Miranda Priestly ในพ.ศ. นี้ ไม่ได้ต้องการคนคอยถือถ้วยกาแฟ…สิ่งที่เธอโหยหาจริงๆ คือ Strategic Partner

กระทู้สนทนา
ถ้าใครเคยดู The Devil Wears Prada คงยังจำเสียงส้นเข็มที่กระทบพื้นหินอ่อนของตึก Elias-Clark ได้ดี จังหวะนั้นแหละที่ทำให้คนในกองบรรณาธิการ Runway ขวัญผวาพอๆ กับเสียงแจ้งเตือนข้อความจาก Miranda Priestly
.
ในยุคนั้น Andy Sachs คือภาพจำของคนทำงานสายถวายหัว ที่เปลี่ยนเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ ไม่ว่าจะหาต้นฉบับหนังสือที่ยังไม่วางแผง หรือจองตั๋วเครื่องบินฝ่าพายุเพื่อเอาใจเจ้านาย แต่เชื่อไหมว่าในปี 2026 สูตรสำเร็จแบบ Andy อาจจะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป
.
เพราะ Miranda ในพ.ศ. นี้ ไม่ได้ต้องการคนคอยถือถ้วยกาแฟหรือรับเสื้อโค้ทสิ่งที่เธอโหยหาจริงๆ คือ Strategic Partner หรือมือขวาที่เป็นเหมือน "ร่างจำแลง" ของเธอในสมรภูมิธุรกิจที่หมุนไวกว่าเทรนด์รันเวย์หลายเท่า
.
ในโลกของการทำงานระดับ High-end เรามักเห็นภาพผู้ช่วยวิ่งวุ่นจดตารางนัดลงปฏิทิน แต่ความจริงที่ CEO ยุคใหม่ต้องการบอกเราก็คือ การบริหารจัดการที่แท้จริงไม่ใช่การหา "ช่องว่าง" ในปฏิทิน แต่มันคือการ "เดินหมาก" ที่ทุกการเคลื่อนไหวต้องมีผลลัพธ์
.
ถ้าคุณมองงานเป็นแค่ตารางนัด: หน้าที่ของคุณจะจบแค่การทำให้เจ้านายไปถึงห้องประชุมทันเวลา ซึ่งนั่นก็เป็นแค่ผู้ช่วยทั่วไป
.
แต่ถ้าคุณมองเป็นหมากรุก: ทุกช่องว่างในปฏิทินจะกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจทันที และนี่คือจุดตัดที่เปลี่ยนคุณจากพนักงานธรรมดามาสู่การเป็นมือขวาอย่างเต็มตัว อาทิ

1. มองข้ามช็อตไป 3-5 ตา มือขวาที่ Miranda จะปลาบปลื้ม ไม่ใช่คนที่เดินมาบอกว่า "พรุ่งนี้มีประชุมกี่โมง" แต่คือคนที่รู้ว่าประชุมนี้มีไว้เพื่ออะไร แล้วเตรียมข้อมูลคู่แข่งที่เจ้านายต้องใช้ไว้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว หรือแม้แต่การกล้าปฏิเสธนัดที่ไม่สำคัญ เพื่อปกป้องพลังงานของเจ้านายไว้ลุยกับดีลใหญ่
.
2. บริหารจังหวะ ไม่ใช่แค่เวลา คนที่เข้าใจเจ้านายจริงๆ จะรู้ว่าช่วงไหนคือช่วงที่สมองของเจ้านาย Peak ที่สุด เขาจะกันเวลานั้นไว้สำหรับงาน Creative หรือการตัดสินใจสำคัญ ไม่ใช่เอาตารางนัดจุกจิกไปถมจนเจ้านายเกิดอาการสมองล้าจนตัดสินใจพลาด
.
8 DNA ที่จะทำให้คุณเป็นคนสำคัญของกองบรรณาธิการ Runway
.
Creativity: ในปี 2026 ความคิดสร้างสรรค์คือการดีไซน์ทางออก เวลาเกิดวิกฤต มือขวาจะไม่เดินเข้าไปถามว่า "เอาไงดี ?" แต่จะเดินไปพร้อมทางเลือก A, B และ C ที่คำนวณความเสี่ยงมาให้เสร็จสรรพ คุณไม่ได้รอคำสั่ง แต่คุณกางแผนที่ทางออกไว้รอแล้ว
.
Composure: นึกภาพวันที่ออฟฟิศวุ่นวาย สิ่งเดียวที่จะดึงสติทุกคนได้คือความนิ่งของคุณ ถ้าคนข้างกาย Miranda ลนลาน เจ้านายจะเสียสมาธิทันที ความนิ่งภายใต้แรงกดดันนี่ คืออำนาจที่ทรงพลังที่สุด
.
Authenticity: ผู้นำมักถูกล้อมด้วย Yes-man จนบางทีเขาก็มองไม่เห็นเหวข้างหน้า CEO ยุคใหม่จึงต้องการ Truth-teller หรือคนที่กล้าดึงสติด้วยข้อมูลจริง นี่คือรากฐานของความไว้วางใจที่หาซื้อไม่ได้
.
Eagerness: อย่าหยุดแค่การจดบันทึก แต่ต้องหิวกระหายที่จะเรียนรู้ Business Model ของบริษัท คุณต้องอ่านเกมให้ขาดเหมือนที่เจ้านายอ่าน เพื่อที่จะมองเห็นโอกาสหรือปัญหาล่วงหน้าก่อนคนอื่น
.
Professionalism: จำไว้ว่าทุกย่างก้าวของคุณคือภาพลักษณ์ของเจ้านาย ไม่ว่าจะเป็นการตอบอีเมล หรือการดีลกับพาร์ทเนอร์ ทุกอย่างต้องเป๊ะและมีความเป็นมืออาชีพในระดับสูงสุด
.
Communication: คุณคือสะพานเชื่อมวิสัยทัศน์จากเจ้านาย ลงมาสู่ทีมปฏิบัติการ หน้าที่ของคุณคือแปลเรื่องยากๆ ให้กลายเป็นคำสั่งที่เข้าใจง่าย คมชัด และมีชั้นเชิง
.
Tech-Savviness: ยุคนี้ใครยังพิมพ์งานช้าหรือใช้ AI ไม่เป็น เตรียมตัวตกรุ่นได้เลย มือขวาต้องใช้ AI เป็นอาวุธทุ่นแรง เปลี่ยนงาน 5 ชั่วโมงให้เหลือ 5 นาที เพื่อคืนเวลาซึ่งเป็นทรัพยากรที่แพงที่สุดให้เจ้านายไปใช้คิดเรื่องใหญ่ ๆ
.
Time Management: สุดท้ายคือการจัดลำดับความสำคัญที่เด็ดขาด คุณต้องกล้าตัดสิ่งไร้สาระออกไป เพื่อให้เจ้านายเหลือพลังสมองไว้ใช้กับเรื่องที่มี Impact สูงสุดเท่านั้น

TechSauce
CR 🔽
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่