ต่อไปต้องสั่งเพิ่มหวาน 100% 😁😁
กรมอนามัยร่วมกับ 7 บริษัท 9 แบรนด์เครื่องดื่มชั้นนำ ประกาศใช้มาตรฐานความหวานใหม่ "หวานปกติ เท่ากับ หวาน 50%" มีแบรนด์ที่เข้าร่วมโดยสมัครใจ ได้แก่
อินทนิล,
คาเฟ่อเมซอน,
ออลล์คาเฟ่,
คัดสรร,
เบลลินี่,
แบล็คแคนยอน,
อินเตอร์คอฟ,
พันธุ์ไทย
และชาวดอย
เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2569 พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในการเป็นประธานเปิดตัวมาตรฐานความหวานใหม่ของเครื่องดื่มชงในประเทศไทย “หวานปกติ เท่ากับ หวาน 50 % ว่า ปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อการเกิดโรค NCDs อาทิ โรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจและหลอดเลือด มาจากการกินน้ำตาลมากเกินความจำเป็นต่อร่างกาย นอกจากจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ยังส่งผลถึงคุณภาพชีวิตและเป็นภาระต่อระบบสุขภาพจากค่ารักษาจำนวนมาก
“การกำหนดมาตรฐานความหวานใหม่ หวานปกติเท่ากับ หวาน 50% ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนด้วยการเข้าถึงเครื่องดื่มที่มีความหวานในระดับที่เหมาะสม โดยต้องอาศัยความร่วมมือทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมกาแฟไทย ภาคประชาสังคมและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ในการสื่อสาร สร้างความเข้าใจและสนับสนุนให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญของการเลือกบริโภคความหวานอย่างพอดี”พญ.อัมพรกล่าว
พญ.อัมพร กล่าวด้วยว่า กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนมาตรฐานความหวานใหม่ พร้อมทั้งจัดสภาพแวดล้อมด้านอาหารและโภชนาการให้ครอบคลุมทั้งระบบ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ และมีทางเลือกที่เหมาะสมในการดูแลสุขภาพของตนเอง พร้อมสื่อสารผ่านเทศกาลวันแห่งความรักว่า รักดีต่อใจ เริ่มที่หวานปกติ = 50% เพื่อตอกย้ำว่าการลดหวานคือการดูแลหัวใจและสุขภาพของคนไทย
อ่านต่อ:
https://www.bangkokbiznews.com/health/public-health/1220850
หวานปกติ เท่ากับ หวาน 50% 9 ร้านกาแฟ จับมือ สธ. ปรับสูตรความหวานมาตรฐานใหม่
กรมอนามัยร่วมกับ 7 บริษัท 9 แบรนด์เครื่องดื่มชั้นนำ ประกาศใช้มาตรฐานความหวานใหม่ "หวานปกติ เท่ากับ หวาน 50%" มีแบรนด์ที่เข้าร่วมโดยสมัครใจ ได้แก่
อินทนิล,
คาเฟ่อเมซอน,
ออลล์คาเฟ่,
คัดสรร,
เบลลินี่,
แบล็คแคนยอน,
อินเตอร์คอฟ,
พันธุ์ไทย
และชาวดอย
เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2569 พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในการเป็นประธานเปิดตัวมาตรฐานความหวานใหม่ของเครื่องดื่มชงในประเทศไทย “หวานปกติ เท่ากับ หวาน 50 % ว่า ปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อการเกิดโรค NCDs อาทิ โรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคหัวใจและหลอดเลือด มาจากการกินน้ำตาลมากเกินความจำเป็นต่อร่างกาย นอกจากจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ยังส่งผลถึงคุณภาพชีวิตและเป็นภาระต่อระบบสุขภาพจากค่ารักษาจำนวนมาก
“การกำหนดมาตรฐานความหวานใหม่ หวานปกติเท่ากับ หวาน 50% ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนด้วยการเข้าถึงเครื่องดื่มที่มีความหวานในระดับที่เหมาะสม โดยต้องอาศัยความร่วมมือทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สมาคมกาแฟไทย ภาคประชาสังคมและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ในการสื่อสาร สร้างความเข้าใจและสนับสนุนให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญของการเลือกบริโภคความหวานอย่างพอดี”พญ.อัมพรกล่าว
พญ.อัมพร กล่าวด้วยว่า กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนมาตรฐานความหวานใหม่ พร้อมทั้งจัดสภาพแวดล้อมด้านอาหารและโภชนาการให้ครอบคลุมทั้งระบบ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ และมีทางเลือกที่เหมาะสมในการดูแลสุขภาพของตนเอง พร้อมสื่อสารผ่านเทศกาลวันแห่งความรักว่า รักดีต่อใจ เริ่มที่หวานปกติ = 50% เพื่อตอกย้ำว่าการลดหวานคือการดูแลหัวใจและสุขภาพของคนไทย
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/health/public-health/1220850