สาวอเมริกันลดน้ำหนัก ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงที่บ้านเกิด แต่พอย้ายมาไทย น้ำหนักกลับลดไปกว่า 40 กก.

กระทู้สนทนา
ขอเปิดเรื่องเลยว่า ถ้าคุณคิดว่าเรื่องราวต่อไปนี้จะเกี่ยวกับอาหารไทย คุณคิดผิด เพราะเรื่องราวต่อไปนี้มันเกี่ยวกับวัฒนธรรมการจับจ่ายซื้อหาอาหารที่น่าสนใจในหลายมิติ
.
เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของสาวอเมริกันในวัย 40 กลางๆ ที่ย้ายมาอยู่เมืองไทยในวัย 40 ปี เมื่อปี 2018 และพบว่าการย้ายมาอยู่ไทยเป็น 'ชนเผ่าเรร่อนดิจิทัล' (Digital Nomad) ส่งผลน่าประหลาดใจกับร่างกายของเธอเกินคาด
.
เธอคนนี้เป็น 'นักเขียนฟรีแลนซ์' ซึ่งอาชีพแบบนี้คืออาชีพแบบหนึ่งที่สามารถทำงานที่ไหนก็ได้ ในปี 2018 ในวัย 40 ปี เธอเลยย้ายมาอยู่ไทย อันเป็นประเทศที่คนอเมริกันมองว่า 'น่าอยู่' ในหลายมิติอยู่แล้วสำหรับคนที่มีรายได้แบบอเมริกัน
.
แน่นอนเธอประหยัดค่าครองชีพไปได้มากโข แต่ที่น่าสนคือ น้ำหนักเธอลด และลดลงไปเรื่อยๆ จากเดิมเป็นคนน้ำหนักเกิน กลายเป็นคนน้ำหนักพอดี และ 7 ปีที่เธอจากสหรัฐอเมริกามา น้ำหนักเธอลดไปเกิน 40 กิโลกรัม แล้ว
.
และนี่คือเรื่องที่น่าสนใจที่เธอเล่าให้ Business Insider ฟัง
.
เธอบอกว่าเวลาอยู่อเมริกา การกินทุกอย่างนั้นสะดวกง่ายดาย อาหารสำเร็จรูปมีมากมาย พืชผักผลไม้มีตลอดปี คนอเมริกันมักจะเคยชินกับการไปซื้อของชำกันเหมือนกำลังจะถึงวันสิ้นโลก (เธอใช้คำนี้จริงๆ) ของที่สต๊อกเอาไว้ในบ้านนั้นสามารถกินได้เป็นหลักเดือนแบบสบายๆ ไม่มีปัญหาอะไร เพราะตู้เย็นที่นั่นใหญ่โต อากาศก็เย็น
.
ตัดกลับมาที่ไทย เธอไปเดินตลาดสด เจอของน่ากินมากมาย ราคาถูกมหาถูกในสายตาคนรายได้แบบอเมริกัน ผลคือเธอกลับบ้านพร้อมด้วยผลไม้เป็นภูเขาเลาการาวกับว่าเธอกำลังจะไหว้บรรพบุรุษ (เธอใช้คำนี้จริงๆ อีกแล้ว) แล้วเธอก็เลยค้นพบความเป็นจริงว่าในเมืองร้อน ผลไม้ที่วางทิ้งไว้ข้างนอกมันเน่าเสียในภายอาทิตย์เดียว และตู้เย็นเธอก็ไม่ได้ใหญ่โตเหมือนที่อเมริกา
.
เธอจึงเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็น 'ซื้อแต่พอกิน' ในทางปฏิบัติคือก็ซื้อผักผลไม้ตามฤดูกาล แล้วกินให้หมดภายใน 1 สัปดาห์ ส่วนอาหารเธอก็ทำกินเองง่ายๆ กินผักผลไม้เยอะๆ (เธอชอบกินผลไม้ และที่ไทยก็ราคาถูกสุดๆ)
.
ความน่าสนใจคือ น้ำหนักเธอค่อยๆ ลดลงอย่างน่าอัศจรรย์ โดยเธอยืนยันว่าสมัยอยู่อเมริกา เธอเคยลองสูตรลดน้ำหนักตั้งแต่กินคาร์บต่ำไปจนถึงกินคีโต ไม่มีอะไรเวิร์กเลย แต่มาไทยน้ำหนักของเธอกลับลดลงแบบงงๆ และพอเธอย้ายไปประเทศอื่นๆ ตั้งแต่กัมพูชา เมียนมา ตุรกี แล้วนำเอาพฤติกรรมที่เปลี่ยนนี้ติดตัวไปด้วย เธอก็กลายเป็นคนผอมไปในที่สุด
.
เธอจึงวิเคราะห์ว่า ที่อเมริกา อาหารการกินมันง่ายไปหมด อยากกินอะไรก็มีกินตลอดปี อยากกินอะไรก็มีแหล่งขาย เธอเลยมีอาหารกินตลอด และเธอก็กินตลอดทั้งวัน แต่การย้ายมาอยู่ไทยทำให้เธอพบว่า 'ผลไม้ตามฤดูกาล' มันมีจริงๆ แต่ละฤดูผลไม้ไม่เหมือนกัน ไม่ใช่ทุกอย่างจะมีขายตลอดทั้งปีแบบที่อเมริกา และพอเธอปรับพฤติกรรมการกินตามฤดูกาลและซื้อแต่พอกิน มันก็ส่งผลต่อร่างกายเธอในทางที่ดี
.
และที่สำคัญกว่านั้น เธอบอกว่าการที่อาหารสำเร็จรูปในไทยมันไม่แพร่หลายเท่าอเมริกา และอาหารสดถูกมาก (ถ้าซื้อในตลาดสด) จึงทำให้เธอทำอาหารกินเองแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ พวกซอสต่างๆ ก็ทำเอง และนี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้น้ำหนักของเธอลด เนื่องจากพวกอาหารสำเร็จรูปในอเมริกา การแอบใส่น้ำตาลมาในสารพัดซอสปรุงเพื่อให้คนรู้สึกว่าอร่อย ถือเป็นเรื่องปกติมากๆ แม้ว่ามันจะไม่มีความจำเป็นเลย และนี่คือสิ่งที่หายไปทันทีเมื่อเราเริ่มทำซอสกินเอง
.
เรื่องราวนี้ความน่าสนใจของมันคือ มันอาจทำให้เราเข้าใจความน่าตื่นเต้นของอาหารการกินในไทยใหม่ในสายตาคนตะวันตก
.
สำหรับคนไทยส่วนใหญ่ แน่นอน อาหารไทยสารพัดน่าจะเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ เพราะอาหารไทยหลายๆ อย่างนั้นหากินในร้านอาหารไทยในโลกตะวันตกไม่ได้แน่นอน หรือกระทั่งสารพัดสตรีทฟู้ดที่ราคาถูกมากมันก็น่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน
.
แต่ในสายตาคนตะวันตกที่ไม่ใช่สายกิน แน่นอนว่าของพวกนี้เขากินไม่เป็น และถ้าหน้าตามันไม่ชัดเจนว่าคืออะไร เขาจะไม่กล้ากิน (เช่นพวกลูกชิ้นที่ไม่รู้ว่าใส่อะไรบ้าง)
.
ประเด็นคือ แม้ว่าจะเป็นแบบนี้ อาหารการกินในไทยก็ยังน่าตื่นเต้นอยู่ดี เพราะเวลาคนตะวันตกได้เดินตลาดสด สิ่งที่เขามองเห็นแน่นอนคือพวกผักผลไม้สดๆ ที่ราคาถูกระดับที่เข้าใจไม่ได้ถ้าเทียบกับที่บ้านเขา
.
และต้องเน้นว่ามันเป็นเรื่องของ 'ผักผลไม้' จริงๆ เพราะในกรณีเนื้อสัตว์ เมืองไทยก็ไม่ได้ถูกเท่าไรถ้าเทียบกับอเมริกา และถ้ายังจำได้ ก่อนหน้านี้ช่วงที่ไทยต่อรอง 'ภาษีทรัมป์' หลายคนจะเพิ่งรู้ว่าไทยมี 'กำแพงภาษี' สูงมากสำหรับเนื้อสัตว์จากอเมริกา และเหตุผลง่ายๆ ก็คืออเมริกาผลิตเนื้อสัตว์จำนวนมหาศาล และขายในราคาไม่แพง ไทยเลยต้องมี 'กำแพงภาษี' เพื่อให้ราคาสินค้าหมวดเนื้อสัตว์อเมริกาเสียเปรียบในตลาดไทย ประเด็นคือ นี่เป็นหลักฐานง่ายๆ เลยว่าจริงๆ แล้วราคาเนื้อสัตว์ในอเมริกากับไทยมันไม่ได้ต่างกันระดับนั้น
.
กลับกัน 'ของวิเศษ' ของไทยในสายตาฝรั่ง ที่คนไทยอาจไม่ค่อยเห็นคุณค่า มันกลายเป็นพวกผักและผลไม้ที่ราคาถูกมากๆ และเมื่อย้อนกลับไปที่เรื่องของหญิงอเมริกันคนนี้ เหตุผลหนึ่งที่เธออยู่อเมริกาแล้วยังอ้วน ก็คือผักผลไม้มันแพง เธอจึงไม่ค่อยได้กิน แต่พอมาอยู่ไทย ของเหล่านี้ราคาถูกมาก เธอเลยกินมากขึ้น แล้วน้ำหนักก็ลดลง
.
นี่จึงทำให้สิ่งที่น่าคิดและน่าสนใจสำหรับชาวไทย ก็คืออันที่จริงเราอยู่ในพื้นที่ที่ผักผลไม้สดตามฤดูกาลราคาถูกสุดๆ แล้วในโลกนี้ และถ้าเราไม่ใช้โอกาสนี้ในการบริโภคพีชผักผลไม้เหล่านี้กันเยอะๆ ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากๆ
.
#BrandThink
CR⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่