ใครที่รู้สึกอักเสบไม่หาย เหนื่อยง่าย ปวดเมื่อยเรื้อรัง หรือเหมือนมีไฟในร่างกายตลอดเวลา

กระทู้ข่าว
สำหรับใครที่รู้สึกว่าร่างกายเหมือนมีไฟอักเสบอยู่ข้างใน นอนก็ไม่สดชื่น ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ท้องอืด ผิวพัง หรือเจ็บป่วยง่าย ทั้งที่ไม่ได้เป็นโรคชัดเจน ความจริงคือ “การอักเสบเรื้อรัง” สามารถเกิดขึ้นได้แบบไม่แสดงอาการแรง และถ้าอยากรู้ว่าร่างกายกำลังอักเสบอยู่หรือไม่ การตรวจเลือดบางตัวช่วยให้เห็นภาพได้ชัดมาก มาดูกันว่ามีค่าอะไรบ้าง?

1. CRP (C-Reactive Protein) ตัวชี้วัดการอักเสบที่เร็วที่สุด
CRP เป็นค่าที่ขึ้นเร็วเมื่อร่างกายมีการอักเสบ ไม่ว่าจะจากติดเชื้อ ไขมันพอกตับ โรคหัวใจ หรือการอักเสบเรื้อรังระดับต่ำ โดยทั่วไปค่า ต่ำกว่า 1 mg/L ถือว่าดีมาก ถ้า 1–3 คือเริ่มมีความเสี่ยง และถ้า มากกว่า 3–10 ขึ้นไปควรระวัง เพราะสะท้อนการอักเสบในร่างกายชัดเจน
.
2. ESR ค่าการอักเสบแบบเรื้อรังที่ซ่อนอยู่
ESR จะไม่ขึ้นเร็วเหมือน CRP แต่สะท้อนการอักเสบที่เป็นมานาน เช่น โรคข้ออักเสบ ภูมิคุ้มกันผิดปกติ หรือการอักเสบเรื้อรังในระบบต่าง ๆ ค่าโดยทั่วไป ผู้ชายควรต่ำกว่า 15 mm/hr และ ผู้หญิงต่ำกว่า 20 mm/hr ถ้า สูงเกิน 30–40 ร่วมกับอาการปวดเมื่อยเรื้อรัง ต้องหาสาเหตุให้ชัด เพราะอาจมีการอักเสบซ่อนอยู่ในร่างกายมานาน
.
3. CBC ดูเม็ดเลือดขาวว่าอักเสบหรือติดเชื้อหรือไม่
การตรวจ CBC จะดูจำนวนเม็ดเลือดขาว (WBC) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ภูมิคุ้มกัน ค่าโดยทั่วไป ปกติอยู่ที่ 4,000–10,000 cells/µL ถ้า สูงเกิน 11,000 อาจมีการติดเชื้อหรืออักเสบเรื้อรังบางอย่าง แต่ถ้า ต่ำเกินไป ก็อาจสะท้อนภูมิคุ้มกันอ่อนแอได้เช่นกัน ต้องดูร่วมกับอาการและค่าอื่น ๆ ประกอบเสมอ
.
4. Ferritin สูงผิดปกติ อาจไม่ใช่เหล็ก แต่คือการอักเสบ
Ferritin หลายคนเข้าใจว่าเป็นค่าเหล็กอย่างเดียว แต่จริง ๆ เป็นโปรตีนที่ขึ้นได้เมื่อร่างกายอักเสบ ค่าโดยทั่วไป ผู้ชาย 30–400 ng/mL และ ผู้หญิง 15–150 ng/mL ถ้าสูงเกินช่วงนี้ โดยเฉพาะ เกิน 300–500 ทั้งที่ไม่ได้กินเหล็กเสริม อาจสะท้อนภาวะไขมันพอกตับ หรือการอักเสบเรื้อรังระดับเซลล์ที่ต้องระวัง
.
5. HbA1c และน้ำตาลสะสม เพราะน้ำตาลสูงคือไฟอักเสบอันดับหนึ่ง
น้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังทำให้หลอดเลือดอักเสบแบบเงียบ ๆ และเพิ่มความเสี่ยงหัวใจ ไต และเส้นประสาท ค่า HbA1c ที่ดีควร ต่ำกว่า 5.7% ถ้าอยู่ที่ 5.7–6.4% คือภาวะก่อนเบาหวาน และถ้า 6.5% ขึ้นไปคือเบาหวาน ซึ่งมักมีการอักเสบเรื้อรังร่วมด้วยโดยไม่รู้ตัว
.
6. ค่าเอนไซม์ตับ (AST/ALT) เพราะตับอักเสบคือการอักเสบที่คนมองข้าม
ไขมันพอกตับหรือตับอักเสบเล็ก ๆ สามารถทำให้ร่างกายอักเสบทั้งระบบ ค่า ALT/AST ปกติควรอยู่ประมาณ ต่ำกว่า 35–40 U/L ถ้า สูงเกิน 50–80 ต่อเนื่อง ต้องระวัง เพราะอาจเป็นสัญญาณตับอักเสบเรื้อรังจากไขมัน น้ำตาล หรือแอลกอฮอล์ ตับไม่เจ็บแต่พังได้เงียบ ๆ
.
7. Vitamin D ต่ำ ทำให้ภูมิคุ้มกันเพี้ยนและอักเสบง่าย
วิตามินดีไม่ใช่แค่เรื่องกระดูก แต่เป็นตัวควบคุมภูมิคุ้มกัน ถ้าต่ำร่างกายจะอักเสบง่าย ป่วยบ่อย และฟื้นตัวช้า ค่า Vitamin D ที่ดีควรอยู่ที่ 30–50 ng/mL ถ้า ต่ำกว่า 20 คือขาดชัดเจน และถ้า ต่ำกว่า 10 ถือว่ารุนแรง ซึ่งสัมพันธ์กับการอักเสบเรื้อรังและภูมิคุ้มกันที่ทำงานผิดสมดุล
.
ถ้าตรวจพบว่าค่าสูง แก้ทางยังไงบ้าง?
ถ้าผลเลือดออกมาว่าค่าอักเสบสูง ไม่ต้องตกใจทันทีครับ เพราะส่วนใหญ่ “แก้ได้” ถ้ารู้ต้นเหตุและปรับถูกจุด สิ่งสำคัญคืออย่าดูแค่ตัวเลข แต่ดูพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่เป็นไฟสะสมอยู่ทุกวัน

• อย่างแรกคือเริ่มจาก ลดน้ำตาลและแป้งขัดขาว เพราะ HbA1c สูงมักเป็นตัวจุดไฟอักเสบอันดับหนึ่ง ทำให้หลอดเลือดอักเสบ ตับทำงานหนัก และภูมิคุ้มกันเพี้ยนแบบเงียบ ๆ แค่ลดหวาน ลดน้ำอัดลม และขนมช่วงเย็น ค่า CRP หลายคนลดลงได้จริง
• ต่อมาคือ ดูแลตับให้เบาลง ถ้า AST/ALT สูง ให้หยุดแอลกอฮอล์ ลดของทอด น้ำมันใช้ซ้ำ และเน้นอาหารต้านอักเสบ เช่น ปลา ผักสีเขียว ถั่ว และน้ำมันมะกอก เพราะตับคือศูนย์กลางของการฟื้นฟูร่างกาย ถ้าตับอักเสบ ระบบทั้งตัวจะอักเสบตาม
• อีกเรื่องที่สำคัญมากคือ นอนให้พอ เพราะการนอนน้อยทำให้ Cortisol สูง ร่างกายจะอักเสบง่ายขึ้นแบบอัตโนมัติ หลายคนตรวจค่า Ferritin หรือ CRP สูง ทั้งที่ต้นเหตุจริงคือพักผ่อนไม่พอและเครียดสะสม
• และถ้า Vitamin D ต่ำ ให้เริ่มจาก ออกแดดอ่อนตอนเช้า 10–15 นาที หรือเสริมตามคำแนะนำแพทย์ เพราะวิตามินดีช่วยปรับภูมิคุ้มกันให้สมดุล ลดการอักเสบเรื้อรัง และทำให้ร่างกายฟื้นตัวไวขึ้น
• สุดท้ายคือ ขยับร่างกายทุกวัน ไม่ต้องออกหนัก แค่เดินหลังอาหาร 15 นาที ลดพุง ลดไขมันพอกตับ และช่วยลดค่าอักเสบในเลือดได้ชัดมาก เพราะการอักเสบส่วนใหญ่เกิดจาก “ระบบเผาผลาญที่ติดขัด” มากกว่าการติดเชื้อเสมอไป

ถ้ามีใครที่รู้สึกอักเสบไม่หาย เหนื่อยง่าย ปวดเมื่อยเรื้อรัง หรือเหมือนมีไฟในร่างกายตลอดเวลา อย่ามองข้ามนะครับ เพราะค่าเลือดอย่าง ESR, WBC, Ferritin, HbA1c, เอนไซม์ตับ และ Vitamin D สามารถบอกได้ว่าร่างกายกำลังอักเสบอยู่เงียบ ๆ การรู้ตัวเร็วคือโอกาสฟื้นก่อนโรคใหญ่จะตามมาครับ

Cr. FB หมอเจด

โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่