☉เอกโหรา♃ วิเคราะห์วันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์​ 2569



สรุปสั้น: บรรยากาศไม่ใช่แบบโปร่งใสโล่งทั้งหมด พรรคที่มีโครงสร้างและเครือข่ายจะได้เปรียบมากกว่าพรรคที่อาศัยกระแสเพียงอย่างเดียว


วิเคราะห์
ดวงวัน “เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย เป็นการอ่านแบบโหราศาสตร์เหตุการณ์ ซึ่งใช้ดูบรรยากาศ แนวโน้ม และพลังทางการเมืองของช่วงเวลา ไม่ใช่การตัดสินว่าใครถูกหรือผิด และไม่ใช่ข้อเท็จจริงทางกฎหมาย ใช้ระบบเรือน Placidus และระบบราศี Tropical ในการตีความ

ดวงอาทิตย์อยู่ราศีกุมภ์ในเรือนที่ 12 พร้อมกับดาวพุธและดาวศุกร์ที่อยู่เรือนเดียวกัน ขณะที่ดวงจันทร์อยู่ราศีพิจิกในเรือนที่ 8 ดาวอังคารและดาวพลูโตอยู่เรือนที่ 11 และดาวเสาร์อยู่เรือนที่ 1 อีกทั้งดวงอาทิตย์ทำมุมตึงกับดาวยูเรนัส และดวงจันทร์ทำมุมตึงกับดาวพลูโต โครงสร้างนี้โดยภาพรวมบ่งบอกว่าการเมืองในช่วงเวลานี้ขับเคลื่อนผ่านระบบ เครือข่าย และกลไกเบื้องหลัง มากกว่าการแสดงออกแบบเปิดหน้าอย่างตรงไปตรงมา

เมื่อมองในมุมของความโปร่งใส
การที่ดวงอาทิตย์ ดาวพุธ และดาวศุกร์อยู่ในเรือนที่ 12 หมายถึงอำนาจรัฐ การสื่อสาร และการตกลงสำคัญ ๆ มักดำเนินผ่านระบบ ผ่านองค์กร และผ่านการจัดการเบื้องหลังมากกว่าการประกาศชัดในที่สาธารณะ ดวงจันทร์ในเรือนที่ 8 สะท้อนความรู้สึกของประชาชนที่ระวังเรื่องผลประโยชน์ การต่อรอง และการจัดสรรอำนาจ ขณะที่มุมตึงระหว่างดวงจันทร์กับดาวพลูโตทำให้เกิดความรู้สึกว่ามีอำนาจบางอย่างที่มองไม่เห็นอยู่ในเกมการเมือง และมุมตึงระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวยูเรนัสทำให้เกิดความไม่คาดคิด กระแสต่อต้าน หรือแรงเปลี่ยนแปลงจากสังคมได้ง่าย ดังนั้นภาพรวมคือการเลือกตั้งสามารถเกิดขึ้นและเดินตามระบบได้ แต่บรรยากาศจะไม่ใช่แบบโปร่งใสโล่งใจทั้งหมด จะมีคำถาม ความสงสัย หรือกระแสวิพากษ์ตามมาเป็นระยะ

พรรคการเมืองที่ได้เปรียบ
ดวงนี้เอื้อให้กับพรรคที่มีโครงสร้าง มีเครือข่าย และมีระบบการทำงานจริง เพราะดวงอาทิตย์ ดาวพุธ และดาวศุกร์อยู่เรือนที่ 12 ซึ่งเกี่ยวข้องกับองค์กร กลไก และการจัดการเบื้องหลัง ขณะที่ดาวอังคารและดาวพลูโตในเรือนที่ 11 เน้นพลังของเครือข่าย กลุ่มอำนาจ และการทำงานเป็นทีม พรรคที่มีทุน มีคนสนับสนุน และมีระบบภายในแข็งแรง จะเล่นเกมได้ดีกว่าพรรคที่พึ่งกระแสเพียงอย่างเดียว ในอีกด้านหนึ่ง ดวงจันทร์ในราศีพิจิกที่ทำมุมกับดาวพลูโตสะท้อนว่าการเมืองที่พูดเรื่องความไม่เป็นธรรม การเปลี่ยนแปลง หรือความรู้สึกของประชาชน จะดึงพลังมวลชนได้ดี และมุมตึงระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวยูเรนัสยังเปิดทางให้พรรคใหม่หรือแนวคิดใหม่เกิดขึ้นได้ เพราะสังคมมีแรงอยากเปลี่ยน แต่พลังแบบนี้จะมาเร็วและผันผวน โตได้ไวแต่ความเสี่ยงสูง

สรุป
ธีมหลัก คือ การเมืองเบื้องหลังมีบทบาทสูง ประชาชนยังตั้งคำถามและระวังต่อโครงสร้างอำนาจ เครือข่ายมีความสำคัญมากกว่าภาพลักษณ์ภายนอก มีแรงอยากเปลี่ยนแปลงในสังคมแต่ยังไม่ถึงจุดพลิกทันที และอำนาจรัฐยังคงอยู่แต่ต้องบริหารและต่อรองกับพลังจากหลายฝ่าย

กล่าวโดยสั้นที่สุด การเลือกตั้งสามารถเกิดขึ้นและระบบเดินหน้าได้ แต่บรรยากาศไม่ใช่แบบโปร่งใสโล่งทั้งหมด พรรคที่มีโครงสร้างและเครือข่ายจะได้เปรียบมากกว่าพรรคที่อาศัยกระแสเพียงอย่างเดียว และอำนาจรัฐยังมีพลังอยู่ แต่ยังไม่ใช่ช่วงที่ขึ้นสู่จุดสูงสุดแบบเต็มที่
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่