สวัสดีค่ะ กลับมาอีกแล้วกับปัญหาชีวิตวัยรุ่น
เกริ่นก่อนเลย เราเป็นเด็ก 67+2 นี่นะคะ คนชอบเรียน
ปี 67 ติดรอบโควตาคณะวิทยาการจัดการ ม.ศิลปากรค่ะ แต่ว่าไม่ได้ยืนยันสิทธิ์ พอรอบ 3 ยื่น ฬ มธ มก หน้าแห้งเลยค่ะไม่ติดสักอัน5555 ช่วงนั้นก็เลยอกหักอย่างแรง มันเริ่ดเลยล่ะไม่มีที่เรียน แต่เอ๊ะ ม.เอกชนก็จองตัวอยู่น้า ยังไง ยังไง เพราะว่าก่อนหน้านั้นก็ไป open house สัมภาษณ์ทุนทั้งหอการค้า กรุงเทพ แต่ก็ตุ้บไปตามระเบียบ เกือบไปสมัครเรียนละ แต่มาคิดดูมันก็เอ้ออ บ่แม่นข่อยเด้อหนิ ไม่น่าจะใช่สังคมที่เราใฝ่ฝัน ตัดสินใจ ป่ะ อีกรอบ
ปี 68 ด้วยความใจร้อน แอบซึมแอบเศร้าแอบนอถ้าปีนี้ก็ไม่ติดล่ะ ทำยังไงดีๆๆ หาข้อมูลที่อยากเรียน ปึ้ง DX TU อมก นี่แหละ มันใช่เลยอะ สอบทีแกทปุ้บ เปลี่ยนแพลนปั๊บ แม่ ทำไมออกมางี้5555 น้ำตาอยู่ในเลขห้า ก็โอเคมันต้องไปต่อ หาคล้ายๆละกัน เฮ้ย เจอ DSI KMUTT น่าสนใจนะอันนี้ รอบสองยื่นวันสุดท้าย ปึ้ง ติดสัม เอ้า เอายังไงดี บอกพ่อแม่ ตอนแรกชีไม่อยากให้ไป แบบว่าพระราม 2 อะเนาะ อันตราย แต่มีญาติมาพอดีแล้วดันหลังให้ เราก็ไปสัม ติดตัวจริง 1 ใน 4 เริ่ดเลยล่ะ หรือที่นี่จะเป็นที่พักใจของฉัน ชะตาฟ้าลิขิตมั้ยนะ ก็เลยได้ใช้ชีวิตปีหนึ่ง เด็กหอ ครั้งแรก ตื่นเต้นๆ ทำอะไรดีๆๆ เข้ามันทุกกิจกรรม(แอบอ่อม) รับน้องเอยใด สายรหัส ไปร้านเหล้า เข้าห้องสมุด เอ้อ สนุกเว้ย เรียนก็ดี มีสัมมนา อาจารย์คุยสบายๆ
แต่ปึ้ง มาพร้อมกับความหนักใจ ค่าเทอมเอาเรื่องอยู่ ตอนก่อนเข้าตกลงว่าจะกู้กยส แต่สุดท้ายที่บ้านเปลี่ยนใจ เอาละ ถ้ายังเรียน แพลนนอกห้องก็ต้องยกเลิกไป จน เครียด กินเหล้า ล้อเล่นนะคะ ดื่มไปวันรับน้องวันเดียว บวกกับได้อ่านหนังสือพอดีช่วงนั้น ประมาณว่าถ้าย้อนเวลาได้จะเลือกทางนี้จริงๆมั้ย ได้อยู่คนเดียวก็ตกตะกอนทางความคิดอย่างหนักเลย เห็นรุ่นพี่วันรับปริญญาก็รู้สึกว่า ไม่เห็นภาพตัวเอง รู้สึกว่าไม่ใช่เท่าไหร่ ป.ตรีมันมีครั้งเดียวนะ แต่งานมันเปลี่ยนได้ เครียดๆ พ่อแม่ก็รักกก ไม่เคยกดดันทางการเรียน อยากเรียนอะไรก็เรียนขอให้มีความสุข มีงานทำ แต่ด้วยความที่เราเป็นคนเดียวในบ้านที่ได้โอกาสเรียน คิดว่าลึกๆเขาก็คาดหวังแหละ ไอเราก็เกรงใจพ่อแม่ ถึงอย่างงั้นท้ายก็ปิดไม่อยู่ แชทไปคุย ร้องไห้ แบบแพลนเรางี้ๆ อยากทำนั่นทำนี่นะ แต่ด้วยงบประมาณมันอาจจะต้องล่ม ขอลาออกได้มั้ย
แล้วก่อนหน้านั้นอะ ไปสมัครพาร์ทไทมมาแล้วเด้วยนะ555 ที่มอนั่นแหละ ไปทดลองงานเรียบร้อย ในกรณีที่เออเขาไม่ให้เราก็จะเก็บตังสอบเอง แต่เขาก็ให้ ชีวิตเรา อนาคตเรา น้ำตาระเบิดค่ะ รู้สึกโชคดีที่สุดในโลก ไฟมา ฮึ้บ เด็ก69 มาแล้ว six seven plus two
โอเคขมวดปม เราไบแอส ฬ มากเลยค่ะ สังคมความเป็นอยู่ สิ่งอำนวยคสะดวกต่างๆ กิจกรรมของมหาลัย การเดินทางสะดวก สำหรับเราแล้วเราอยากเรียนมหาลัยที่เปิดทางให้เราได้พัฒนาตัวเอง เติบโตได้ดี โดยน้ำที่เขารดอะเนาะ เราก็ดูแลดินใส่ปุ๋ยเอง เราไม่ได้อยากเข้าเพราะว่าจะแอค จะอวดอะไร แค่แบบชอบ โดยรวม โอกาสหลายๆด้านจากที่นี่ เราสามารถใช้ชีวิต 4 ปี ได้เต็มที่ การไม่มีปัญหาเรื่องเงินคือลาภอันประเสริฐ
จะเข้าบริหารไม่ก็นิเทศค่ะ career path อยากจะทำงานสาย digital marketing ซึ่งก็จะไปเรียนเสริมหรืออาจจะต่อโทในอนาคตหลังเราไปเวิค ถ้าพวกงานบริษัทเราก็อยากทำในศรีจันทร์, the standard, เทพลีลา, โคตรคูล ไม่ก็กู้ดเดย์ พออิ่มตัวก็ผันไป remote work ช่วงมหาลัยกะจะเรียนภาษาอังกฤษ จีน สเปน ให้ได้ระดับที่ดีมากกว่าเดิมด้วยค่ะ เรามองว่าชีวิตมันมีอะไรเยอะแยะน่ะค่ะ ความที่เราจะไม่มีลูก ไม่สร้างครอบครัว วันที่พ่อแม่ไม่อยู่แล้กเราก็คงย้ายประเทศสักวันหนึ่ง
อยากขอคำแนะนำหรือความเห็นของพี่ๆค่ะ แบบนี้มันเวิร์คมั้ย คิดตื้นเขินไปหรือเปล่า ขอบคุณล่วงหน้านะคะ วาเลนไทน์นี้ ตรุษจีนนี้ขอให้โชคดีนะคะ🥰
ซิ่วครั้งที่ 2 จะเวิร์คไหม?