การมีโปรเจ็คต์ใหญ่สร้าง Disneyland ในประเทศไทย ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ทำให้ไทยมีแหล่งท่องเที่ยวชั้นดีที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น มีศักยภาพกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากขึ้น แต่ควรมีแผนสำรองด้วยหาก disney ไม่มาจริง เพราะการจะทำอะไรใหญ่ๆก็ต้องมีความพร้อมหลายด้าน มีความน่าเชื่อถือมากพอที่จะให้ธุรกิจทั้งระดับเล็ก ระดับกลาง ระดับใหญ่ของโลก พร้อมที่จะเข้ามาร่วมลงทุนในบ้านเรา
องค์ประกอบที่สำคัญมากอย่างนึงในการทำให้ต่างชาติตัดสินใจร่วมลงทุนในบ้านเราคือ การบังคับใช้กฎหมายอย่างถูกต้องในทุกกรณี ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงไปตามใจของผู้มีอำนาจหรือนายทุนใหญ่ คิดจะทำอะไรก็ทำ
เรื่องรถไฟ 3 สนามบินนี่เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด โครงการใหญ่ระดับประเทศที่ประมูลจบไปแล้ว แต่จะมาขอแก้ไขสัญญาเพื่อผลประโยชน์ของเอกชน ผิดกฎหมายชัดเจน และยังมีบางฝ่ายเห็นชอบที่จะแก้ไขสัญญาให้เอกชนด้วย
นี่แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนในเรื่องกฎหมายของทำธุรกิจในไทย ใครมีเงินทุน ใครมีอำนาจต่อรอง ก็สามารถทำอะไรอยู่เหนือกฎหมาย ทำอยู่นอกกรอบกติกาที่วางไว้แล้วก็ได้
สภาพการทำธุรกิจแบบนี้ อย่าว่าแต่ดิสนีย์ไม่ควรมาร่วมลงทุน ธุรกิจใหญ่อีกหลายประเภทก็ไม่ควรมาร่วมลงทุน เพราะหาความแน่นอนไม่ได้ วันนึงถ้ามีนายทุนใหญ่ในไทยจ่ายเงินต่อเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อขอเปลี่ยนแปลงกฎหมายบางอย่างเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจที่ตนเองทำอยู่ และเพื่อเตะสกัดคู่แข่งจากต่างชาติ ให้คู่แข่งเจ๊งไป รัฐก็มีโอกาสที่จะทำได้
แต่การพยายามสร้าง Disneyland ก็ดีแล้ว วางแผนเอาสิ่งที่ดึงดูดผู้คนจำนวนมากมาวางไว้ตามแนวสถานีรถไฟความเร็วสูง เพื่อสร้างความต้องการใช้รถไฟความเร็วสูงให้คนจำนวนมาก จะได้เป็นตัวอย่างให้กับรถไฟสายอื่นด้วย
รถไฟไทย-จีนก็น่าทำแบบเดียวกัน เอาสถานที่ดึงดูดคนจำนวนมากที่คนชอบไปบ่อยๆมาไว้ใกล้สถานีรถไฟความเร็วสูง หรือสามารถนั่งรถ feeder จากสถานีรถไฟความเร็วสูงไม่เกิน 10 นาทีก็ถึงสถานที่นั้นแล้ว
เห็น fb นึง จินตนาการถึงสวนสนุกแบบไทยๆ วรรณคดีแลนด์
https://www.facebook.com/share/v/1FEAY96num/
ดูน่าสนใจมาก ภาครัฐน่าเอาสวนสนุกวรรณคดีแลนด์มาไว้ใกล้ๆสถานีรถไฟความเร็วสูงในอนาคต อย่างสถานีขอนแก่น หรือ
สถานีหนองคาย เป็นต้น
อีกเรื่องนึงคือการทำท่าอวกาศยานในไทยมีให้เลือก 3 ที่ 1.เกาะจวง เกาะจาน ชลบุรี 2.สนามบินอู่ตะเภา 3.สงขลา
https://www.facebook.com/share/1DqQDh3yHe/
เกาะจวง เกาะจานถูกคัดให้เป็นอันดับ 1 เพราะใช้เงินลงทุนต่ำสุด อู่ตะเภามาเป็นอันดับ 2 เพราะแพงกว่าประมาณ 2 เท่าตัว แต่จริงๆถ้าพูดถึงการสร้างงาน การตั้งในที่สัญจรสะดวก การขนส่งเชื้อเพลิงได้ง่าย ก็ควรตั้งไว้อยู่อู่ตะเภา เพราะใกล้รถไฟความเร็วสูงและรถไฟสายตะวันออกมากกว่า ทำให้คนสะดวกต่อการเดินทางมาทำงานที่ท่าอวกาศยาน
ถ้าไปตั้งที่เกาะจวง เกาะจาน คนจำนวนมากก็จะไม่สะดวกไปทำงาน เพราะอยู่ห่างจากริมฝั่งทะเล 10 กว่าโล เสียค่านั่งเรือไปอีก เป็นการทำลายธรรมชาติด้วย
เกาะจวง ชลบุรี ที่นี่เขาห้ามขึ้นเกาะ
https://youtu.be/05C6HZ7XGek?si=7FckvcHgVXpVC2-C
ควรให้ท่าอวกาศยานอยู่บนอู่ตะเภามากกว่า ช่วยดึงคนกลุ่มนึงมาอยู่อาศัยไม่ไกลจากสนามบินอู่ตะเภา และนั่งรถไฟมาทำงานได้ง่ายขึ้น
ลงทุนมากกว่าหน่อย แต่สร้างผลประโยชน์ระยะยาวได้ดีกว่า
ส่วนรถไฟ 3 สนามบินคิดให้ดีๆ เพราะถ้าติดกระดุมเม็ดแรกผิด เม็ดต่อไปก็ผิดหมด ทำผิดไป ผลกระทบที่ตามเยอะมาก ต้องไม่แก้ไขสัญญารถไฟ 3 สนามบิน ภาครัฐจะเปิดประมูลใหม่ หรือจะเอาอะไรใส่ลงไปเยอะๆรอบพื้นที่อู่ตะเภาให้คนได้ใช้บริการรถไฟความเร็วสูงก็เอา ทำไปให้เต็มที่ ทั้งท่าอวกาศยานและ Disneyland อย่างนี้จะดีกว่า
การจะสร้างรถไฟ 3 สนามบิน ก็ต้องใช้สัญญาฉบับเดิมไป หรือถ้าไม่ใช้ ก็เปิดประมูลใหม่ไป จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติอย่างดี
อย่าพึ่งฝันถึง disney เมืองไทย ให้รถไฟ 3 สนามบินที่ถูกกฎหมายเกิดก่อน กฎหมายไม่แน่นอน ธุรกิจใหญ่ไม่อยากลงทุนด้วย
องค์ประกอบที่สำคัญมากอย่างนึงในการทำให้ต่างชาติตัดสินใจร่วมลงทุนในบ้านเราคือ การบังคับใช้กฎหมายอย่างถูกต้องในทุกกรณี ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงไปตามใจของผู้มีอำนาจหรือนายทุนใหญ่ คิดจะทำอะไรก็ทำ
เรื่องรถไฟ 3 สนามบินนี่เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัด โครงการใหญ่ระดับประเทศที่ประมูลจบไปแล้ว แต่จะมาขอแก้ไขสัญญาเพื่อผลประโยชน์ของเอกชน ผิดกฎหมายชัดเจน และยังมีบางฝ่ายเห็นชอบที่จะแก้ไขสัญญาให้เอกชนด้วย
นี่แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนในเรื่องกฎหมายของทำธุรกิจในไทย ใครมีเงินทุน ใครมีอำนาจต่อรอง ก็สามารถทำอะไรอยู่เหนือกฎหมาย ทำอยู่นอกกรอบกติกาที่วางไว้แล้วก็ได้
สภาพการทำธุรกิจแบบนี้ อย่าว่าแต่ดิสนีย์ไม่ควรมาร่วมลงทุน ธุรกิจใหญ่อีกหลายประเภทก็ไม่ควรมาร่วมลงทุน เพราะหาความแน่นอนไม่ได้ วันนึงถ้ามีนายทุนใหญ่ในไทยจ่ายเงินต่อเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อขอเปลี่ยนแปลงกฎหมายบางอย่างเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจที่ตนเองทำอยู่ และเพื่อเตะสกัดคู่แข่งจากต่างชาติ ให้คู่แข่งเจ๊งไป รัฐก็มีโอกาสที่จะทำได้
แต่การพยายามสร้าง Disneyland ก็ดีแล้ว วางแผนเอาสิ่งที่ดึงดูดผู้คนจำนวนมากมาวางไว้ตามแนวสถานีรถไฟความเร็วสูง เพื่อสร้างความต้องการใช้รถไฟความเร็วสูงให้คนจำนวนมาก จะได้เป็นตัวอย่างให้กับรถไฟสายอื่นด้วย
รถไฟไทย-จีนก็น่าทำแบบเดียวกัน เอาสถานที่ดึงดูดคนจำนวนมากที่คนชอบไปบ่อยๆมาไว้ใกล้สถานีรถไฟความเร็วสูง หรือสามารถนั่งรถ feeder จากสถานีรถไฟความเร็วสูงไม่เกิน 10 นาทีก็ถึงสถานที่นั้นแล้ว
เห็น fb นึง จินตนาการถึงสวนสนุกแบบไทยๆ วรรณคดีแลนด์
https://www.facebook.com/share/v/1FEAY96num/
ดูน่าสนใจมาก ภาครัฐน่าเอาสวนสนุกวรรณคดีแลนด์มาไว้ใกล้ๆสถานีรถไฟความเร็วสูงในอนาคต อย่างสถานีขอนแก่น หรือสถานีหนองคาย เป็นต้น
อีกเรื่องนึงคือการทำท่าอวกาศยานในไทยมีให้เลือก 3 ที่ 1.เกาะจวง เกาะจาน ชลบุรี 2.สนามบินอู่ตะเภา 3.สงขลา
https://www.facebook.com/share/1DqQDh3yHe/
เกาะจวง เกาะจานถูกคัดให้เป็นอันดับ 1 เพราะใช้เงินลงทุนต่ำสุด อู่ตะเภามาเป็นอันดับ 2 เพราะแพงกว่าประมาณ 2 เท่าตัว แต่จริงๆถ้าพูดถึงการสร้างงาน การตั้งในที่สัญจรสะดวก การขนส่งเชื้อเพลิงได้ง่าย ก็ควรตั้งไว้อยู่อู่ตะเภา เพราะใกล้รถไฟความเร็วสูงและรถไฟสายตะวันออกมากกว่า ทำให้คนสะดวกต่อการเดินทางมาทำงานที่ท่าอวกาศยาน
ถ้าไปตั้งที่เกาะจวง เกาะจาน คนจำนวนมากก็จะไม่สะดวกไปทำงาน เพราะอยู่ห่างจากริมฝั่งทะเล 10 กว่าโล เสียค่านั่งเรือไปอีก เป็นการทำลายธรรมชาติด้วย
เกาะจวง ชลบุรี ที่นี่เขาห้ามขึ้นเกาะ
https://youtu.be/05C6HZ7XGek?si=7FckvcHgVXpVC2-C
ควรให้ท่าอวกาศยานอยู่บนอู่ตะเภามากกว่า ช่วยดึงคนกลุ่มนึงมาอยู่อาศัยไม่ไกลจากสนามบินอู่ตะเภา และนั่งรถไฟมาทำงานได้ง่ายขึ้น
ลงทุนมากกว่าหน่อย แต่สร้างผลประโยชน์ระยะยาวได้ดีกว่า
ส่วนรถไฟ 3 สนามบินคิดให้ดีๆ เพราะถ้าติดกระดุมเม็ดแรกผิด เม็ดต่อไปก็ผิดหมด ทำผิดไป ผลกระทบที่ตามเยอะมาก ต้องไม่แก้ไขสัญญารถไฟ 3 สนามบิน ภาครัฐจะเปิดประมูลใหม่ หรือจะเอาอะไรใส่ลงไปเยอะๆรอบพื้นที่อู่ตะเภาให้คนได้ใช้บริการรถไฟความเร็วสูงก็เอา ทำไปให้เต็มที่ ทั้งท่าอวกาศยานและ Disneyland อย่างนี้จะดีกว่า
การจะสร้างรถไฟ 3 สนามบิน ก็ต้องใช้สัญญาฉบับเดิมไป หรือถ้าไม่ใช้ ก็เปิดประมูลใหม่ไป จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติอย่างดี