อ่านเรื่องว่าด้วย Exit Poll เลือกตั้งปี'62 ย้อนภาพเปรียบเทียบโพลล์ปี'44

7 กุมภาพันธ์ 2562

"เอกซิตโพลล์" ทำนายผลเลือกตั้ง 2562
บทเรียนการบริหารงานสื่อ-เดิมพัน ผอ.สำนักข่าวไทย
ดร.นิพนธ์ นาคสมภพ  เก็บเรื่องข่าวมาเล่า

        เอกซิตโพลล์เลือกตั้ง พ.ศ.2544 น่าจะเป็นบทเรียนสำหรับโทรทัศน์ช่องที่คาดหมายจะให้การเลือกตั้ง 2562 เป็นหัวหอกสร้างความน่าเชื่อถือ
ครั้งนั้นผู้ชมหันมาติดตามข่าว อสมท. จำนวนมาก และเอแบคโพลล์ ก็ได้รับความเชื่อถือสุดๆ

        รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 กำหนดวิธีการออกเสียงเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไว้แตกต่างจากการเลือกตั้ง พ.ศ.2544 เพราะ
     ครั้งนั้นใช้บัตรสองใบ ใบหนึ่งเลือก สส. แบบแบ่งเขต และอีกใบเลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อ  
     ครั้งนี้ใช้บัตรใบเดียวเลือก สส. แต่ละเขต แล้วคะแนนของผู้สมัครอื่น ๆ จะไปเป็นคะแนนสะสมของ สส. แบบบัญชีรายชื่อ

        สื่อที่หมายจะทำหน้าที่เป็นผู้รายงานสถานการณ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ.2562 ต้องเริ่มเตรียมการและแถลงข่าวได้แล้ว เช่น การหาพันธมิตรที่ไหนมาทำการสำรวจและทำเอกซิตโพลล์ ทำนายผล 500 สส. จากเขตเลือกตั้ง 350 เขต 90,000 หน่วยเลือกตั้ง    

         ทันทีที่หีบบัตรปิด 17.00 น. สื่อหลายสำนักจะทำนายผลการเลือกตั้ง อาจจะทำนายโดยการเดาสุ่ม หรือทำการสำรวจตามหลักวิชาวิจัย ไม่ว่าจะหาจำนวน สส. ทั้ง 500 จากไหน

         ผมเชื่อว่าสำนักที่ทำนายได้ใกล้เคียงสอดคล้องกับประกาศ กกต. ที่สุด จะได้รับความน่าเชื่อถือเพียงสำนักเดียว

         ย้อนกลับไปเมื่อคราวที่ อสมท. ทุ่มทุนจัดรายการ “500 สู่สภา” แล้วให้เอแบคโพลล์ทำนาย ซึ่ง ดร.นพดล กรรณิกา ทำนายให้ “ไทยรักไทย” ได้ 241 ที่นั่ง จากทั้งหมด 500 ที่นั่ง  

         การทำนายดังกล่าวทำให้ผู้ชมรายการรายงานสดเลือกตั้งคืนนั้น หันมาติดตามชมรายงานการนับคะแนนทางช่อง 9  
​         หลังจากการทำนายผล 5 ชั่วโมง  การประมวลผลการนับคะแนนของธนาคารกรุงไทยก็ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการสอดคล้องกัน
         และหลังจากนั้นอีก 27 วัน  กกต. จึงได้ประกาศรับรองผลที่นั่ง สส. สอดคล้องกับเอแบคโพลล์  
​  
         รายการถ่ายทอดสดเลือกตั้ง 2544 ครั้งนั้น มีรายจ่ายเกือบ 30 ล้าน เป็นใช้จ่ายเฉพาะในการทำนายโพลล์ 18 ล้าน
         ภราดาบัญชา แสงหิรัญ ให้เป็นกิจกรรมร่วม คิดเฉพาะส่วนที่เป็นค่าจ้างคนทำงานทั่วประเทศ 10 ล้าน
  

         ส่วนค่าใช้จ่ายในการตั้งศูนย์รวมข้อมูลติดตั้งพร้อมคอมพิวเตอร์กว่า 200 เครื่อง การเขียนโปรแกรม ฯลฯ  เอแบครับภาระทั้งหมด
         สหภาพ อสมท. ได้ออกมาเคลื่อนไหวเมื่อทราบว่า อสมท. จะใช้เงิน 10 ล้าน เก็บข้อมูลทำนายผลช่วงปิดหีบ เพราะโทรทัศน์ช่องอื่น ๆ ต่างประกาศว่าจะลงทุนทำโพลล์ประมาณสองสามล้านบาท

        ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ ผอ.อสมท. ผู้มีอำนาจอนุมัติคิดหนัก ท้ายที่สุดตัดสินใจเสนอให้ที่ประชุมกรรมการ อสมท. พิจารณา
        หลังจากคณะทำงานชี้แจงว่าเนื่องจากคำตอบที่ต้องการนำเสนอเมื่อปิดหีบ 15.00 น. ตรง คณะทำงานต้องลงสนามสอบถามความคิดเห็นทั่วประเทศกว่าเจ็ดหมื่นแห่งว่าเขาต้องการเลือกใครและพรรคไหน เขตไหนได้ชื่อ สส. และพรรค ไม่สอดคล้องกัน พื้นที่ไหนมีถ้าคำตอบที่ได้มาสองถึงสี่ครั้งไม่สอดคล้องกันก็ต้องทำเอกซิตโพลล์
  

       ท้ายที่สุด รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ ผู้ถือแทนสภามหาวิทยาลัย เป็น กก.อสมท. ให้ความเห็นก่อนที่จะมีการลงมติว่า ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ในการผลิตรายการครั้งนี้เอาไปใช้จ่ายในการทำการวิจัย ซึ่งเป็นการทำวิจัยขนาดใหญ่ที่ต้องหาคำตอบทุกเขต เพราะต้องการชื่อ สส. ทั้งประเทศมากถึง 400 ชื่อ  จึงเห็นว่าถ้าดำเนินการตามหลักวิชา ใช้ระเบียบวิธีวิจัยที่ถูกต้อง  ผลที่ได้ออกมาก็จะตรงกับความเป็นจริง อสมท. ก็จะได้รับความเชื่อถือมาก เป็นผลงานที่มีค่ามากกว่า 10 ล้านบาท ตามที่เสนอขอมา

      หมายถึง กก.อสมท. อนุมัติโดยมีเงื่อนไขว่าการทำนายผล 15.00 น. ต้องถูกต้อง แต่ถ้าผิดพลาดมากกว่าช่องอื่นๆ ที่ลงทุนสองถึงสามล้าน คณะทำงานก็ต้องรับผิดชอบ

รายการ “500 สู่สภา” เมื่อ พ.ศ.2544
       มีผู้ชมไม่น้อยกว่าการทอดสดรายการฟุตบอลโลกยุคนั้น และ
       มีผลงานที่ทำให้ผู้ชมหันกลับมาชมรายการข่าวภาคค่ำของช่อง 9 อสมท.
       มีเปอร์เซ็นต์มากพอ ๆ กับยุคที่ ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล เป็นผู้ดำเนินรายการ และ
       มีส่วนกระตุ้นให้อุตสาหกรรมโฆษณาหันมาสนับสนุนรายการข่าวช่อง 9 อสมท. จนเป็นรายการที่มีรายได้หลักรายการหนี่งของ อสมท.

บทความเมื่อปี 2562 และภาพรายงานผลปี 2544
โดย Facebook : Talk with Dr.Niphon Naksompop

พอใจไหมล่ะ? สวัสดี.
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่