เราและแม่สามี อายุเกือบ 80 (ไม่เรียกอดีตแม่เพราะยังไม่หย่า ) เช่าตู้เซฟไว้ เมื่อปี 2014 และสามารถเปิดได้แค่ เรา 2 คน
ต่อมาลูกของแม่ ไปมีเมียใหม่ นางและพี่ชายของนาง ไปทำธุรกรรมที่ธนาคารและได้ถามพนักงานว่า “ คุณแม่ชื่อนี้… มีเช่าตู้เซฟที่นี่รึป่าว ดิฉันเป็นสะใภ้ “ พนักงานก็เช็คให้ และบอกมีครับ พร้อมรายละเอียดบลาๆๆๆๆ นางก็ไปรับแม่มาทำธุรกรรมเพื่อปิดตู้เซฟใบนี้ โดยไม่รู้ว่าตู้นี้มีเจ้าของร่วม ซึ่งพนักงานคิดว่านางคือเจ้าของร่วม เลยไม่ได้บอก ซึ่งเจ้าของร่วมคือเรา และแม่ก็ลืมตู้ใบนี้ไปแล้วด้วยว่าเคยเปิดไว้กับเรา (จำปีไม่ได้นานเกิน อยู่ๆสามีก็อยากมีตู้เซฟเป็นของตัวเอง เราเลยเอากุญแจให้แม่เค้าไป )
วันนี้แม่สามีโทรหาเรา เล่ารายละเอียดทั้งหมด เราก็รับแม่ไปธนาคารอีกรอบ พนักงานถาม แล้วผู้หญิงก่อนหน้านี้ที่พาแม่มาเป็นใคร … แม่ก็อ้ำอึ้ง ตอบเบาๆ สะใภ้^^
…แต่เราติดใจตรงที่
พนักงานธนาคารคิดบ้างมัยว่า ตู้เซฟนี้เราเช่าไว้ใช้กับแม่สามี 2 คน เป็นความลับ ของเรา 2 คน อยู่ๆเอาไปบอกคนอื่นซะงั้น
1. พนักงานธนาคารบอกรายละเอียดลูกค้ากับใครก็ไม่รู้ ที่มาอ้างเป็นสะใภ้ ( สะใภ้คนที่เท่าไหร่หรือสะใภ้ของลูกคนไหน )
2. หรือบอกเพราะคิดว่าคนนั้นคือ เจ้าของร่วมตู้เซฟ เพราะบอกชื่อเจ้าของถูกและคิดว่าผู้ชายที่มากับนาง เป็นลูกชายของเจ้าของตู้เซฟ
3. ทำงานธนาคาร แต่ใช้หลักการ คิดว่า คิดว่าาาา
4. น่าจะขอบัตรประชาชนคนถามไปตรวจชื่อก่อน ว่าตรงกับเจ้าของตู้มั้ย ถึงจะบอกข้อมูลไป งงมาก
ปล. แม่สามีกับเรา สนิทกัน รักกันดี ต่อให้ลูกเค้าไปมีคนใหม่ ไม่ดีกับเรา มันก็คนละบริบทกัน ตัดลูกเค้าออกไป แต่ยังรักแม่เหมือนเดิม ^^
พนักงานธนาคารทำแบบนี้ได้เหรอ