เมื่อเราต้องเข้าพิธีรับปริญญา แต่พ่อ...ยังมีอคติต่อแม่ที่แยกทางกันไป 10 ปีแล้ว

สวัสดีค่ะ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเราอีกแล้ว
เนื่องจากงานรับปริญญาของเราผ่านมาเมื่อไม่กี่วันนี้เอง
แม่แยกทางกับพ่อไป 10+ ปี
แต่เราเข้าใจเหตุผลของทั้ง 2 คนที่แยกทางกัน

มีญาติมาร่วมแสดงความยินดีกับเรา
และบุคคลสำคัญที่เราได้ชวนมาแสดงความยินดีก็มี พ่อ แม่ พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ
แม่มากับน้า พ่อมากับแฟนใหม่และน้องๆของเราเอง
พิธีเริ่มต้น 10.30 เสร็จสินพิธี 12.30 เราเป็นคณะสุดท้ายที่ได้เข้ารับ กว่าจะรับกว่าจะเดินออก
ทั้งฮอลคือคนเยอะๆมากๆ แออัดเบียดเสียดกัน จนเดินไม่ได้เลย ขยับได้ทีละนิด

แม่กับน้า มาถึง 11.00 แม่มาเดินดูงาน และดูจอพิธีอยู่ด้านนอก
แม่รอเราอยู่ที่ใกล้ๆ ห้องกับที่เราฝากของ ซึ่งเป็นชั้น 2 ของตึก
เมื่อเรารับเสร็จ ช่วงประมาณ 12.30 พ่อเราโทรมาสายที่ 1  ถามว่าเสร็จหรือยัง พ่อรออยู่ที่ชั้น 1 นะ

เราเดินออกมาจากห้องรับประกาศนียบัตรเป็นคณะสุดท้าย ช่วงประมาณ 12.40  เดินออกมาเจอคนที่แออัดมากๆ
ขยับได้ทีละนิด เนื่องจากมีญาติมารอกันเยอะมากๆ

เราเดินมาถึงหน้าห้องที่เราฝากของ เราเจอแม่ มาร่วมแสดงความยินดีกับเรา เรารู้สึกดีใจมาก เห็นแม่กับน้าถือดอกไม้ เห็นรอยยิ้มของแม่
เรารับดอกไม้จากแม่มาปุ้ป พ่อโทรมาถามว่า ถึงไหมแล้ว ออกมาหรือยัง ไปรอที่รถละ

ตอนนั้นประมาณ 13.00  เราเริ่มรู้แล้วว่าพ่อเริ่มโมโห เราเลยให้น้องถ่ายรูปเรากับแม่ให้
เพื่อนเราพึ่งมาถึง เราไม่ทันจะได้ถ่ายรูปอะไรกับเพื่อนทั้งสิ้น เราต้องรีบไปหาพ่อให้ไวที่สุด

และเรารีบหอบข้าวของลงไปหาพ่อ แต่พ่อไม่ได้รอที่ชั้น 1 แล้ว พ่อไปรอที่รถแทน ไปนั่งรอกับแฟนใหม่ในรถ
ไปถึงที่รถ สถานการณ์ตึงเครียดมาก ถามพ่อว่าจะไปไหน พ่อบอกกลับบ้าน เราเลยต้องนั่งรถกลับบ้านแบบงงๆ
ตอนนั้นในหัวคิดอะไรไม่ออก  

พอถึงบ้าน ชวนพ่อมาถ่ายรูป พ่อก็ทำหน้าบึ้งๆใส่  แต่ก็ยอมถ่าย  
พ่อยื่นเงินให้จำนวนนึง 2 ใบเทา แล้วบอกเราว่า เอาไปกินข้าวแล้วพาน้องไปกินข้าวด้วย

จากนั้น พ่อกับแฟนใหม่ของพ่อก็พากันไปกินข้าวข้างนอกกัน 2 คน

เราก็งงๆ แต่แอบคิดในใจแล้วว่าต้องมีอะไรแน่ๆ
เราเลยถ่ายรูปกับน้องๆ ต่อกันที่บ้าน

จากนั้นก็ผ่านวันนั้นไป จนเรามาทำงานตามปกติ
พ่อได้โทรหาเรา และต่อว่าเราเรื่องวันนั้น
พ่อบอกว่า เราจัดลำดับความสำคัญไม่ได้  ทำไมเราต้องไปถ่ายรูปกับแม่ก่อนพ่อ
เราเลยบอกพ่อว่า วันนั้นเป็นวันที่ดีๆ แต่ทำไมหนูรู้สึกแย่ หนูไม่รู้ว่าหนูต้องไปหาพ่อก่อน
พ่อบอกว่า ไปหาแม่ก่อนทำไม ทำไมไม่มาหากูก่อน จัดลำดับความสำคัญก่อน แทนที่จะมาหากูก่อน ปล่อยให้กูรอ
มันเห็นแก่ตัว มันหยิ่งยโส เห็นกูเป็นตัวอะไรให้กูไปรอ เป็นครึ่งชม. เป็นชม. กูแหกขี้ตาตื่น กูหยุดงานเพื่อไปงาน

เราอธิบายว่า  ทางที่หนูจะไปเอาของ แม่ยืนอยู่ทางนั้นพอดี เลยเจอกันก่อนหนูอยู่กับแม่ไม่ถึง 5 นาทีเลย และพ่อก็โทรมาตาม หนูรีบหอบของแล้วก็รีบลงมาหาพ่อเลย เพราะตอนนั้นที่พ่อโทรมาน้ำเสียงก็พูดห้วนๆแล้ว น่าจะเริ่มโมโหแล้ว ถ้าหนูย้อนกลับไปแก้ไขได้ และทำให้พ่อสบายใจ หนูจะขอแก้ไข แต่ตอนนี้หนูย้อยกลับไปไม่ได้แล้ว และหนูก็ไม่รู้ว่าหนูต้องทำตามแบบที่พ่อบอก พ่อแยกแยะเรื่องของพ่อกับแม่ได้ไหม วันนั้นเป็นวันที่ดีของหนู และหนูก็ไม่ได้คิดว่าพ่อจะมาโกรธหนูเรื่องนี้

พ่อบอก โธ่อย่ามาพูดเลย ว่าไม่รู้ โตแล้ว เห็นกูไม่สำคัญไง ทนงตัวมากไป เรื่องนี้มันจะเป็นตราบาปติดชีวิตไปตลอด  เพราะไปถ่ายรูปกับมันก่อนกู
  
เราอึ้งกับคำพูดทั้งหมดเราไม่รู้ว่าความรักของพ่อคืออะไร
และเราไม่รู้เหมือนกันว่าการที่เรารอคอยวันนี้มาทั้งชีวิตกลับมาทำให้เราคิดว่า
ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของเราหรอ เราไม่ได้อยากจะโทษตัวเองเลยจริงๆนะ  
และเราก็ไม่รู้ว่าเหตุการณ์มันจะเป็นแบบนี้

ตอนนี้สภาพจิตใจแย่มากๆ เสียใจมากๆกับคำพูดที่ได้ยิน
เราในฐานะลูกตอนนี้อยากถามทุกคนในฐานะลูกว่า
ถ้าเป็นคุณ คุณจะอธิบายยังไงให้พ่อคุณเข้าใจ

เพราะเรามองว่าเรื่องนี้ไม่มีใครผิดไม่มีใครถูก
มันเป็นปัญหาที่พ่อกับแม่ทำไม่ดีต่อกันในอดีต
เราในฐานะลูก รู้สึกว่าไม่ควรจะมารับแรงกระทำจากฝั่งใดฝั่งนึง
เรารักทั้ง 2 ท่านเท่ากัน เราเคยอยู่ทั้งกับแม่และกับพ่อ ไปๆมาหาทั้ง 2 ท่าน

และอยากถามทุกคนถ้าในฐานะพ่อแม่ การที่พ่อหรือแม่มีพฤติกรรมเหมือนเรื่องของเรา
มันถูกต้องหรือมองว่าเป็นเรื่องปกติของคนที่เคยมีปัญหากันในอดีต หรือไม่ควร

ความคิดเราส่วนตัว ​อยากฝากให้ทุกคนในฐานะพ่อแม่
เราคิดว่า วันนั้นเราควรปล่อยวางและควรอยู่ยินดีกับความสำเร็จของลูก
มากกว่าที่จะมาทะเลาะเบาะแว้งกัน

พ่ออายุใกล้เลข5 แล้วค่ะแต่ไม่รู้ทำไมวันนั้นพ่อกลายเป็นคนขี้โมโห พาลไปหมด
เราแอบคิดนะคะ จะมองว่าเราอกตัญญูก็ได้ ถ้าเรารู้ว่าวันนั้นจะเป็นวันที่แย่
เป็นวันที่ทำให้พ่อต้องลางาน และตื่นเช้า เราก็คงจะไม่ให้พ่อไปอ่ะค่ะ
อมยิ้ม08
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่