
Source://
Lockheed Martin and Saildrone: Accelerating Maritime Readiness
วิดีโอนี้นำเสนอความร่วมมือระหว่าง Lockheed Martin และ Saildrone ในการนำ ระบบอาวุธ (Weapon Systems) 🛡️ และเซ็นเซอร์ที่ทันสมัยมาติดตั้งบนยานพาหนะทางน้ำไร้คนขับ (Uncrewed Surface Vehicles - USVs) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจทางทะเลที่ซับซ้อนและอันตรายได้อย่างต่อเนื่องครับ
* การบูรณาการระบบอาวุธและเซ็นเซอร์: ศึกษาว่าการนำอาวุธและเซ็นเซอร์ระดับโลกมาติดตั้งบนยานพาหนะที่ผ่านการทดสอบความทนทานมานับสิบปี ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกองทัพได้อย่างไร [00:25]
* ภารกิจที่น่าเบื่อ สกปรก หรืออันตราย (Dull, Dirty, or Dangerous): ทำความเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการใช้ระบบอัตโนมัติในการรับภารกิจที่มนุษย์ทำได้ยาก เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มจำนวน "หน่วยรบ" ในสนามรบ [01:07]
* ความทนทานและการปฏิบัติการระยะยาว: เจาะลึกเทคโนโลยีที่ทำให้ยานไร้คนขับนี้สามารถออกปฏิบัติภารกิจได้นานกว่า 100 วัน หรือปฏิบัติงานกลางทะเลได้ตลอด 24 ชั่วโมง 365 วันต่อปี [00:53]
"เขี้ยวเล็บ" ของ Lockheed Martin x Saildrone ในระดับเชิงลึก (Technical Deep Dive)
1. JAGM Quad Launcher (JQL) - สำหรับเป้าหมายขนาดเล็ก
นี่คือระบบที่ถูกติดตั้งบนเรือ Saildrone Surveyor (รุ่น 22 เมตร) เพื่อเปลี่ยนจากเรือสำรวจให้กลายเป็นเรือจู่โจมครับ
* ระบบยิง JQL: เป็นแท่นยิงแบบ Modular 4 ท่อยิง ที่พัฒนามาจากเทคโนโลยี VLS บนเรือรบขนาดใหญ่ แต่ปรับสเกลให้เล็กลง จุดเด่นคือมีระบบ Gas Management System (ท่อระบายความร้อนรูปตัว U) เพื่อป้องกันไม่ให้เปลวไฟจากจรวดทำลายตัวเรือโดรนที่ทำจากคอมโพสิต
* ขีปนาวุธ JAGM (Joint Air-to-Ground Missile):
* ระยะยิง: ประมาณ 16–18 กิโลเมตร
* ระบบนำวิถี (Triple Seeker): ใช้ทั้งเลเซอร์ (Semi-Active Laser), เรดาร์ (Millimeter Wave), และอินฟราเรด ทำให้เป็นอาวุธแบบ "ยิงแล้วลืม" (Fire-and-Forget) ทำงานได้ทุกสภาพอากาศ
* เป้าหมาย: ออกแบบมาเพื่อทำลายเรือเร็วโจมตี (Swarm Boats), โดรนพลีชีพ หรือแม้แต่เป้าหมายบนฝั่ง
2. Mk 70 Vertical Launching System (VLS) - "คลังแสงเคลื่อนที่"
ระบบนี้จะถูกติดตั้งบน Saildrone รุ่นใหม่ขนาดใหญ่ (กำลังก่อสร้างที่ Austal USA ต้นปี 2026) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็น "Magazine Ship" หรือคลังกระสุนลอยน้ำ
* ตู้คอนเทนเนอร์: Mk 70 คือการนำท่อยิง Mk 41 VLS (ที่อยู่บนเรือชั้น Arleigh Burke) มาบรรจุลงในตู้คอนเทนเนอร์ ISO ขนาด 40 ฟุต
* อาวุธหนัก: สามารถยิงขีปนาวุธระดับท็อปได้ เช่น:
* SM-6: สำหรับป้องกันภัยทางอากาศและโจมตีเรือผิวน้ำในระยะไกล
* Tomahawk: ขีปนาวุธร่อนพิสัยไกลสำหรับโจมตีภาคพื้นดิน
* ยุทธศาสตร์: การมีโดรนเรือหลายลำติด Mk 70 เท่ากับกองทัพมี "ฐานยิงมิสไซล์ล่องหน" กระจายอยู่ทั่วแม่น้ำหรือมหาสมุทร โดยไม่ต้องเสี่ยงชีวิตทหาร
3. Thin-line Towed Arrays - ล่าเรือดำน้ำ
นอกจากอาวุธโจมตีแล้ว ระบบเซ็นเซอร์เชิงลึกก็สำคัญมากสำหรับภารกิจ ASW (Anti-Submarine Warfare)
* BlueSentry Sonar: เป็นสายโซนาร์ลากจูงขนาดเล็ก (Thin-line) ที่มีความไวสูงมาก
* ความได้เปรียบ: เนื่องจาก Saildrone ใช้พลังงานลมและแสงแดดเป็นหลัก ทำให้ ตัวเรือเงียบมาก (Acoustic Silence) จนเรือดำน้ำตรวจจับได้ยาก ในขณะที่โดรนสามารถ "ฟัง" เสียงเรือดำน้ำฝ่ายตรงข้ามได้จากระยะไกลและส่งข้อมูลกลับฐานผ่านดาวเทียม Starlink
4. ระบบสั่งการแบบ "Human-in-the-Loop"
หัวใจสำคัญที่ทำให้ระบบอาวุธนี้ใช้งานได้จริงตามกฎหมายระหว่างประเทศและจริยธรรมสงคราม:
* Secure C2: Lockheed Martin เชื่อมต่อระบบอาวุธเข้ากับโครงข่ายสั่งการของกองทัพเรือโดยตรง
* การตัดสินใจ: แม้โดรนจะขับเคลื่อนเองอัตโนมัติ แต่ "การกดปุ่มยิง" จะต้องทำโดยมนุษย์ ที่นั่งอยู่ในศูนย์ควบคุมหรือบนเรือธงเท่านั้น
Source :
Lockheed Martin x Saildrone USVs
Source://
Lockheed Martin and Saildrone: Accelerating Maritime Readiness
วิดีโอนี้นำเสนอความร่วมมือระหว่าง Lockheed Martin และ Saildrone ในการนำ ระบบอาวุธ (Weapon Systems) 🛡️ และเซ็นเซอร์ที่ทันสมัยมาติดตั้งบนยานพาหนะทางน้ำไร้คนขับ (Uncrewed Surface Vehicles - USVs) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจทางทะเลที่ซับซ้อนและอันตรายได้อย่างต่อเนื่องครับ
* การบูรณาการระบบอาวุธและเซ็นเซอร์: ศึกษาว่าการนำอาวุธและเซ็นเซอร์ระดับโลกมาติดตั้งบนยานพาหนะที่ผ่านการทดสอบความทนทานมานับสิบปี ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกองทัพได้อย่างไร [00:25]
* ภารกิจที่น่าเบื่อ สกปรก หรืออันตราย (Dull, Dirty, or Dangerous): ทำความเข้าใจเหตุผลเบื้องหลังการใช้ระบบอัตโนมัติในการรับภารกิจที่มนุษย์ทำได้ยาก เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มจำนวน "หน่วยรบ" ในสนามรบ [01:07]
* ความทนทานและการปฏิบัติการระยะยาว: เจาะลึกเทคโนโลยีที่ทำให้ยานไร้คนขับนี้สามารถออกปฏิบัติภารกิจได้นานกว่า 100 วัน หรือปฏิบัติงานกลางทะเลได้ตลอด 24 ชั่วโมง 365 วันต่อปี [00:53]
"เขี้ยวเล็บ" ของ Lockheed Martin x Saildrone ในระดับเชิงลึก (Technical Deep Dive)
1. JAGM Quad Launcher (JQL) - สำหรับเป้าหมายขนาดเล็ก
นี่คือระบบที่ถูกติดตั้งบนเรือ Saildrone Surveyor (รุ่น 22 เมตร) เพื่อเปลี่ยนจากเรือสำรวจให้กลายเป็นเรือจู่โจมครับ
* ระบบยิง JQL: เป็นแท่นยิงแบบ Modular 4 ท่อยิง ที่พัฒนามาจากเทคโนโลยี VLS บนเรือรบขนาดใหญ่ แต่ปรับสเกลให้เล็กลง จุดเด่นคือมีระบบ Gas Management System (ท่อระบายความร้อนรูปตัว U) เพื่อป้องกันไม่ให้เปลวไฟจากจรวดทำลายตัวเรือโดรนที่ทำจากคอมโพสิต
* ขีปนาวุธ JAGM (Joint Air-to-Ground Missile):
* ระยะยิง: ประมาณ 16–18 กิโลเมตร
* ระบบนำวิถี (Triple Seeker): ใช้ทั้งเลเซอร์ (Semi-Active Laser), เรดาร์ (Millimeter Wave), และอินฟราเรด ทำให้เป็นอาวุธแบบ "ยิงแล้วลืม" (Fire-and-Forget) ทำงานได้ทุกสภาพอากาศ
* เป้าหมาย: ออกแบบมาเพื่อทำลายเรือเร็วโจมตี (Swarm Boats), โดรนพลีชีพ หรือแม้แต่เป้าหมายบนฝั่ง
2. Mk 70 Vertical Launching System (VLS) - "คลังแสงเคลื่อนที่"
ระบบนี้จะถูกติดตั้งบน Saildrone รุ่นใหม่ขนาดใหญ่ (กำลังก่อสร้างที่ Austal USA ต้นปี 2026) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็น "Magazine Ship" หรือคลังกระสุนลอยน้ำ
* ตู้คอนเทนเนอร์: Mk 70 คือการนำท่อยิง Mk 41 VLS (ที่อยู่บนเรือชั้น Arleigh Burke) มาบรรจุลงในตู้คอนเทนเนอร์ ISO ขนาด 40 ฟุต
* อาวุธหนัก: สามารถยิงขีปนาวุธระดับท็อปได้ เช่น:
* SM-6: สำหรับป้องกันภัยทางอากาศและโจมตีเรือผิวน้ำในระยะไกล
* Tomahawk: ขีปนาวุธร่อนพิสัยไกลสำหรับโจมตีภาคพื้นดิน
* ยุทธศาสตร์: การมีโดรนเรือหลายลำติด Mk 70 เท่ากับกองทัพมี "ฐานยิงมิสไซล์ล่องหน" กระจายอยู่ทั่วแม่น้ำหรือมหาสมุทร โดยไม่ต้องเสี่ยงชีวิตทหาร
3. Thin-line Towed Arrays - ล่าเรือดำน้ำ
นอกจากอาวุธโจมตีแล้ว ระบบเซ็นเซอร์เชิงลึกก็สำคัญมากสำหรับภารกิจ ASW (Anti-Submarine Warfare)
* BlueSentry Sonar: เป็นสายโซนาร์ลากจูงขนาดเล็ก (Thin-line) ที่มีความไวสูงมาก
* ความได้เปรียบ: เนื่องจาก Saildrone ใช้พลังงานลมและแสงแดดเป็นหลัก ทำให้ ตัวเรือเงียบมาก (Acoustic Silence) จนเรือดำน้ำตรวจจับได้ยาก ในขณะที่โดรนสามารถ "ฟัง" เสียงเรือดำน้ำฝ่ายตรงข้ามได้จากระยะไกลและส่งข้อมูลกลับฐานผ่านดาวเทียม Starlink
4. ระบบสั่งการแบบ "Human-in-the-Loop"
หัวใจสำคัญที่ทำให้ระบบอาวุธนี้ใช้งานได้จริงตามกฎหมายระหว่างประเทศและจริยธรรมสงคราม:
* Secure C2: Lockheed Martin เชื่อมต่อระบบอาวุธเข้ากับโครงข่ายสั่งการของกองทัพเรือโดยตรง
* การตัดสินใจ: แม้โดรนจะขับเคลื่อนเองอัตโนมัติ แต่ "การกดปุ่มยิง" จะต้องทำโดยมนุษย์ ที่นั่งอยู่ในศูนย์ควบคุมหรือบนเรือธงเท่านั้น
Source :