำเร็จ
แต่ก็ต้องแลกกับการสแกนบัตรประชาชนและติดบัตร Visitor ที่หน้าอกเสื้อ โดยมีรปภ.ของตึกศูนย์ข้อมูลรอรับตัวอีกด่านหนึ่ง
เรียกว่าเข้มงวดไม่ต่างจากเรือนจำที่จขกท.เคยไปเยี่ยมญาติเลยค่ะ
ซึ่งตึกภายในก็ดูเก่ามาก แต่ยังดีที่มีลิฟท์นะคะ นึกว่าต้องเดินขึ้นเสียแล้ว
ขณะที่สภาพภายในห้องสมุด หรือที่ไทยรัฐเรียกว่า "ศูนย์ข้อมูล" ก็ดูทึบทึม ไม่สว่างน่านั่งดั่งรูปในเว็บไซต์
ถึงแม้บรรยากาศจะไม่ตรงปก แต่การได้อ่านข่าวที่ต้องการย่อมสำคัญกว่า
ซึ่งพนักงานฝ่ายข้อมูลก็หาแฟ้มข่าวมาให้ พร้อมถามย้ำซ้ำ ๆ ซาก ๆ "จะเอาข่าวไปทำอะไรคะ?"
"แค่อ่านเฉย ๆ ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ?"
"พอดีมันเป็นข่าวเกี่ยวกับคดีความน่ะค่ะ กลัวว่าจะเอาไปฟ้องร้องหรือเรียกรับผลประโยชน์"
จขกท.พยายามฝืนยิ้มมากเลยค่ะ กับประโยคนั้นของพนักงาน เพราะคิดไปได้ถึงโน่น ทั้ง ๆ ที่คนในข่าวก็ตายตามกันไปหมดแล้ว
ไม่รู้จขกท.ต้องไปตามเอาผลประโยชน์ในปรโลกด้วยหรือเปล่าเนี่ย
จึงตอบไปสั้น ๆ ว่า "แค่อ่านเฉย ๆ ค่ะ"
"อ๋อค่ะ มีค่าเปิดแฟ้มนะคะ 50 บาท ส่วนเนื้อข่าว ถ้าต้องการถ่ายเอกสาร คิดหน้าละ 10 บาทค่ะ"
นี่ขนาดเสียเงินอ่านนะคะ ยังจุกจิกซอกแซกขนาดนี้ ขนาดหอสมุดแห่งชาติอ่านฟรีด้วยซ้ำ ยังไม่สอดรู้เท่านี้เลย
(ที่ห้องสมุดไทยรัฐไม่อนุญาตให้ใช้มือถือถ่ายเนื้อข่าวค่ะ)
จขกท.เลยพยายามกวาดตาอ่านอย่างรวดเร็วที่สุด เพราะรู้สึกอึดอัดกับสถานที่ และรำคาญการบริการค่ะ
โดยเนื้อข่าวในเล่มที่ถูกตัดเก็บไว้ ถือว่าอยู่ในสภาพดีนะคะ คงเพราะไม่ได้มีคนใช้สืบค้นมากแบบหอสมุดแห่งชาติค่ะ
และมิได้มีเฉพาะไทยรัฐนะคะ ยังมีหนังสือพิมพ์หัวอื่น ๆ อีกด้วย เช่น ดาวสยาม , เดลินิวส์ , แนวหน้า เป็นต้น
อ่านไปได้สักพัก จนท.ก็เอากระดาษมาให้เซ็นค่ะ โดยต้องเขียนชื่อ-นามสกุล , เบอร์โทร , สถานที่ทำงาน , สาเหตุที่ขอสืบค้นข้อมูล
(ดีนะคะที่ไม่สอบถามชื่อพ่อ ชื่อแม่ รายได้ สถานภาพการสมรส เพศสภาพ เพศวิถี ไปด้วย)
ขณะที่จขกท. กำลังกรอกข้อมูล จนท.ก็ถามย้ำอีกครั้ง "เอาข่าวไปทำอะไรกันแน่คะ?"
"แค่อ่านค่ะ! กรอกเสร็จแล้วค่ะ ขอถ่ายเอกสารหนึ่งหน้า หน้านี้ค่ะ!"
แม้จขกท.จะรู้สึกหงุดหงิดแต่ก็พยายามข่มใจค่ะ ซึ่งจขกท.เพิ่งมาทราบตอนหลังนะคะ ว่าก่อนโควิดระบาด
ไทยรัฐพยายามสร้างศูนย์ข้อมูลนี้ขึ้นมาให้บริการ
แต่พอเกิดโรคล้างโลกนี้ขึ้นมา โครงการเลยระงับไป และเข้มงวดมากยิ่งขึ้น
ตอนแรกที่จขกท.คิด ไม่ใช่แบบนี้ค่ะ คิดว่าคงคล้ายหอสมุดมารวยที่ตลาดหลักทรัพย์
แต่พอมาเห็นจริง ๆ เลยรู้สึกผิดหวังมาก ทั้งสภาพ บรรยากาศ และการบริการ
"ลืมบอกไปค่ะ ว่ามีเรียกเก็บภาษีด้วย ค่าเปิดแฟ้ม 50 บาท ค่าถ่ายเอกสาร 10 บาท ภาษีอีก 4 บาทค่ะ"
เฮ้อ....สุดจริง ๆเลยค่ะไทยรัฐ ทุกอย่างเป็นเงินไปซะหมดเลย (ยังดีนะคะที่ห้องน้ำเข้าฟรี)
คงเป็นครั้งแรก ครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายของจขกท.กับที่นี่ค่ะ
"คราวหน้าถ้ามาอีก รบกวนโทรมานัดล่วงหน้าด้วยนะคะ"
"ทำไมในเว็บไซต์ของไทยรัฐถึงไม่บอกไว้ละคะว่าต้องนัดล่วงหน้า ถ้ายังไม่พร้อมให้บริการก็ลบเว็บนั้นออกไปเลยดีกว่า"
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐเคยมีอิทธิพลมากในอดีต แต่ปัจจุบันก็เป็นอย่างที่เห็นนี่แหละค่ะ
อำนาจไม่เคยอยู่กับใครได้นาน และข่าวก็คือข่าว ไม่ใช่ความจริง
จากหนังสือพิมพ์ของวันนี้ พอวันพรุ่งนี้ก็กลายเป็นถุงกล้วยแขก
ที่มีค่าแค่กระดาษเปื้อนหมึกเท่านั้นเอง