ระยะห่างที่งดงาม อาจจะมีเจ็บปวดบ้าง แต่เป็นสิ่งที่ควรมี
ฉันกับเขารักกันมาก…มากเสียจน…ในช่วงแรกของความสัมพันธ์
เราทั้งคู่พยายามจะหลอมรวมชีวิตเข้าด้วยกันเป็นเนื้อเดียว
เขามารับฉันทุกเช้าเพื่อออกไปเริ่มต้นชีวิตยามเช้าพร้อมกัน
ฉันรอทานข้าวเที่ยงกับเขาทุกวัน
เราแชร์รหัสโซเชียลมีเดีย
เราเล่าทุกความเคลื่อนไหวในชีวิตให้กันฟัง
เพราะเราเชื่อว่านั่นคือ ความรักที่สมบูรณ์…
กาลเวลาผ่านไป ความใกล้ชิดที่มากเกินไป กลับเริ่มทำลายเราอย่างช้าๆ
เหมือนการยืนจ้องหน้าใครสักคนใกล้เกินไป จนมองไม่เห็นแววตา
เห็นเพียงภาพเบลอและความอึดอัด
เขาเริ่มรู้สึกว่าไม่มีเวลาให้งานอดิเรกที่เขารัก
ส่วนฉันเริ่มรู้สึกว่าสูญเสียตัวตนและความฝันของตัวเองไป
ในห้องสี่เหลี่ยมบรรยากาศที่หนักอึ้งด้วยความตึงเครียด
เขาหยิบกีตาร์ขึ้นมาดีด ไม่ได้ดีดเป็นเพลง เขามองสายกีตาร์
สายแต่ละสายต้องขึงให้ตึงพอดี และมี "ช่องว่าง" ระหว่างกัน
หากมันเบียดกันเกินไป เสียงที่ออกมาจะผิดเพี้ยน
หรือหากใช้นิ้วกดลงบนสายแรงเกินไปโดยไม่มีจังหวะปล่อย เสียงจะไม่กังวาน
เขาตัดสินใจคุยกับฉัน ไม่ใช่เพื่อบอกลา แต่เพื่อขอระยะห่าง
มีที่ว่างเพื่อให้เราได้คิดถึงกัน
การไม่ได้เจอกันทุกวินาที ทำให้บทสนทนาในตอนเย็นมีค่ามากขึ้น
เขากลับไปวาดรูป ฉันกลับไปเรียนภาษาที่อยากเรียน
เมื่อเรามีพื้นที่ส่วนตัว เราจะมีความสงบและความเข้าใจให้กันมากขึ้น
ในตอนแรกมันอาจจะดูอ้างว้าง เหมือนความสัมพันธ์กำลังจืดจางลง
แต่ความจริงแล้วมันคือการสร้างรากฐานที่แข็งแรงกว่าเดิม
การถอยออกมาหนึ่งก้าวทำให้เห็นภาพรวมของความรักชัดขึ้น
เห็นข้อเสียที่ควรให้อภัย และเห็นข้อดีที่ควรสนับสนุน
เราพบว่าความรักไม่ใช่การเป็น คนคนเดียวกัน
แต่คือการเป็นคนสองคนเดินขนานกัน ในจังหวะที่พอดี
โดยมี "ที่ว่าง" ตรงกลางไว้สำหรับให้สายลมพัดผ่าน ให้แสงแดดส่องถึง
และให้ดอกไม้แห่งความเข้าใจได้เติบโต
ที่ว่างตรงนั้นไม่ได้มีเพราะความห่างเหิน
แต่มันมีไว้เพื่อให้เรายังคงเห็นกันและกันตลอดไป
…ก็เพลงมันพาไป…
"ที่ว่าง" …เมื่อเพลงพาไป