สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปทุกคน... เป็นเรื่องเล่าการไปเที่ยวที่ผ่านมาขอผมเองครับ
วันนี้ผมไม่ได้มาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวฮิตๆ หรือรีวิวที่พักหรูๆ นะครับ แต่อยากมาแชร์ความรู้สึกของ "การเอาตัวเองออกไปจากที่เดิม" ในวันที่รู้สึกว่าข้างในมันล้าจนแทบจะเดินต่อไม่ไหว ผมเชื่อว่าผู้ชายหลายคนน่าจะเป็นเหมือนผม คือบางครั้งเราก็แค่ต้องการ "ความเงียบ" เพื่อที่จะได้ยินเสียงตัวเองชัดขึ้นครับ
ช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมยอมรับเลยว่าผมเหนื่อยสะสมมากครับ มันเป็นความเหนื่อยที่บอกไม่ถูก ไม่ได้ปวดเมื่อยตามตัว แต่มันเหมือนสมองมันตื้อไปหมด พอกลับถึงบ้านก็นั่งจ้องกำแพงนิ่งๆ รู้ตัวอีกทีก็หมดเวลาไปหนึ่งวันโดยที่ไม่ได้พักจริงๆ เลย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมเลยตัดสินใจคว้ากุญแจรถ แล้วขับออกไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่มีจุดหมายใน GPS ครับ
และนี่คือสิ่งที่ทำให้ผม "ใจฟู" และ "หายเหนื่อย" แบบคาดไม่ถึง:
ทางที่ไม่ได้เลือกไว้: ผมขับรถออกจากกรุงเทพฯ ไปทางสระบุรีครับ แล้วลองเลี้ยวเข้าทางเล็กๆ ที่ไม่เคยไป จนไปเจออ่างเก็บน้ำเงียบๆ แห่งหนึ่งที่แทบไม่มีคนเลย จังหวะที่ดับเครื่องยนต์แล้วเดินลงจากรถไปสูดอากาศข้างนอก... เชื่อไหมครับว่าเสียงลมพัดผ่านยอดหญ้ามันดังกว่าเสียงความคิดในหัวผมซะอีก
ความสุขง่ายๆ ที่ลืมไป: ผมนั่งลงบนท้ายรถ มองดูเงาสะท้อนของภูเขาในน้ำ แล้วอยู่ๆ ก็มีเจ้าหมาเจ้าถิ่นตัวหนึ่งเดินมานั่งข้างๆ มันไม่ได้เห่า ไม่ได้เรียกร้องอะไร แค่นั่งดูพระอาทิตย์ตกดินไปพร้อมกับผมเฉยๆ จังหวะที่ผมเอื้อมมือไปลูบหัวมัน แล้วมันหันมามองด้วยสายตาซื่อๆ นาทีนั้นแหละครับที่ผมรู้สึก "ใจฟู" ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
วินาทีที่หายเหนื่อย: การได้เห็นแสงสุดท้ายของวันค่อยๆ ลับขอบฟ้าไปในที่ที่ไม่มีเสียงแตรรถ ไม่มีเสียงแจ้งเตือนมือถือ มันทำให้ผมรู้สึกว่า ปัญหาที่แบกมาทั้งหมดมันเล็กลงไปเยอะเลยครับ เหมือนเราได้ "ล้างแคช" (Clear Cache) ในสมองทิ้งไป แล้วเอาความสงบใส่เข้ามาแทน
ผมขับรถกลับบ้านในคืนนั้นด้วยความรู้สึกที่ต่างจากตอนขาไปอย่างสิ้นเชิงครับ แม้ทางจะไกลแต่ผมไม่รู้สึกเหนื่อยเลย กลับมีความรู้สึกว่าเราพร้อมที่จะกลับไปลุยกับวันจันทร์แล้ว
สุดท้ายนี้ ผมแค่อยากจะบอกเพื่อนๆ ทุกคนว่า ถ้าวันไหนที่รู้สึกว่ามันหนักเกินไป ลองหาเวลา "หนี" ไปอยู่กับตัวเองเงียบๆ บ้างนะครับ ไม่ต้องไปไกลก็ได้ แค่ที่ไหนสักแห่งที่ทำให้เราได้หายใจทิ้งไปเฉยๆ โดยไม่ต้องคิดเรื่องงานหรือเรื่องคนอื่น เพราะบางครั้ง "การอยู่เฉยๆ" คือการเริ่มต้นใหม่ที่ดีที่สุดครับ
ขอบคุณที่รับฟังการบ่นกึ่งรีวิวหัวใจของผมนะครับ ขอให้ทุกคนเจอ "ที่พักใจ" ของตัวเองเร็วๆ นะครับ
ในวันที่แบตเตอรี่ชีวิตใกล้หมด แต่กลับได้ "ความสบายใจ" กลับมาเต็มถังครับ
วันนี้ผมไม่ได้มาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวฮิตๆ หรือรีวิวที่พักหรูๆ นะครับ แต่อยากมาแชร์ความรู้สึกของ "การเอาตัวเองออกไปจากที่เดิม" ในวันที่รู้สึกว่าข้างในมันล้าจนแทบจะเดินต่อไม่ไหว ผมเชื่อว่าผู้ชายหลายคนน่าจะเป็นเหมือนผม คือบางครั้งเราก็แค่ต้องการ "ความเงียบ" เพื่อที่จะได้ยินเสียงตัวเองชัดขึ้นครับ
ช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมยอมรับเลยว่าผมเหนื่อยสะสมมากครับ มันเป็นความเหนื่อยที่บอกไม่ถูก ไม่ได้ปวดเมื่อยตามตัว แต่มันเหมือนสมองมันตื้อไปหมด พอกลับถึงบ้านก็นั่งจ้องกำแพงนิ่งๆ รู้ตัวอีกทีก็หมดเวลาไปหนึ่งวันโดยที่ไม่ได้พักจริงๆ เลย เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมเลยตัดสินใจคว้ากุญแจรถ แล้วขับออกไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่มีจุดหมายใน GPS ครับ
และนี่คือสิ่งที่ทำให้ผม "ใจฟู" และ "หายเหนื่อย" แบบคาดไม่ถึง:
ทางที่ไม่ได้เลือกไว้: ผมขับรถออกจากกรุงเทพฯ ไปทางสระบุรีครับ แล้วลองเลี้ยวเข้าทางเล็กๆ ที่ไม่เคยไป จนไปเจออ่างเก็บน้ำเงียบๆ แห่งหนึ่งที่แทบไม่มีคนเลย จังหวะที่ดับเครื่องยนต์แล้วเดินลงจากรถไปสูดอากาศข้างนอก... เชื่อไหมครับว่าเสียงลมพัดผ่านยอดหญ้ามันดังกว่าเสียงความคิดในหัวผมซะอีก
ความสุขง่ายๆ ที่ลืมไป: ผมนั่งลงบนท้ายรถ มองดูเงาสะท้อนของภูเขาในน้ำ แล้วอยู่ๆ ก็มีเจ้าหมาเจ้าถิ่นตัวหนึ่งเดินมานั่งข้างๆ มันไม่ได้เห่า ไม่ได้เรียกร้องอะไร แค่นั่งดูพระอาทิตย์ตกดินไปพร้อมกับผมเฉยๆ จังหวะที่ผมเอื้อมมือไปลูบหัวมัน แล้วมันหันมามองด้วยสายตาซื่อๆ นาทีนั้นแหละครับที่ผมรู้สึก "ใจฟู" ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
วินาทีที่หายเหนื่อย: การได้เห็นแสงสุดท้ายของวันค่อยๆ ลับขอบฟ้าไปในที่ที่ไม่มีเสียงแตรรถ ไม่มีเสียงแจ้งเตือนมือถือ มันทำให้ผมรู้สึกว่า ปัญหาที่แบกมาทั้งหมดมันเล็กลงไปเยอะเลยครับ เหมือนเราได้ "ล้างแคช" (Clear Cache) ในสมองทิ้งไป แล้วเอาความสงบใส่เข้ามาแทน
ผมขับรถกลับบ้านในคืนนั้นด้วยความรู้สึกที่ต่างจากตอนขาไปอย่างสิ้นเชิงครับ แม้ทางจะไกลแต่ผมไม่รู้สึกเหนื่อยเลย กลับมีความรู้สึกว่าเราพร้อมที่จะกลับไปลุยกับวันจันทร์แล้ว
สุดท้ายนี้ ผมแค่อยากจะบอกเพื่อนๆ ทุกคนว่า ถ้าวันไหนที่รู้สึกว่ามันหนักเกินไป ลองหาเวลา "หนี" ไปอยู่กับตัวเองเงียบๆ บ้างนะครับ ไม่ต้องไปไกลก็ได้ แค่ที่ไหนสักแห่งที่ทำให้เราได้หายใจทิ้งไปเฉยๆ โดยไม่ต้องคิดเรื่องงานหรือเรื่องคนอื่น เพราะบางครั้ง "การอยู่เฉยๆ" คือการเริ่มต้นใหม่ที่ดีที่สุดครับ
ขอบคุณที่รับฟังการบ่นกึ่งรีวิวหัวใจของผมนะครับ ขอให้ทุกคนเจอ "ที่พักใจ" ของตัวเองเร็วๆ นะครับ