มีเรื่องอยากจะระบายมาก ขอเล่าก่อนคือ ปีนี้เราอายุ 18 ปีหน้าก็อายุ 19 แล้ว
จริงๆเราต้องเข้ามหาลัยแล้วในปีนี้ เราเรียนสายวิทย์คณิตมาสามปีก็เรียนได้ต้นๆของห้องตลอด ซึ่งคณะที่อยากเข้าก็ไม่พ้นสายวิทย์แหละ แต่คะแนนไม่ถึงคณะที่อยากเข้า ตอนนั้นที่ตั้งเป้าไว้อยากเข้ารังสีไม่ก็กายภาพบำบัดพอมาคิดๆดูแล้วจริงๆอยากเข้าเภสัช เราก็สายไปแล้วเพราะเขาสอบเสร็จกันไปแล้ว เรายอมรับว่ารู้ตัวช้าไปมาก เราเคยขอแม่ว่าอยากให้โอกาสเราอีกสักครั้งเพื่อจะลองสอบเข้ามหาลัยดูอีกรอบ แต่แม่เราไม่ยอมและบอกว่าเราไม่ตั้งใจ จะให้เราไปเรียนให้ได้ในปีนี้แนะนำให้เราไปเรียน
อาชีวะ,พยาบาล,ตำรวจ,ครู ซึ่งแต่ละอย่างที่ยกให้มาไม่ใช่ทางเราเลยจริงๆ เราเข้าใจว่าถ้าเราดรอปปีนึงก็เหมือนแม่เราต้องเลี้ยงเรานานขึ้นอีกปี แต่เรื่องเงินอ่ะไม่ได้ถึงกับขนาดยากจนเลย แม่เราไม่ได้ทำงานแล้ว มีพี่ชายคนโตเราทำงานคนเดียวซึ่งพี่เราก็เข้าใจเราเพราะเขารู้ว่ามหาลัยมีคนซิ่วกันอยู่แล้ว
ตอนอยู่บ้านเราโดนกดดันมากๆ ว่าทำไมถึงซิ่ว จากพี่คนรองและแม่ บางครั้งมันก็รู้สึกทนไม่ไหวก็ร้องไห้ออกมา เราก็แพลนไว้ว่าจะทำงานหาตังค์ซื้อคอร์สเรียนเอง เพื่อจะเรียนเภสัช
ดรอปเรียนตอนอายุ18เพื่อรอเข้ามหาลัยปีหน้า
จริงๆเราต้องเข้ามหาลัยแล้วในปีนี้ เราเรียนสายวิทย์คณิตมาสามปีก็เรียนได้ต้นๆของห้องตลอด ซึ่งคณะที่อยากเข้าก็ไม่พ้นสายวิทย์แหละ แต่คะแนนไม่ถึงคณะที่อยากเข้า ตอนนั้นที่ตั้งเป้าไว้อยากเข้ารังสีไม่ก็กายภาพบำบัดพอมาคิดๆดูแล้วจริงๆอยากเข้าเภสัช เราก็สายไปแล้วเพราะเขาสอบเสร็จกันไปแล้ว เรายอมรับว่ารู้ตัวช้าไปมาก เราเคยขอแม่ว่าอยากให้โอกาสเราอีกสักครั้งเพื่อจะลองสอบเข้ามหาลัยดูอีกรอบ แต่แม่เราไม่ยอมและบอกว่าเราไม่ตั้งใจ จะให้เราไปเรียนให้ได้ในปีนี้แนะนำให้เราไปเรียน
อาชีวะ,พยาบาล,ตำรวจ,ครู ซึ่งแต่ละอย่างที่ยกให้มาไม่ใช่ทางเราเลยจริงๆ เราเข้าใจว่าถ้าเราดรอปปีนึงก็เหมือนแม่เราต้องเลี้ยงเรานานขึ้นอีกปี แต่เรื่องเงินอ่ะไม่ได้ถึงกับขนาดยากจนเลย แม่เราไม่ได้ทำงานแล้ว มีพี่ชายคนโตเราทำงานคนเดียวซึ่งพี่เราก็เข้าใจเราเพราะเขารู้ว่ามหาลัยมีคนซิ่วกันอยู่แล้ว
ตอนอยู่บ้านเราโดนกดดันมากๆ ว่าทำไมถึงซิ่ว จากพี่คนรองและแม่ บางครั้งมันก็รู้สึกทนไม่ไหวก็ร้องไห้ออกมา เราก็แพลนไว้ว่าจะทำงานหาตังค์ซื้อคอร์สเรียนเอง เพื่อจะเรียนเภสัช