[SR] ภูกระดึง 2 วัน 1 คืน จะหลับจะตื่นน้ำตาก็ไหล



     ------- ทุกภาพถูกถ่ายด้วย iPhone 14 Pro Max นะครับ -------

     สวัสดีครับ ห่างหายไปนานตั้งแต่ปี 2564 มีโอกาสเลยกลับมานั่งคุยกับทุกคนอีกครั้ง

     "อกหักครับ" ต้องเผ่นไปทำใจบนยอดเขาที่ผมคุ้นเคย กระทู้นี้ถือว่าอัพเดทเล่าสู่กันฟังละกัน ว่าตอนนี้สถานการณ์ข้างบนเป็นยังไงบ้าง  เผื่อเพื่อนๆบางคนมีแพลนจะเดินทางไปเที่ยวโดยเร็ววันนี้

     เรื่องของการเดินทาง ผมมีต้นทริปที่หมอชิตใหม่ โดยใช้บริการของบริษัทซันบัสไปลงที่ผานกเค้า ออกจากกรุงเทพฯ 3 ทุ่ม ถึงปลายทางประมาณตี 4-5 ครับ จากนั้นนั่งรถสองแถวสีแดงต่อไปยังอุทยานอีกที

     เช้าวันที่ 24 ธันวาคม 2025 ผู้คนประปราย อาจจะเป็นเพราะเป็นพุธกลางสัปดาห์ รอบตัวจึงสงบกว่าช่วงต้นเดือนอย่างเห็นได้ชัด เมื่อทำการจองที่พักเสร็จ ก็เริ่มออกเดินทางจากปลายภู
     สิ่งที่เปลี่ยนไป คือนักท่องเที่ยวทุกคนต้องเข้าฟังการบรรยายเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยก่อน อย่างที่ทราบกันนะครับ ช่วงนี้ช้างป่าถือเป็นความอันตรายแบบเฟิสต์ไพรออริตี้ พวกเราจึงต้องระวังตัวกันเป็นพิเศษ

     ผมออกเดินขึ้นภูช่วง 06.30 อากาศกำลังเย็นสบาย แต่โดยรอบยังไม่มีแสงแดดให้เห็น คะเนจากสายตา วันนี้มีเพื่อนๆที่ออกเดินทางพร้อมกันอยู่หลักสิบคนเหมือนกัน ช่วงกลางก่อนถึงซำแฮก ตะวันเริ่มทอแสง อากาศรอบตัวอุ่นขึ้นนิดหน่อย
     พอเหยียบถึงซำแรก ต้องรีบพุ่งตัวไปยังริมผาทันที เพราะคาดหวังเอาไว้ว่าหมอกจะปรากฏขึ้นมาให้ผมเห็นบ้าง แล้วก็สมหวังจริงๆ แม้จะไม่มากอย่างที่จินตนาการก็ตาม



     ระหว่างทางค่อนข้างเงียบเหงานะครับ พ่อค้าแม่ขายบ่นกันระงมว่านักท่องเที่ยวหายไปกว่า 80-90% ถ้าเทียบกับช่วงต้นเดือน ผมมีแวะกินขนมบ้าง แต่ก็เร่งเดินเพราะเกรงว่าจะต้องไปชนกับแดดบนหลังแปในช่วงบ่าย หากถึงเร็ว ก็อยากจะลดความร้อนแรงด้วยการอาบน้ำซัก 2-3 ขัน
     พอเริ่มสาย อุณหภูมิโดยรอบเริ่มสูงขึ้น แนะนำให้พกน้ำติดตัวเอาไว้หน่อย เดี๋ยวหัวจะร้อนพาลไปโมโหคนข้างกายเอาได้ รอบนี้ร้านค้ายังอยู่ครบทุกแห่งนะครับ โดยจุดสุดท้ายที่ทุกคนจะได้พักพิงก็คือ "ซำแคร่"



     "ทริค" ประจำตัวผมคือ "หลีกเลี่ยงบันไดให้มากที่สุด" เพราะทุกก้าวมันเสียพลังงานมากมายเหลือเกิน แต่ก็นั่นแหละครับ ช่วง 1 กิโลสุดท้ายนั้นอุดมไปด้วยขั้นบันไดเหล็กที่ถูกสนิมกัดกินเป็นเวลานาน บางจุดมีความชันมากกว่าระหว่างทางที่เราผ่านมา
     ไม่เกินเที่ยงวัน ผมก็ขึ้นมาถึงหลังแปด้วยความร้อนที่ระอุไปทั้งตัว แบ่งปันข้อมูลสำหรับคนที่ยังไม่เคยขึ้นมานะครับ จากตีนภู => หลังแป กินระยะทางประมาณ 5.5 กิโลเมตร นี่คือช่วงที่ 1 ของการเดินทาง ยังมีส่วนที่ 2 ที่รอทุกคนอยู่ นั่นคือการเดินจากหลังแป => ลานกางเต็นท์ คะเนกันไว้ที่ 3.5 กิโลเมตรโดยประมาณ กว่าค่อนทางเป็นพื้นที่เปิดนะครับ เรียกว่าร้อนเอาไม่ได้ หาหมวกติดตัวไว้หน่อย



       สุดทางแยกที่จะไป "ผานกแอ่น" ถูกตรึงไปด้วยเทปขาวแดงที่บอกเราว่า "ห้ามผ่านไปทางนี้" เนื่องจากเป็นเขตหากินของช้างป่าที่อาจทำอันตรายแก่ผู้มาเยือนแบบเราได้ ดังนั้นต้องเดินต่อไปยังลานกางเต็นท์เพื่อเตรียมตัวกันก่อน
       แรกเริ่มเดิมที เราสามารถเลือกตำแหน่งเต็นท์นอนได้ตามต้องการนะครับ แต่น่าจะเป็นช่วงหลังโควิดเป็นต้นมา เต็นท์นอนของเราจะถูกฟิกซ์ตายตัวตามหมายเลขบนกระดาษ โดยส่วนใหญ่ที่ผมสังเกต ทุกคนจะถูกจัดให้อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน เหตุคือน่าจะอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงของเจ้าหน้าที่ ปล. กรณีผมคือใช้บริการเต็นท์ของอุทยานนะครับ ถ้าเอามาเอง ไม่มั่นใจเรื่องเงื่อนไขในการเลือกพื้นที่เหมือนกัน



       บรรยากาศวันนี้ครึ้มฟ้าครึ้มฝนนะครับ เหมือนลังเลว่าจะฝนหรือจะแดด ข้อดีคือไม่แสบตัว ข้อเสียคือ "น้ำโคตรจะเย็น" จากที่เดินมาเหงื่อชุ่มตัว เข้าไปอาบขันแรกคือสะดุ้งตัวโยน ขึ้นมาอาบน้ำบนภูกระดึงถือว่าคุ้มละครับ
       ร้านอาหารเปิดทุกร้านนะครับ มีบริการให้ทุกอย่าง กำเงินมาอย่างเดียวก็เพียงพอ ผมใช้ทรูนะครับ สัญญาณข้างบนนี้ปกติ ไม่มีติดขัดอะไร ปัญหาใหญ่คือต่อจากนี้ผมจะทำอะไรดีนี่แหละ



       โอเคครับ เมื่อก่อนทีเดียว ยามที่ผมเสร็จธุระจากการเตรียมตัวบนหลังภู ผมจะออกเดินไปตามน้ำตกใกล้ๆ เพื่อเก็บภาพบรรยากาศเล็กน้อย ก่อนที่วันรุ่งขึ้นจะเปลี่ยนทิศไปยังจุดอื่นให้ได้ครบตามกำหนดการ แต่มารอบนี้ กฎทุกอย่างถูกเปลี่ยนไปแล้ว
       1. การเดินทางไปรับชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น แน่นอนว่าต้องมีเจ้าหน้าที่คอยนำทาง ซึ่งตอนนี้มีข้อแม้ใหม่ว่า ถ้าตรวจพบช้าง ถือว่าเลิกกัน
       2. ทางเดินไปน้ำตก จะต้องมีเจ้าหน้าที่นำเท่านั้น โดยทุก 08.30 ของทุกวัน จะมีการรวมตัวเพื่อเตรียมความพร้อม แน่นอนว่าหากพบช้างออกหากิน ทริปก็จะถูกยกเลิกทันที ผมเจอน้องคนนึงบอกว่า "หนูนอนมา 2 คืน ยังไม่เคยไปน้ำตกเลย ช้างออกมาทุกวัน"
       3. หลัง 4 โมงเย็น ทุกคนจะต้องอยู่ในเขตลานกางเต็นท์ ยกเว้นจุดเดียวที่อนุญาตให้อยู่ได้หลังจากนั้นไปแล้ว คือ "ผาหมากดูก" เพียงจุดเดียว

       นั่นเท่ากับว่า วันนี้ผมจะไปได้เพียงจุดเดียวเท่านั้น การไป "ผาหล่มสัก" เพื่อดูพระอาทิตย์ตกเหมือนทุกทีจึงถูกห้ามไปโดยปริยาย ระหว่างทางไป "ผาหมากดูก" ทางแยกที่จะไป "ลานพระพุทธเมตตา" ก็ถูกปิดเช่นกันนะครับ



       เมื่อเหลือหมายแค่จุดเดียวแล้ว ผมก็ออกเดินทางตั้งแต่หัววัน เพื่อหวังจะเก็บทุกอย่างให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทางเดินไปยัง "ผาหมากดูก" เป็นดินร่วนปนทราย ซึ่งมีความแข็งตัวเพียงพอจะใช้จักรยานเป็นพาหนะหลักเพื่อทุ่นแรง
       กวาดสายตามองออกไป ก็เห็นเพียงตอไม้ที่ตั้งตระหง่านท้าลมฝน ครั้งอดีต มันเคยเป็นป่าใหญ่ขนาบสองข้างทาง ก่อนที่ไฟป่าจะพรากมันจากเราไปแบบไม่มีวันกลับ



       มีนักท่องเที่ยวหลายสิบชีวิตที่กำลังรอภาพดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า แต่นั่นก็กินเวลานานเหลือเกิน กอรปกับเมฆหมอกก็ขมุกขมัว เดี๋ยวแดดเดี๋ยวจะฝน ผมอาศัยรีบเก็บภาพเท่าที่ทำได้ และรีบวกกลับไปยังอีกจุดที่ผมเคยไปเยือนแค่ครั้งเดียว "อ่างเก็บน้ำไพรัตน์ ธารไชย"
       สารภาพว่าผมขึ้นภูเหยียบ 10 ครั้ง แต่ไม่เคยรู้ว่าด้านบนจะมีอ่างเก็บน้ำด้วย มารู้เอาครั้งล่าสุดที่ขึ้นมาเมื่อปี 2024 นี่เอง ว่าแล้วก็ขอลา "ผาหมากดูก" กันแค่นี้ เพื่อขอเก็บภาพตะวันตกดินตรงที่ที่ผมไม่เคยเห็นดีกว่า



       โชคเข้าข้างหน่อยที่ฟ้ากลับมาเปิดอีกครั้ง ซึ่งผมก็หวังว่ามันจะอยู่แบบนี้ไปจนถึงช่วงเย็น ถ่ายรูปเพลินๆ หันมามองนาฬิกานี่ปาเข้าไปเกือบ 5 โมงเย็นแล้วเหมือนกันนะเนี่ย



       พลันที่มาถึง ก็เจอน้องๆกลุ่มนึงกำลังเอ็นจอยกับการพูดคุยกันอยู่ ได้แต่นึกในใจว่า "เก่งจัง" "แข็งแรงมากที่ขึ้นมาข้างบนนี้แล้วยังสนุกกับสิ่งที่เจอ" ก่อนหน้านี้ผมเคยเหนื่อยจนไม่อยากทำอะไร เลยอดที่จะเปรียบกับตัวเองไม่ได้จริงๆ
       อ่างเก็บน้ำมีขนาดที่กว้างพอดูนะครับ แต่รอบก่อนที่มาปริมาณน้ำน้อยกว่านี้ ทำให้เห็นรอยเท้าสัตว์ที่ลงไปดื่มน้ำได้เลย พอบรรยากาศเริ่มโพล้เพล้ ความเหงาก็เริ่มมาเยือนหัวใจ



       อุณหภูมิรอบตัวลดต่ำลง ลมหนาวเริ่มพัดมาทักทายแบบเบาๆ ผมรีบบอกตัวเองว่า "กลับเต็นท์กันเถอะนะ เดี๋ยวจะทรมานไปมากกว่านี้" อดีตยังฝังใจไม่เคยลืม เพราะครั้งใดที่ตะวันลับขอบฟ้า โลกบนภูจะเปลี่ยนไปเป็นหลังมือทันที ลมปริศนาจะถูกพัดพาออกมาจากป่า เมื่อกระทบกับอะไรก็ตามที่ขวางทาง จะเกิดเสียงดังราวกับสิ่งนั้นจะพังลง
       ผมรีบเดินกลับไปยังลานกางเต็นท์ที่อยู่ไม่ไกลนัก สิ่งแรกคือการหามื้อเย็นลงท้อง สองคือเตรียมตัวเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย เพราะถ้าตื่นขึ้นมากลางดึก คงไม่กล้าพอจะออกไปนอกมุ้งนอนเป็นแน่
       บางครั้งผมมักได้ยินเสียงคนเดินรอบๆ บางครั้งเหมือนมีคนกำลังพยายามจะงัดเต็นท์ผมขึ้น มีเสียงหายใจรุนแรงราวกับจะขาดใจ แน่นอนว่าไม่กล้าออกไปดูหรอกครับ เคยถามเจ้าหน้าที่ แกบอกว่าเป็นกวางหรือว่าหมูป่านั่นแหละ



       เป็นค่ำคืนที่เหงาจับใจ ได้ยินเสียงผู้คนรอบกายน้ำตาก็ไหลออกมาแบบไม่รู้ตัว รู้ทันทีว่าผมอยู่ต่ออีกคืนไม่ได้แน่นอนครับ เลยตัดสินใจว่าวันรุ่งขึ้นผมจะลงจากภูช่วงเช้าหน่อย ใจคืออยากกลับบ้านเหลือเกิน



       เนื่องจากนอนไม่ค่อยจะหลับ ก็เลยตัดสินใจไม่ออกไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ "ผานกแอ่น" ในตอนเช้า นอกจากนั้นยังตัดสินใจแล้วว่าคงไม่นอนต่อ น้ำตกก็เลยถูกยกเลิกไปเช่นกัน ดังนั้นเช้าวันที่ 25 ธันวาคม 2025 เป็นวันที่ผมลงจากภูโดยไม่ได้แวะที่ไหนอีกเลย
       โอกาสหน้าขอกลับมาแก้ตัวนะครับ รอบนี้ถือว่ามาแบ่งปันข้อมูล มาแชร์ภาพและบรรยากาศบนภูให้ทุกคนได้พอเห็นภาพกัน เผื่อจะทำให้ใครตัดสินใจขึ้นไปข้างบนได้บ้าง ขอบคุณทุกคนที่รับชมมาจนถึงบรรทัดนี้นะครับ ขอบคุณมากมายครับ

       โช

ชื่อสินค้า:   ภูกระดึง ฉันคิดถึงเธอ
คะแนน:     

SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง โดยได้รับส่วนลดหรือสิทธิพิเศษจากเจ้าของสินค้าเพื่อแลกกับการรีวิว
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่