วันนี้นำเรื่องที่หลายคนเข้าใจดีแล้ว แต่บางคนก็อาจหลงลืมไปบ้าง หรือรับฟังกระแสตะวันตกมากเกินไป จึงขัดกับสัจธรรมความเป็นจริงที่มนุษย์พึงจะกระทำ มีดังนี้
1. 'อัลลอฮฺสร้าง' ไม่ใช่ "เกิดขึ้นเอง"
ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ทุกอย่างมีผู้สร้าง และผู้สร้างมีผู้เดียว คือ อัลลอฮฺ ผู้เป็นผู้สร้างทุกสรรพสิ่งในโลกและจักรวาล สร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน สร้างสวรรค์-นรกไว้รอการตอบแทน
สิ่งที่มนุษย์ทำขึ้น เช่น สร้างบ้าน พวกเขาไม่ได้สร้างได้เอง เพราะทั้งหมดล้วนมาจากอัลลอฮฺ ทั้งวัตถุดิบดั้งเดิมในการก่อสร้าง เช่น ทราย หิน เหล็ก ไม้ ที่มนุษย์ทำได้ เพราะพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ให้มีพละกำลัง มีความสามารถที่แตกต่างกัน และให้มีสติปัญญา
มนุษย์จึงเป็นผู้ผลิต แต่ผู้สร้างที่แท้จริงคือ อัลลอฮฺ ผู้ทรงเป็นพระเจ้า บางคนอาจจะคิดว่า ภูเขา ต้นไม้ สัตว์ทั้งหลาย เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และก็คิดไปว่าธรรมชาติสร้าง แต่ที่จริงคือ ธรรมชาติเป็นสิ่งถูกสร้าง มันไม่สามารถเกิดขึ้นเอง ไม่สามารถควบคุมระบบนิเวศได้เลย หรือแม้กระทั่งการโคจรของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ก็เป็นเพราะอัลลอฮฺทรงสร้างระบบการโคจรไว้ให้ และเพราะโลกและจักรวาลนั้นเป็นเพียงสิ่งถูกสร้างชั่วคราว วันหนึ่งก็จะสูญสลายไป อัลลอฮฺสร้างให้มาเป็นประโยชน์กับมนุษย์ในการใช้ชีวิตชั่วคราวในโลกนี้ อำนวยความสะดวกให้อย่างมาก ทรงบริหารจัดการทุกอย่างให้เป็นไปตามระบบ ใครทำลาย ก็ถูกลงโทษ ใครทำดี ก็ได้รับผลตอบแทน
ในเมื่อพระเจ้าเป็นผู้สร้างทุกสิ่งให้มนุษย์ที่เกิดมาจากน้ำเชื้อเพียงหยดเดียว ซึ่งต้นตระกูลมนุษย์คือนบีอาดัมถูกสร้างจากดิน สร้างเราจากที่ไม่มีอะไรเลย ให้มีชีวิตถึงวันนี้ได้ ก็เป็นเหตุผลเพียงพอแล้ว ที่เราจะต้องเคารพภักดีต่อพระองค์เพียงผู้เดียว
- “พระองค์คือ พระผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลาย และแผ่นดินในระยะ 6 วัน แล้วพระองค์ทรงสถิตย์อยู่บนบัลลังก์ พระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่เข้าไปในแผ่นดิน และสิ่งที่ออกมาจากแผ่นดิน และสิ่งที่ลงมาจากฟากฟ้าและสิ่งที่ขึ้นไปสู่ฟากฟ้าและพระองค์ทรงอยู่กับ พวกเจ้าไม่ว่าพวกเจ้าจะอยู่ ณ แห่งหนใด และ อัลลอฮฺทรงเห็นสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลหะดีด 4)
- - -
2. 'อัลลอฮฺให้' ไม่ใช่ "หาได้เอง"
ในเมื่ออัลลอฮฺเป็นผู้สร้างทุกสรรพสิ่งรวมทั้งมนุษย์ และเป็นผู้ให้สติปัญญาและความสามารถ ให้ปัจจัยยังชีพ(ริสกี) บางคนเพียรพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้เงินมาเลี้ยงครอบครัว แต่ลืมทำหน้าที่หลักคือการแสดงความเคารพภักดีพระเจ้า ผู้เป็นเจ้าของปัจจัยยังชีพทั้งหมด ทำงานหนักนานๆ ไป รายได้กลับน้อยลง หรือแม้จะมีมาก แต่ไม่รู้สึกว่าพอ บางคนพอมีเงินมากเข้า ลืมไปว่าอัลลอฮฺให้ คิดว่าหาได้เอง จนกระทั่งวันหนึ่งถูกทดสอบ ต้องเลิกทำงานนั้น หรือมีปัญหากับงานนั้น แล้วตอนนั้นจึงเพิ่งจะขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า อย่าให้เรากลายเป็นคนๆ หนึ่งที่คิดว่าตัวเองทำได้ หรือเผลอคิดว่าเก่ง เพราะอาจจะถูกทดสอบให้ได้รู้ว่า ต่อให้ใช้เทคนิคระดับโลกในการทำงานหรือค้าขายเพียงใด ก็ไม่สามารถหาเงินได้ เพราะผู้ให้คือ อัลลอฮฺ เท่านั้น ซึ่งคนที่ขอดุอาอฺอยู่เป็นประจำ คนที่ค้าขายจะรับรู้ถึงข้อนี้ดีว่า ในแต่ละวันที่เขาหาเงินมาได้นั้น เพราะอัลลอฮฺให้เท่านั้น
หลายคนที่โฟกัสในการใช้ชีวิตได้ดี ลำดับความสำคัญได้ถูกต้อง อัลลอฮฺเป็นที่หนึ่ง ทำอิบาดะฮฺ(เคารพภักดี)ต่อพระองค์เป็นหลัก ทำสิ่งที่พระองค์สั่งใช้ ห่างไกลจากสิ่งที่พระองค์ห้าม เขาใช้เวลาทำอิบาดะฮฺมากกว่าค้าขาย ใช้เวลาค้าขายเพียงครึ่งวัน เอาเวลาส่วนใหญ่ไปทำอิบาดะฮฺและดูแลครอบครัว แม้มีรายได้น้อยแต่เพียงพอในการใช้ชีวิต ตรงข้ามกับคนที่ค้าขายทั้งวัน อิบาดะฮฺหลักบกพร่อง มีรายได้มากกว่า แต่กลับไม่พอจ่าย
สำหรับผู้ที่มีเงินเดือนประจำต้องระวังเรื่องการคิดว่าตนเองมีความสามารถ เพราะได้รับรายได้ทุกเดือนไม่ขาด แต่ลองสังเกตว่า เมื่อใดที่เราเริ่มคิดว่า เงินเดือนที่เราได้ มาจากน้ำพักน้ำแรงของเราอย่างเดียวแล้ว มีปัญหาในการทำงานมั้ย มีปัญหาในครอบครัวมั้ย เพราะนั่นอาจเป็นบททดสอบด้านหนึ่งที่เตือนใจให้เรารู้ว่า ชีวิตกำลังขาดบารอกะฮฺ ความจำเริญ เพราะเราคิดในสิ่งที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงว่า จริงๆ แล้วอัลลอฮฺให้ ครอบครัวสงบสุข ไม่มีปัญหาเรื่องงาน อัลลอฮฺให้อย่างเห็นได้ชัด
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “อัลลอฮฺทรงบันทึกกฎกำหนดต่างๆ ของสิ่งถูกสร้างทั้งหลายไว้แล้ว ก่อนการสร้างชั้นฟ้าและแผ่นดิน เป็นเวลา 5 หมื่นปี” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “ผู้ใดที่โลกอาคิเราะฮฺเป็นเป้าหมายของเขา อัลลอฮฺจะทรงทำให้ความร่ำรวย(ความพอเพียง) อยู่ในหัวใจของเขา และจะทรงรวบรวมกิจการของเขาให้ และดุนยาก็จะมาหาเขาในสภาพที่มันยอมจำนน และผู้ใดที่โลกดุนยาเป็นเป้าหมายของเขา อัลลอฮฺจะทรงทำให้ความยากจนของเขาอยู่ต่อหน้าเขา และจะทรงทำให้กิจการของเขากระจัดกระจาย และเขาจะไม่ได้รับสิ่งใดจากดุนยา นอกเสียจากสิ่งที่ได้ถูกกำหนดไว้สำหรับเขา” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยติรมีซีย์ เลขที่ 2465)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “พระผู้อภิบาลผู้ทรงสูงส่งของพวกเจ้าได้ตรัสว่า ‘โอ้ ลูกหลานอาดัม เจ้าจงอุทิศเวลาเพื่อทำอิบาดะฮฺต่อฉัน แล้วฉันจะทำให้หัวใจของเจ้าเต็มอิ่มด้วยความร่ำรวย (รู้สึกพอ) และทำให้มือของสูเจ้าเต็มไปด้วยปัจจัยยังชีพ โอ้ ลูกหลานอาดัม จงอย่าได้ออกห่างจากฉัน มิเช่นนั้นฉันจะทำให้หัวใจของสูเจ้าเต็มไปด้วยความยากจน และมือของสูเจ้าเต็มไปด้วยการงาน’” (หะดีษ (กุดซีย์) เศาะฮีหฺ บันทึกโดยฮากิม เลขที่ 7926)
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “และแท้จริงบ่าว (คนหนึ่ง) ริสกี (ปัจจัยยังชีพ) จะถูกห้าม (สำหรับเขา) ตราบที่เขายังกระทำความผิด (บัญญัติศาสนา)” (หะดีษหะสัน บันทึกโดยอะห์มัด เลขที่ 22413)
- - -
3. 'อัลลอฮฺกำหนด' ไม่ใช่ "เป็นเรื่องบังเอิญ"
ถ้าใครกำลังคิดว่า "บังเอิญจังที่เจอคนนี้ กำลังคิดถึงพอดี" หรือ "ทำไมช่วงนี้มีแต่เรื่องไม่ดี โชคไม่ดีเลย" บางช่วงจังหวะชีวิตเป็นไปได้สวย ลงตัว ทำงานนี้เสร็จ เจองานใหม่พอดี ไม่ซ้ำซ้อน ทุกสิ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ อัลลอฮฺทรงกำหนดเหตุการณ์ไว้อย่างเป็นระบบ แม้แต่ความผิดพลาดของเราที่เกิดขึ้น หรืออาจจะเพราะเราลืม ยังมีข้อดีซ่อนอยู่เลย รวมทั้งเรื่องบททดสอบ ปัญหาชีวิต ปัญหาสุขภาพ ทุกอย่างถูกกำหนดไว้ตามการเลือกของเรา ใจเรามุ่งไปทางดี อัลลอฮฺก็ให้เจอสิ่งดี อาจมีสิ่งไม่ดีเข้ามา ก็เพื่อทดสอบให้เราแสดงออกว่าเราจะยังคงยืนหยัดที่จะคิดดีทำดีอยู่ไหม ถ้าใจเราไม่เอา ก็ถูกปัดไป ผู้ที่ขอดุอาอฺ ขอพรจากพระองค์จะเข้าใจเป็นอย่างดีว่า ทุกสิ่งที่เกิด เพราะอัลลอฮฺกำหนด พระองค์ทรงตอบรับดุอาอฺ เช่น คนๆ หนึ่งไม่เคยขอพรให้ปลอดภัยจากฟิตนะห์ (ปัญหาความวุ่นวาย) เลย ซึ่งในช่วงนั้นเขากำลังเจอคนไม่ดีเข้ามาในชีวิต พระองค์ก็ทรงส่งเพื่อนอีกคนมาเตือนและให้คำแนะนำว่า ลองขอพรนี้ อัลลอฮฺจะทรงคุ้มครอง อินชาอัลลอฮฺ และเมื่อเขาขอพรนั้นไป คนๆ นั้นก็มีเหตุให้พ้นไปจากชีวิตเขาอย่างง่ายดาย ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย ดังนั้น ถ้าอยากเจอเรื่องดี ต้องการให้ปัญหาที่เจอพ้นไป หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็อย่าได้ละเลยในการขอ เพราะความง่ายดายในการใช้ชีวิต อัลลอฮฺให้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
แม้กระทั่งการเจอคนไม่ดีเข้ามาในชีวิต อาจเป็นบททดสอบสะท้อนพฤติกรรมเราในอดีต หรือในปัจจุบัน ที่เราไม่รู้ตัวว่ากำลังเป็นอยู่เหมือนกัน ต้องตรวจสอบตัวเองให้ดี และบางอุบัติเหตุ เช่น มีดบาดมือ สะดุด หกล้ม อาจเป็นสัญญาณจากพระองค์ ให้เรารีบขออภัยโทษ เพราะก่อนหน้านั้นอาจทำผิดบางอย่าง หรืออาจเป็นการป้องกันไม่ให้เจอเรื่องไม่ดีที่หนักกว่านั้น ก็เป็นได้
ที่สำคัญคือ คิดดี อัลลอฮฺให้ได้ดี แต่ถ้าคิดไม่ดี ก็จะได้รับความไม่ดีนั้นด้วย ไม่ใช่กฎแรงดึงดูดอย่างที่ใครเข้าใจ เป็นกฎที่อัลลอฮฺทรงกำหนดไว้ มนุษย์จะได้ไม่คิดในสิ่งที่ไม่ควรจะคิด โรคต่างๆ ที่เกิดก็สะท้อนความคิดและการกระทำของเรา เป็นบททดสอบและเป็นโอกาสในการลบความผิด สัญญาณมีอยู่รอบตัว ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า พระองค์อัลลอฮฺทรงตรัสไว้ว่า “ฉันอยู่ที่ความคิดของบ่าวของฉัน หากเขาคิดดี เขาจะได้รับความดี (แต่) ถ้าเขาคิดไม่ดี เขาก็จะได้รับความไม่ดีนั้นด้วย” (หะดีษ (กุดซีย์) เศาะฮีหฺ บันทึกโดยอะหฺมัด เลขที่ 8871)
- - -
4. 'ทำตามเจ้าของหัวใจ' ไม่ใช่ "ทำตามใจตัวเอง"
ไม่ใช่คนรักที่จะมาเป็นเจ้าของหัวใจ ไม่ใช่เราเป็นเจ้าของชีวิตตัวเอง เพราะเมื่อเรารู้ความจริงว่ามีผู้สร้างมนุษย์ สร้างเรา นั่นก็หมายความหมายทุกส่วนต่างๆ ของร่างกายเป็นของพระองค์ ควรจะใช้ในทางที่ดี ตามที่พระองค์สั่งใช้ ไม่ใช่ทำในสิ่งที่พระองค์สั่งห้าม เมื่อไหร่ที่มนุษย์ฝ่าฝืน ผลเสียก็ตามมา จะดีกว่าไหมที่เราไม่ทำในสิ่งที่พระองค์ห้าม เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาและเสียใจตามมา เราจะไปรู้มากกว่าผู้สร้างได้อย่างไร ว่าอะไรดีสำหรับเรา พระองค์สร้างเรามา มีคู่มือในการใช้ชีวิตให้เราด้วย นั่นคือ อัลกุรอาน และมีแบบอย่างให้เราด้วย ในยุคนี้คือ นบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
– “ผู้ใดปฏิบัติความดีไม่ว่าจะเป็นเพศชายหรือเพศหญิงก็ตาม โดยที่เขาเป็นผู้ศรัทธา ดังนั้นเราจะให้เขาดำรงชีวิตที่ดี และแน่นอนเราจะตอบแทนพวกเขาซึ่งรางวัลของพวกเขา ที่ดียิ่งกว่าที่พวกเขาได้เคยกระทำไว้” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอันนะหฺลฺ 97)
- - -
5. 'ฟังสัญญาณจากพระเจ้า' ไม่ใช่ "ฟังเสียงหัวใจตัวเอง"
มนุษย์มีทั้งความคิดที่ดีและคิดไม่ดีอยู่ในใจ ในสมอง ความคิดไม่ดีมาจากพระองค์ส่งผ่านมลาอิกะฮฺที่อยู่ในมนุษย์แต่ละคน และความคิดไม่ดีมาจากชัยฏอนที่คอยกระซิบกระซาบอยู่ในใจเรา มันอาศัยอยู่ในเส้นเลือดใหญ่ของมนุษย์ อยู่ในใจเรา เราจึงเชื่อความคิดที่แล่นผ่านเข้ามาในใจทุกอย่างไม่ได้ จะต้องกรองอีกทีว่าอันไหนควรทำตามหรือไม่ควรทำตาม อะไรขัดกับหลักคำสอนก็ปัดไป อย่าได้แคร์ สำหรับคนที่มีปัญหาเป็นโรคทางใจ สาเหตุหลักเกิดจากการทำตามอารมณ์ (นัฟซู) และเชื่อที่ชัยฏอนกระซิบกระซาบในใจ เดิมความคิดไม่ดีมันจะมาเพียงแผ่วเบา แต่ถ้าอยู่คนเดียวมากๆ และเชื่อเรื่องการฟังเสียงหัวใจตัวเองมากๆ ก็จะถูกบททดสอบเกิดโรคทางใจตามมา แล้วชีวิตก็มีปัญหาตามมา แล้วพอฟังมันมากๆ มันก็จะชักจูงเราให้คิดท้อแท้ ผิดหวัง ไม่มีพลังจะทำอะไร ไม่ขยัน
สิ่งที่เราควรฟัง คือสัญญาณจากพระองค์ มาทางคำสอนจากอัลกุรอานและหะดีษ หรือมาจากสิ่งรอบตัว คนรอบข้าง ไอเดียดีๆ ในใจนั้นจะไม่ชัดเจน ยกเว้นภาวะที่หัวใจสงบ นึกถึงพระเจ้าเป็นหลัก คนที่ฟังคำเตือนของคนอื่นได้ เป็นหัวใจที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงง่าย แต่คนที่ฟังเสียงหัวใจตัวเองมากๆ ทำตามอารมณ์บ่อยๆ จะไม่ค่อยฟังใครง่ายๆ ซึ่งจะทำให้ตัวเขาต้องเผชิญปัญหาตามมาภายหลัง ทางออกในอิสลามคือ การขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺ ผู้เป็นเจ้าของหัวใจ ผู้ทรงสร้างชัยฏอนมาเป็นบททดสอบให้เราต่อสู้กับสภาวะอารมณ์ที่มันจะชักจูงเราให้คิด พูด พิมพ์ เขียน ทำไปในทางที่ไม่ดี นึกถึงพระองค์เมื่อไหร่ ใจสงบ ตัดช่องทางกระซิบกระซาบของชัยฏอน และชัยฏอนคือตัวการสำคัญที่ทำให้มนุษย์คิดในสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามหลักความเป็นจริง เช่น ยุให้คิดนอกกรอบ หรือคิดไม่ดีตามข้อ 1-4 ข้างต้น ถ้าใจเราฝึกฝนบ่อยๆ ที่จะไม่คล้อยตามมัน กล่าวรำลึกถึงพระองค์แทน และขอดุอาอฺต่อพระองค์อย่าให้ชัยฏอน/ญินมามีอิทธิพลกับเรา ปัญหาถูกกระซิบกระซาบก็จะเบาบางลงไปอย่างง่ายดาย ด้วยพระองค์ อินชาอัลลอฮฺ
หรือมุสลิมบางคน ถูกชัยฏอนกระซิบกระซาบให้คิดต่อพระองค์ในแง่ที่ผิดหลักศรัทธา บททดสอบนี้เป็นสัญญาณที่ดีให้เราขอความคุ้มครองจากพระองค์ ไม่ยอมคล้อยตามความคิดมัน เพราะถ้าเราผ่านได้ ศรัทธาก็มั่นคงขึ้น อินชาอัลลอฮฺ
- "จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระเจ้าแห่งมนุษยชาติ พระราชาแห่งมนุษยชาติ พระเป็นเจ้าแห่งมนุษยชาติ ให้พ้นจากความชั่วร้ายของผู้กระซิบกระซาบที่หลอกล่อ ที่กระซิบกระซาบในหัวอกของมนุษย์ จากหมู่ญินและมนุษย์" (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอันนาส 1-6)
วัลลอฮุอะอฺลัม
หลักคิดที่ถูกต้อง นำไปสู่การใช้ชีวิตที่ถูกต้อง มีชีวิตที่ดี มีความสุขที่แท้จริง
1. 'อัลลอฮฺสร้าง' ไม่ใช่ "เกิดขึ้นเอง"
ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ทุกอย่างมีผู้สร้าง และผู้สร้างมีผู้เดียว คือ อัลลอฮฺ ผู้เป็นผู้สร้างทุกสรรพสิ่งในโลกและจักรวาล สร้างชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน สร้างสวรรค์-นรกไว้รอการตอบแทน
สิ่งที่มนุษย์ทำขึ้น เช่น สร้างบ้าน พวกเขาไม่ได้สร้างได้เอง เพราะทั้งหมดล้วนมาจากอัลลอฮฺ ทั้งวัตถุดิบดั้งเดิมในการก่อสร้าง เช่น ทราย หิน เหล็ก ไม้ ที่มนุษย์ทำได้ เพราะพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ให้มีพละกำลัง มีความสามารถที่แตกต่างกัน และให้มีสติปัญญา
มนุษย์จึงเป็นผู้ผลิต แต่ผู้สร้างที่แท้จริงคือ อัลลอฮฺ ผู้ทรงเป็นพระเจ้า บางคนอาจจะคิดว่า ภูเขา ต้นไม้ สัตว์ทั้งหลาย เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และก็คิดไปว่าธรรมชาติสร้าง แต่ที่จริงคือ ธรรมชาติเป็นสิ่งถูกสร้าง มันไม่สามารถเกิดขึ้นเอง ไม่สามารถควบคุมระบบนิเวศได้เลย หรือแม้กระทั่งการโคจรของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ก็เป็นเพราะอัลลอฮฺทรงสร้างระบบการโคจรไว้ให้ และเพราะโลกและจักรวาลนั้นเป็นเพียงสิ่งถูกสร้างชั่วคราว วันหนึ่งก็จะสูญสลายไป อัลลอฮฺสร้างให้มาเป็นประโยชน์กับมนุษย์ในการใช้ชีวิตชั่วคราวในโลกนี้ อำนวยความสะดวกให้อย่างมาก ทรงบริหารจัดการทุกอย่างให้เป็นไปตามระบบ ใครทำลาย ก็ถูกลงโทษ ใครทำดี ก็ได้รับผลตอบแทน
ในเมื่อพระเจ้าเป็นผู้สร้างทุกสิ่งให้มนุษย์ที่เกิดมาจากน้ำเชื้อเพียงหยดเดียว ซึ่งต้นตระกูลมนุษย์คือนบีอาดัมถูกสร้างจากดิน สร้างเราจากที่ไม่มีอะไรเลย ให้มีชีวิตถึงวันนี้ได้ ก็เป็นเหตุผลเพียงพอแล้ว ที่เราจะต้องเคารพภักดีต่อพระองค์เพียงผู้เดียว
- “พระองค์คือ พระผู้ทรงสร้างชั้นฟ้าทั้งหลาย และแผ่นดินในระยะ 6 วัน แล้วพระองค์ทรงสถิตย์อยู่บนบัลลังก์ พระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่เข้าไปในแผ่นดิน และสิ่งที่ออกมาจากแผ่นดิน และสิ่งที่ลงมาจากฟากฟ้าและสิ่งที่ขึ้นไปสู่ฟากฟ้าและพระองค์ทรงอยู่กับ พวกเจ้าไม่ว่าพวกเจ้าจะอยู่ ณ แห่งหนใด และ อัลลอฮฺทรงเห็นสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ” (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอัลหะดีด 4)
- - -
2. 'อัลลอฮฺให้' ไม่ใช่ "หาได้เอง"
ในเมื่ออัลลอฮฺเป็นผู้สร้างทุกสรรพสิ่งรวมทั้งมนุษย์ และเป็นผู้ให้สติปัญญาและความสามารถ ให้ปัจจัยยังชีพ(ริสกี) บางคนเพียรพยายามทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้เงินมาเลี้ยงครอบครัว แต่ลืมทำหน้าที่หลักคือการแสดงความเคารพภักดีพระเจ้า ผู้เป็นเจ้าของปัจจัยยังชีพทั้งหมด ทำงานหนักนานๆ ไป รายได้กลับน้อยลง หรือแม้จะมีมาก แต่ไม่รู้สึกว่าพอ บางคนพอมีเงินมากเข้า ลืมไปว่าอัลลอฮฺให้ คิดว่าหาได้เอง จนกระทั่งวันหนึ่งถูกทดสอบ ต้องเลิกทำงานนั้น หรือมีปัญหากับงานนั้น แล้วตอนนั้นจึงเพิ่งจะขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า อย่าให้เรากลายเป็นคนๆ หนึ่งที่คิดว่าตัวเองทำได้ หรือเผลอคิดว่าเก่ง เพราะอาจจะถูกทดสอบให้ได้รู้ว่า ต่อให้ใช้เทคนิคระดับโลกในการทำงานหรือค้าขายเพียงใด ก็ไม่สามารถหาเงินได้ เพราะผู้ให้คือ อัลลอฮฺ เท่านั้น ซึ่งคนที่ขอดุอาอฺอยู่เป็นประจำ คนที่ค้าขายจะรับรู้ถึงข้อนี้ดีว่า ในแต่ละวันที่เขาหาเงินมาได้นั้น เพราะอัลลอฮฺให้เท่านั้น
หลายคนที่โฟกัสในการใช้ชีวิตได้ดี ลำดับความสำคัญได้ถูกต้อง อัลลอฮฺเป็นที่หนึ่ง ทำอิบาดะฮฺ(เคารพภักดี)ต่อพระองค์เป็นหลัก ทำสิ่งที่พระองค์สั่งใช้ ห่างไกลจากสิ่งที่พระองค์ห้าม เขาใช้เวลาทำอิบาดะฮฺมากกว่าค้าขาย ใช้เวลาค้าขายเพียงครึ่งวัน เอาเวลาส่วนใหญ่ไปทำอิบาดะฮฺและดูแลครอบครัว แม้มีรายได้น้อยแต่เพียงพอในการใช้ชีวิต ตรงข้ามกับคนที่ค้าขายทั้งวัน อิบาดะฮฺหลักบกพร่อง มีรายได้มากกว่า แต่กลับไม่พอจ่าย
สำหรับผู้ที่มีเงินเดือนประจำต้องระวังเรื่องการคิดว่าตนเองมีความสามารถ เพราะได้รับรายได้ทุกเดือนไม่ขาด แต่ลองสังเกตว่า เมื่อใดที่เราเริ่มคิดว่า เงินเดือนที่เราได้ มาจากน้ำพักน้ำแรงของเราอย่างเดียวแล้ว มีปัญหาในการทำงานมั้ย มีปัญหาในครอบครัวมั้ย เพราะนั่นอาจเป็นบททดสอบด้านหนึ่งที่เตือนใจให้เรารู้ว่า ชีวิตกำลังขาดบารอกะฮฺ ความจำเริญ เพราะเราคิดในสิ่งที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงว่า จริงๆ แล้วอัลลอฮฺให้ ครอบครัวสงบสุข ไม่มีปัญหาเรื่องงาน อัลลอฮฺให้อย่างเห็นได้ชัด
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า “อัลลอฮฺทรงบันทึกกฎกำหนดต่างๆ ของสิ่งถูกสร้างทั้งหลายไว้แล้ว ก่อนการสร้างชั้นฟ้าและแผ่นดิน เป็นเวลา 5 หมื่นปี” (หะดีษเศาะฮีหฺ บันทึกโดยมุสลิม)
3. 'อัลลอฮฺกำหนด' ไม่ใช่ "เป็นเรื่องบังเอิญ"
ถ้าใครกำลังคิดว่า "บังเอิญจังที่เจอคนนี้ กำลังคิดถึงพอดี" หรือ "ทำไมช่วงนี้มีแต่เรื่องไม่ดี โชคไม่ดีเลย" บางช่วงจังหวะชีวิตเป็นไปได้สวย ลงตัว ทำงานนี้เสร็จ เจองานใหม่พอดี ไม่ซ้ำซ้อน ทุกสิ่งทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ อัลลอฮฺทรงกำหนดเหตุการณ์ไว้อย่างเป็นระบบ แม้แต่ความผิดพลาดของเราที่เกิดขึ้น หรืออาจจะเพราะเราลืม ยังมีข้อดีซ่อนอยู่เลย รวมทั้งเรื่องบททดสอบ ปัญหาชีวิต ปัญหาสุขภาพ ทุกอย่างถูกกำหนดไว้ตามการเลือกของเรา ใจเรามุ่งไปทางดี อัลลอฮฺก็ให้เจอสิ่งดี อาจมีสิ่งไม่ดีเข้ามา ก็เพื่อทดสอบให้เราแสดงออกว่าเราจะยังคงยืนหยัดที่จะคิดดีทำดีอยู่ไหม ถ้าใจเราไม่เอา ก็ถูกปัดไป ผู้ที่ขอดุอาอฺ ขอพรจากพระองค์จะเข้าใจเป็นอย่างดีว่า ทุกสิ่งที่เกิด เพราะอัลลอฮฺกำหนด พระองค์ทรงตอบรับดุอาอฺ เช่น คนๆ หนึ่งไม่เคยขอพรให้ปลอดภัยจากฟิตนะห์ (ปัญหาความวุ่นวาย) เลย ซึ่งในช่วงนั้นเขากำลังเจอคนไม่ดีเข้ามาในชีวิต พระองค์ก็ทรงส่งเพื่อนอีกคนมาเตือนและให้คำแนะนำว่า ลองขอพรนี้ อัลลอฮฺจะทรงคุ้มครอง อินชาอัลลอฮฺ และเมื่อเขาขอพรนั้นไป คนๆ นั้นก็มีเหตุให้พ้นไปจากชีวิตเขาอย่างง่ายดาย ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย ดังนั้น ถ้าอยากเจอเรื่องดี ต้องการให้ปัญหาที่เจอพ้นไป หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็อย่าได้ละเลยในการขอ เพราะความง่ายดายในการใช้ชีวิต อัลลอฮฺให้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
แม้กระทั่งการเจอคนไม่ดีเข้ามาในชีวิต อาจเป็นบททดสอบสะท้อนพฤติกรรมเราในอดีต หรือในปัจจุบัน ที่เราไม่รู้ตัวว่ากำลังเป็นอยู่เหมือนกัน ต้องตรวจสอบตัวเองให้ดี และบางอุบัติเหตุ เช่น มีดบาดมือ สะดุด หกล้ม อาจเป็นสัญญาณจากพระองค์ ให้เรารีบขออภัยโทษ เพราะก่อนหน้านั้นอาจทำผิดบางอย่าง หรืออาจเป็นการป้องกันไม่ให้เจอเรื่องไม่ดีที่หนักกว่านั้น ก็เป็นได้
ที่สำคัญคือ คิดดี อัลลอฮฺให้ได้ดี แต่ถ้าคิดไม่ดี ก็จะได้รับความไม่ดีนั้นด้วย ไม่ใช่กฎแรงดึงดูดอย่างที่ใครเข้าใจ เป็นกฎที่อัลลอฮฺทรงกำหนดไว้ มนุษย์จะได้ไม่คิดในสิ่งที่ไม่ควรจะคิด โรคต่างๆ ที่เกิดก็สะท้อนความคิดและการกระทำของเรา เป็นบททดสอบและเป็นโอกาสในการลบความผิด สัญญาณมีอยู่รอบตัว ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
– ท่านรอซูลุลลอฮฺกล่าวว่า พระองค์อัลลอฮฺทรงตรัสไว้ว่า “ฉันอยู่ที่ความคิดของบ่าวของฉัน หากเขาคิดดี เขาจะได้รับความดี (แต่) ถ้าเขาคิดไม่ดี เขาก็จะได้รับความไม่ดีนั้นด้วย” (หะดีษ (กุดซีย์) เศาะฮีหฺ บันทึกโดยอะหฺมัด เลขที่ 8871)
- - -
4. 'ทำตามเจ้าของหัวใจ' ไม่ใช่ "ทำตามใจตัวเอง"
ไม่ใช่คนรักที่จะมาเป็นเจ้าของหัวใจ ไม่ใช่เราเป็นเจ้าของชีวิตตัวเอง เพราะเมื่อเรารู้ความจริงว่ามีผู้สร้างมนุษย์ สร้างเรา นั่นก็หมายความหมายทุกส่วนต่างๆ ของร่างกายเป็นของพระองค์ ควรจะใช้ในทางที่ดี ตามที่พระองค์สั่งใช้ ไม่ใช่ทำในสิ่งที่พระองค์สั่งห้าม เมื่อไหร่ที่มนุษย์ฝ่าฝืน ผลเสียก็ตามมา จะดีกว่าไหมที่เราไม่ทำในสิ่งที่พระองค์ห้าม เราจะได้ไม่ต้องเสียเวลาและเสียใจตามมา เราจะไปรู้มากกว่าผู้สร้างได้อย่างไร ว่าอะไรดีสำหรับเรา พระองค์สร้างเรามา มีคู่มือในการใช้ชีวิตให้เราด้วย นั่นคือ อัลกุรอาน และมีแบบอย่างให้เราด้วย ในยุคนี้คือ นบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม
- - -
5. 'ฟังสัญญาณจากพระเจ้า' ไม่ใช่ "ฟังเสียงหัวใจตัวเอง"
มนุษย์มีทั้งความคิดที่ดีและคิดไม่ดีอยู่ในใจ ในสมอง ความคิดไม่ดีมาจากพระองค์ส่งผ่านมลาอิกะฮฺที่อยู่ในมนุษย์แต่ละคน และความคิดไม่ดีมาจากชัยฏอนที่คอยกระซิบกระซาบอยู่ในใจเรา มันอาศัยอยู่ในเส้นเลือดใหญ่ของมนุษย์ อยู่ในใจเรา เราจึงเชื่อความคิดที่แล่นผ่านเข้ามาในใจทุกอย่างไม่ได้ จะต้องกรองอีกทีว่าอันไหนควรทำตามหรือไม่ควรทำตาม อะไรขัดกับหลักคำสอนก็ปัดไป อย่าได้แคร์ สำหรับคนที่มีปัญหาเป็นโรคทางใจ สาเหตุหลักเกิดจากการทำตามอารมณ์ (นัฟซู) และเชื่อที่ชัยฏอนกระซิบกระซาบในใจ เดิมความคิดไม่ดีมันจะมาเพียงแผ่วเบา แต่ถ้าอยู่คนเดียวมากๆ และเชื่อเรื่องการฟังเสียงหัวใจตัวเองมากๆ ก็จะถูกบททดสอบเกิดโรคทางใจตามมา แล้วชีวิตก็มีปัญหาตามมา แล้วพอฟังมันมากๆ มันก็จะชักจูงเราให้คิดท้อแท้ ผิดหวัง ไม่มีพลังจะทำอะไร ไม่ขยัน
สิ่งที่เราควรฟัง คือสัญญาณจากพระองค์ มาทางคำสอนจากอัลกุรอานและหะดีษ หรือมาจากสิ่งรอบตัว คนรอบข้าง ไอเดียดีๆ ในใจนั้นจะไม่ชัดเจน ยกเว้นภาวะที่หัวใจสงบ นึกถึงพระเจ้าเป็นหลัก คนที่ฟังคำเตือนของคนอื่นได้ เป็นหัวใจที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงง่าย แต่คนที่ฟังเสียงหัวใจตัวเองมากๆ ทำตามอารมณ์บ่อยๆ จะไม่ค่อยฟังใครง่ายๆ ซึ่งจะทำให้ตัวเขาต้องเผชิญปัญหาตามมาภายหลัง ทางออกในอิสลามคือ การขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺ ผู้เป็นเจ้าของหัวใจ ผู้ทรงสร้างชัยฏอนมาเป็นบททดสอบให้เราต่อสู้กับสภาวะอารมณ์ที่มันจะชักจูงเราให้คิด พูด พิมพ์ เขียน ทำไปในทางที่ไม่ดี นึกถึงพระองค์เมื่อไหร่ ใจสงบ ตัดช่องทางกระซิบกระซาบของชัยฏอน และชัยฏอนคือตัวการสำคัญที่ทำให้มนุษย์คิดในสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามหลักความเป็นจริง เช่น ยุให้คิดนอกกรอบ หรือคิดไม่ดีตามข้อ 1-4 ข้างต้น ถ้าใจเราฝึกฝนบ่อยๆ ที่จะไม่คล้อยตามมัน กล่าวรำลึกถึงพระองค์แทน และขอดุอาอฺต่อพระองค์อย่าให้ชัยฏอน/ญินมามีอิทธิพลกับเรา ปัญหาถูกกระซิบกระซาบก็จะเบาบางลงไปอย่างง่ายดาย ด้วยพระองค์ อินชาอัลลอฮฺ
หรือมุสลิมบางคน ถูกชัยฏอนกระซิบกระซาบให้คิดต่อพระองค์ในแง่ที่ผิดหลักศรัทธา บททดสอบนี้เป็นสัญญาณที่ดีให้เราขอความคุ้มครองจากพระองค์ ไม่ยอมคล้อยตามความคิดมัน เพราะถ้าเราผ่านได้ ศรัทธาก็มั่นคงขึ้น อินชาอัลลอฮฺ
- "จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ข้าพระองค์ขอความคุ้มครองต่อพระเจ้าแห่งมนุษยชาติ พระราชาแห่งมนุษยชาติ พระเป็นเจ้าแห่งมนุษยชาติ ให้พ้นจากความชั่วร้ายของผู้กระซิบกระซาบที่หลอกล่อ ที่กระซิบกระซาบในหัวอกของมนุษย์ จากหมู่ญินและมนุษย์" (อัลกุรอาน ซูเราะฮฺอันนาส 1-6)
วัลลอฮุอะอฺลัม