พวกเขาถูกเรียกขานว่า Avengers การเงิน
กลุ่มของพวกเขา ประกอบด้วย
ท๊อป - จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Bitkub ผู้ที่นักลงทุน – คนรุ่นใหม่ไม่มีใครไม่รู้จัก ชายผู้ทำแต่งาน ไม่เคยซื้อของขวัญให้แฟน
ซีเค เจิง แห่งอาณาจักร Fastwork ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Fastwork แพลตฟอร์มรวมฟรีแลนซ์อันดับ 1 ผู้ที่ใฝ่ฝันอยากเปลี่ยนแปลงประเทศ แต่ยังไม่อยากตั้งพรรคการเมือง เขาบอกว่าหาเสียงเรื่องง่าย แต่ตั้งรัฐบาลเรื่องยาก ที่สำคัญอยากมีลูก แต่ไม่ต้องการมีแฟน
ดิว - วีรวัฒน์ วลัยเสถียร ผู้ที่ครั้งหนึ่งถูกเรียกว่า "อายุน้อยร้อยล้าน" มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น 1 ใน 10 ของ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ปจำกัด (มหาชน) มี 11.6 ล้านหุ้น รวมถึงรถหรูที่ลงทุนเดือนละ 5-8 คัน และเรือยอร์ชลำงาม 250 ล้าน คนในโซเชียลมีเดียไถฟีดมักเห็นคลิปเขากับกลุ่มสาวๆ รถหรู และเรือยอร์ช
เขาฝันอยากเป็น “คนรวย” ตั้งแต่เด็ก เพราะคนรวยตอบโจทย์ทุกอย่าง – ไม่ชอบอะไรมากกว่าเงิน ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ ก็เพราะเงินไม่พอ
คมสันต์ แซ่ลี เจ้าของอณาจักร Flash Express คนต้นเรื่อง “สงครามส่งด่วน” จากเด็กชาวเขา สู่มหาเศรษฐี ผู้ที่เพิ่งเล่นโซเชียลมีเดียมาไม่นานนี้
และ พอล ภัทรพล ศิลปาจารย์ พระเอกหนุ่มหล่อยุค 2000 ผู้ซึ่งผันตัวมาเป็นกูรูการเงิน การลงทุนและการเป็น Youtuber
เหล่า Avengers ทั้ง 5 พบปะ – ประลองกำลังด้วยหมุดหมายธุรกิจ ศิลปะการใช้ชีวิต และ ความรัก บนเวที Bitkub Summit
คมสันต์ ลี ผู้ซึ่ง กำหนดชะตาชีวิตตัวเอง บอกว่า “ผมว่าโชคชะตาในชีวิตของผมสร้างผมมาในแบบผู้สร้าง มากกว่าผู้ที่ไปลงทุนในสิ่งที่ผมคอนโทรลไม่ได้”
เขาลงทุนในกิจการ เขาต้องถือหุ้นในสัดส่วนที่มีอำนาจบริหาร ดังนั้น... “ผมเป็นคนลงทุนแล้วเสี่ยงมาก เพราะผมไม่ค่อยลงทุนกระจายความเสี่ยง ผมทำธุรกิจ ผมชอบลงทุนกับธุรกิจตรงๆ และชอบบริหารด้วย และโอกาสการเจ๊งจึงสูงกว่าการรับการปันผลอื่นๆ มีโอกาสที่ผมพลาดสักเรื่อง เจ๊งเลย หรือ อยู่ในเรือนจำ ผมเลยจำเป็นมีประกันสักชิ้นหนึ่งเพื่อป้องกันลูกๆ ของผม ครอบครัวของผมในอนาคต”
คมสันต์ บอกว่า ตัวเขาไม่ค่อยมีเงินเก็บ ส่วนใหญ่เงินเก็บอยู่ในแบงก์ไทย เก็บเฉพาะธนาคารที่ลงทุนเป็นผู้ถือหุ้น Flash คือ SCB และ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
แต่ก็มีโปรเจกต์ลงทุนที่ต่างแดน “ผมมีโครงการลับอันหนึ่งอยู่ที่สิงคโปร์ มีโปรเจกต์ fvip คิดว่า จำนวนเพื่อนร่วมงานใน flash express ทั้งหมด 150,000 คน ถ้าใช้ vip ทุกคน เขาควรรับจ็อบได้มากกว่าส่งพัสดุ”
ขณะที่มุมของ “ซีเค” มองว่า “การลงทุนคือการคาดเดาอนาคต วัดกันว่าใครสามารถคาดเดาอนาคตได้ดีกว่ากัน”
ไม่แปลกที่เขาใช้เงิน 10 ล้านบาท ซื้อเหรียญ Solana (SOL) ได้ตั้งแต่ราคา เพียง 0.25 ดอลลาร์
ท๊อป จึงถาม ซีเค ว่า ยูลงไป 10 ล้าน แล้วมันขึ้นเป็นพันล้าน ไม่ใจสั่นอยากขายบ้างเหรอ
ซีเค ตอบว่า “เชี่ย..มันเกินพันล้านแล้วนะ ผมถือระยะยาว ทุกอย่างที่ผมลงทุนเพราะทุกอย่างที่ผมลงทุน ผมคาดเดาว่าสร้างอนาคตได้ ผมเชื่อใน vision ของเขา”
แต่เขายอมรับว่า ช่วงหนึ่งในกลางปี 2021 ราคาของ Solana หล่นวูบทั้งตลาด จาก 12 ดอลลาร์ เหลือ 6 ดอลลาร์ มูลค่าหายเป็นพันล้าน ขณะเขาที่กำลังดำน้ำอยู่ หน้าซีดเผือด เพราะโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ จึงขายไม่ได้ ทว่า วันนี้มูลค่าของ Solana กระโดดไปอยู่ที่ 134 ดอลลาร์
ส่วน “พอล” ลงทุนหุ้น บิทคอยน์ คริปโต สัดส่วน 70 : 30 แต่เขาปักธงให้ความรู้เรื่องการเงินแก่ผู้คน หลักๆ คือสร้างประเทศให้ดีกว่านี้ ส่งต่อประเทศไทยที่ดีกว่าให้รุ่นต่อไป เพราะตั้งแต่เด็กเราโตมาจากประเทศกำลังพัฒนา ไม่อยากตายไปยังต้องได้ยินประโยคนี้ ให้ลูกหลาน ได้ยินคำนี้
ขณะที่ “ดิว” มองเรื่องการใช้เงินว่า “เงินมาก เงินน้อย มีเงินเยอะย่อมดีกว่าไม่มีเงินอยู่แล้ว ขึ้นกับว่าจุดพอใจของเราอยู่ตรงไหน ถ้าผมไม่ซื้อรถกับซื้อนาฬิกาวันหนึ่งผมใช้เงินไม่ถึง 500 บาท ผมกินผัดกระเพรา 65 บาท กินข้าว 300 บาท ชีวิตเอ็นจอยอยู่แค่นี้ คนเราทำงาน มีวินัยตามสมควรเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ ความสุขก็ต้องห้า
ถ้าวันหนึ่งเก็บเงินมาก มีเงินเยอะ แต่ทุกอย่างขี้เหนียว ของขวัญไม่ซื้อให้แฟน มีแฟนไม่ยอมเปิดตัว มันแย่ คนเราต้องมีวินัยและเอนเจอยไปด้วย”
“คนเราต้องมีวินัยและเอนจอยไปด้วย” ดิวพูด “ผมว่าคนเราทำงาน มีวินัยตามสมควรเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ความสุขก็ต้องหา แต่ถ้าวันหนึ่งเงินเยอะ แต่ขี้เหนียวหมด ลูกเมียไม่ให้กิน ของขวัญไม่ซื้อให้แฟน มีแฟนไม่ยอมเปิดตัว..มันแย่ อย่างผมเปิดเผย”
แล้ว “ท๊อป” แห่ง Bitkub ถูก “ซีเค” จาก Fastwork ถามว่า “ยูคบแฟนมากี่ปี”
“7 ปี” ท๊อปตอบ
“วันเกิดเขา 7 ปี ที่ผ่านมาเคยซื้อของขวัญอะไรให้เขาบ้าง” ซีเค จี้ถาม
“มี ซื้อ Whoop นับไหม”
“ตายแล้ว” ซีเค ตกใจ
“เขาอยากได้นะ” ท็อปรีบชี้แจง
ซีเค ถามต่อว่า เคยลืมวันเกิดเขาไหม “ท๊อป” สวนทันที “ไม่ลืม อันนี้ไม่ลืม”
ท๊อปถาม ซีเคกลับว่า แล้วยูมีแฟนไหม “ไม่มีครับผม” ย้ำ 3 รอบ
แม้ว่า “ท๊อป” ไม่ซื้อของขวัญให้แฟน แต่เลขาส่วนตัวของท๊อป 7-8 คนต้องสกรีนจากแฟน
คำถามเรื่องความรักถูกส่งต่อมาถึง “คมสัมต์ ลี” ชายผู้เงียบขรึมที่สุดในวง “ดิว” ถาม “คมสันต์” ว่า กลัวเมียไหม?
“คมสันต์” ยิ้มบอกว่า “ผมคิดว่าไม่มีผู้ชายที่กลัวภรรยา แต่มีผู้ชายที่เคารพภรรยา แต่ผมจะแปลกนิดหนึ่งตรงที่ภรรยาของผมเป็น HR ดังนั้น จิตวิทยาเขาสูงมาก ในวันที่รู้สึกว่าเขายอมคุณอยู่ จริงๆ คุณกำลังอยู่ในกำมือเขาอยู่ ก็ไม่รู้ใครหลอกใคร อำ”
อีกพาร์ทหนึ่งคือ ศิลปะการใช้ชีวิต กับกลุ่ม Avengers การเงินที่ไม่ค่อยจะมี Work life balance
คมสันต์ มองว่า ถ้าอยากได้สุขภาพด้วย ได้เงินด้วย ไปทำงานห้องฟิตเนส อยู่ที่อาชีพที่เราเลือกมากกว่า ทุกอาชีพ ทุกองค์กรมีเงื่อนไขก็ให้เลือกองค์กรที่เหมาะกับชีวิต เหมาะกับทางเลือกของเราดีกว่า แต่ถ้าจะเลือกตอนที่ยังหนุ่มยังสาวอยู่ยังไม่ค่อยเห็นด้วย แต่แน่นอนเรื่องสุขภาพสำคัญ ถ้าได้เรียนรู้ และสามารถเติบโตได้ น่าจะมีศักยภาพในการดูแลตัวเองได้ดีกว่านี้
ดิว คิดว่า สำหรับคนที่กำลังสร้างตัว อายุยังน้อย มีกำลัง มีแรง คิดว่า Work life balance อาจยังไม่เหมาะเท่าไหร่ ทุ่มไปเถอะ ตอนผมทำงานใหม่ๆ ตอนอายุ 20 อดหลับอดนอนได้ ผมมีความอดทนกับอะไรต่างๆ เยอะ ตอนนี้ 46 นอนดึกก็แย่แล้ว 20 ปีผ่านไปดร็อปลงเยอะพอสมควร
ถ้าอยู่ในช่วงเริ่มต้นมีเท่าไหร่ใส่เข้าไป แต่เมื่อถึงระยะหนึ่งที่เริ่มสำเร็จในหลายๆสิ่งที่ตั้งเป้าไว้ คำว่า Work life balance อาจใช้ได้ แต่ไม่น่าเหมาะกับสำหรับคนที่เริ่มสร้างตัวและอายุน้อยอยู่
ผมเก็บเงินมา 25 ปี ถ้าผมไม่เริ่มใช้ตอนนี้แล้วไปใช้ตอน 55 อาจมีเงินเยอะกว่านี้ แต่ตอนนั้นอาจหัวล้านมาครึ่งหนึ่ง เปิดประทุนไม่มีผมให้ลมตี แถมพุงก็อ้วนๆ จะไปจีบสาวก็ถูกเรียกว่าลุง ก็ไม่ไหวหรือเปล่า ตอนนี้พาร่างตัวเองไปได้ก็เอนจอยนิดหน่อย
“ทุกๆ คนมีปัญหาเหมือนกันหมด ไม่มากก็น้อย เจ้านายผมเคยสอนผมว่าใน life time ของเรา ยังไงเสียต้องมีคนเฉี่ยวเข้ามาอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าจะรับมือกับปัญหายังไง เวลาเกิดปัญหาขึ้นไม่ต้องทะเลาะกัน คิดเสียว่าเดี๋ยวปัญหานี้ก็ผ่านไป แล้วคิดว่าทำยังไงไม่ให้เกิดซ้ำ ปรับปรุงให้ดีขึ้น ถ้าผิดแล้วผิดซ้ำถือว่าบกพร่อง แต่ทุกอุปสรรคมีทางออกเสมอ”
ส่วน พอล บอกว่า ถ้าคนเราทำได้ สุขภาพยอดเยี่ยม เงินก็เยอะ เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม แต่จากประสบการณ์ไม่เคยเห็น การจะเป็นที่สุดในอาชีพหนึ่งจะต้องอาศัยความทุ่มเทมาก ต้องทำมากกว่าคนอื่น ลองไปสัมภาษณ์คนที่ประสบความสำเร็จในอาชีพ ทั้งนักลงทุนเก่งๆ หมอเก่งๆ ทุกคนต้องใช้เวลามากกว่า ทุ่มเทมากกว่าเขาถึงเป็นที่สุด ไม่ใช่ที่เหลือ
ลองมองชีวิตยาวๆ เขาทุ่มเทระยะหนึ่ง พอถึงจุดหนึ่งเขาสบายเขาไม่มี Work life balance อีกต่อไป เขามีแต่ life ที่เหลือตัดทิ้ง
ซีเค มีข้อคิดว่า “สำหรับผมดูแลสุขภาพ คืองาน life ในที่นี้ไม่ใช่เอะอะพักผ่อน ดู Netflix ไปกินเหล้า ไม่ทำงาน อันนี้คือ life แต่สิ่งที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ คือจุดมุ่งหมายของคุณไม่ใช่การตัดสินใจเยอะๆ ในทุกวัน แต่มันคือคุณภาพของการตัดสินใจในทุกวัน”
“ผมว่าวันวันหนึ่งมี 2 การตัดสินใจที่สำคัญมากในชีวิตคุณ ทุกวัน และคุณต้องมีศักยภาพมากๆ นอนให้พอ เพื่อ make sure ว่าคุณสามารถตัดสินใจได้ดีที่สุด ถ้าคุณปวดหลัง ยืดขา ปวดขา คุณตัดสินใจดีพอเหรอ”
“ต้องดูแลสุขภาพโดยเฉพาะการนอน ออกกำลังกายสำคัญนะ แต่สำคัญกว่าการออกกำลังกายคือนอน ต้องพักสมองให้ได้ การตัดสินใจจะดีไม่ได้ถ้าไม่นอน”
“อีกอย่างหนึ่งต้องคิดบวก ถ้าอยากจะสร้างบางสิ่งบางอย่างให้กับตัวเอง ลองคิดดูพี่คมสันต์ตอนเริ่มทำ flash มาจากชนบท ถ้าวันนั้นไม่ได้เป็นคนที่คิดบวก คิดว่ากูทำได้ flash ไม่เกิดนะ ดังนั้น คุณต้องคิดบวก ต้องมีความเชื่อว่าอนาคตจะดีขึ้น ต้องกล้ารู้ว่าตัวเองสามารถทำได้ ต้องรู้ว่าเส้นทางนี้อาจจะทำไม่เป็น แต่ผมมีศักยภาพในการเรียนถูกเรียนผม ต้องคิดบวก คนที่คิดลบหาความสำเร็จยาก”
“คมสันต์” เสริมว่า “ชีวิตมีครั้งเดียว อยากให้ใช้ให้คุ้ม ผมเชื่อเรื่องสุขภาพ การดูแลตัวเอง แต่ผมไม่รู้ว่าผมตายเมื่อไหร่ อยากจะทำทุกวันของตัวเองให้มีคุณค่า แล้วอยากทำสิ่งที่คิดว่าเป็นคุณค่าให้ดีที่สุดกับแรงที่ตัวเองมีอยู่ ผมเลือกทางนี้แล้ว ถามว่าวันหนึ่งผมนอนอยู่บนเตียงผมจะเจ็บปวดไหม ผมเจ็บปวดแน่ แต่ผมไม่เสียใจ เพราะใช้ช่วงที่ผมมีแรงคุ้มค่าที่สุดแล้ว”
“อยากให้มีความกล้าในสิ่งที่ตัวเองกลัว ตายแบบไม่เสียดาย ไม่อยากให้ทิ้งความฝันที่อยากจะทำเพราะสิ่งพวกนี้ ลองสักรอบหนึ่งไม่จำเป็นต้องสำเร็จก็ได้ ถ้าลองแล้วล้มเหลว อย่างน้อยก่อนตายบอกกับตัวเองว่ากูได้ลอง ไม่อยากให้จากโลกนี้ไปโดยไม่บอกกับตัวเองว่า ทำไมวันนั้นไม่ลองสิ่งนี้ ทำไมวันนั้นมีโอกาสไม่ลาออกจากสิ่งนี้ไปทำสิ่งนั้น อยากให้มีความกล้าทำในสิ่งที่ตัวเองกลัวทุกวัน”
“หากวันนี้มีการตัดสินใจอันหนึ่ง 2 อัน 3 อัน 4 อัน ที่ตัดสินใจได้ยากมากๆ ลองถามตัวเองว่าถ้าอันไหนไม่ได้ทำ อันไหนจะเสียดายมากกว่ากัน อันนั้นแหละคือสิ่งที่ควรทำที่สุด”
ส่วน “ท๊อป” เลือกเล่าผ่านบทเรียนชีวิตว่า “เมื่อก่อนผมก่อตั้งในบริษัทที่นอนเยอะแล้วดูไม่ดี ไม่จริงจัง ทำงานไม่หนัก ปาร์ตี้สิเท่ห์ นอนน้อย cool แต่ถ้าย้อนกลับไปได้ ผมจะภูมิใจมากๆ จากการนอนครบ 8 ชั่วโมงทุกวัน ที่เหลือจะทำงานให้เต็มที่ อะไรที่ทำร้ายร่างกายจะไม่ทำ แต่ไม่รู้เพราะไม่มีใครมาบอก”
“ความสำเร็จมีหลายความหมาย น้องผมชื่อทีม เขาบอกว่าถ้าทีมเป็นแบบเฮียท็อป คนรู้จักทั้งประเทศแล้วลูกออกมาเป็น asshole เฮียท๊อปล้มเหลวทั้งชีวิตแล้ว เขาสู้เป็นพ่อที่ดีของลูก สามีที่ดีของภรรยาของเขา เลือกมาดูแลคุณพ่อคุณแม่ อันนี้เป็น definition of success ของเขา ซึ่งแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่ใช่ทุกคนจะต้องทำเหมือนกัน อย่างที่ไอน์สไตล์พูด จะเอาปลามาปีนต้นไม้ ทุกคนมีวัตถุประสงค์ของชีวิตที่ต่างกัน”
“ชีวิตมีหลายด้าน ผมล้มเหลว ไม่ยอมให้ของขวัญแฟน ไม่ยอมพาแฟนไม่เที่ยว ไม่มีเวลาให้กับครอบครัว ผมเป็นลูกคนจีน คนจีนต้องรันธุรกิจครอบครัวต่อ ขายเสื้อผ้าที่ประตูน้ำ สุดท้ายน้องมารับไปกลายเป็นพี่ใหญ่ของตระกูล ต่างคนต่างเล่นคนละบท นี่คือความหมายของคำว่าสำเร็จแต่ละคน”
https://www.workpointtoday.com/financial-influencer-788364-2?fbclid=IwdGRjcAPvRy5leHRuA2FlbQIxMQBzcnRjBmFwcF9pZAo2NjI4NTY4Mzc5AAEe6j2OsKwxtQLEe1gQsakvIFrm_WKEKFJtEXX64H_UwopX55PiO7kgb5FZR38_aem_0gmmFOrqyusTD3_s4MsT1g
คำว่า “Avengers การเงิน” มีใครเขาเรียก หรือ แต่งตั้งกันเอาเอง ?😁😁
กลุ่มของพวกเขา ประกอบด้วย
ท๊อป - จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Bitkub ผู้ที่นักลงทุน – คนรุ่นใหม่ไม่มีใครไม่รู้จัก ชายผู้ทำแต่งาน ไม่เคยซื้อของขวัญให้แฟน
ซีเค เจิง แห่งอาณาจักร Fastwork ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Fastwork แพลตฟอร์มรวมฟรีแลนซ์อันดับ 1 ผู้ที่ใฝ่ฝันอยากเปลี่ยนแปลงประเทศ แต่ยังไม่อยากตั้งพรรคการเมือง เขาบอกว่าหาเสียงเรื่องง่าย แต่ตั้งรัฐบาลเรื่องยาก ที่สำคัญอยากมีลูก แต่ไม่ต้องการมีแฟน
ดิว - วีรวัฒน์ วลัยเสถียร ผู้ที่ครั้งหนึ่งถูกเรียกว่า "อายุน้อยร้อยล้าน" มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น 1 ใน 10 ของ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ปจำกัด (มหาชน) มี 11.6 ล้านหุ้น รวมถึงรถหรูที่ลงทุนเดือนละ 5-8 คัน และเรือยอร์ชลำงาม 250 ล้าน คนในโซเชียลมีเดียไถฟีดมักเห็นคลิปเขากับกลุ่มสาวๆ รถหรู และเรือยอร์ช
เขาฝันอยากเป็น “คนรวย” ตั้งแต่เด็ก เพราะคนรวยตอบโจทย์ทุกอย่าง – ไม่ชอบอะไรมากกว่าเงิน ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ ก็เพราะเงินไม่พอ
คมสันต์ แซ่ลี เจ้าของอณาจักร Flash Express คนต้นเรื่อง “สงครามส่งด่วน” จากเด็กชาวเขา สู่มหาเศรษฐี ผู้ที่เพิ่งเล่นโซเชียลมีเดียมาไม่นานนี้
และ พอล ภัทรพล ศิลปาจารย์ พระเอกหนุ่มหล่อยุค 2000 ผู้ซึ่งผันตัวมาเป็นกูรูการเงิน การลงทุนและการเป็น Youtuber
เหล่า Avengers ทั้ง 5 พบปะ – ประลองกำลังด้วยหมุดหมายธุรกิจ ศิลปะการใช้ชีวิต และ ความรัก บนเวที Bitkub Summit
คมสันต์ ลี ผู้ซึ่ง กำหนดชะตาชีวิตตัวเอง บอกว่า “ผมว่าโชคชะตาในชีวิตของผมสร้างผมมาในแบบผู้สร้าง มากกว่าผู้ที่ไปลงทุนในสิ่งที่ผมคอนโทรลไม่ได้”
เขาลงทุนในกิจการ เขาต้องถือหุ้นในสัดส่วนที่มีอำนาจบริหาร ดังนั้น... “ผมเป็นคนลงทุนแล้วเสี่ยงมาก เพราะผมไม่ค่อยลงทุนกระจายความเสี่ยง ผมทำธุรกิจ ผมชอบลงทุนกับธุรกิจตรงๆ และชอบบริหารด้วย และโอกาสการเจ๊งจึงสูงกว่าการรับการปันผลอื่นๆ มีโอกาสที่ผมพลาดสักเรื่อง เจ๊งเลย หรือ อยู่ในเรือนจำ ผมเลยจำเป็นมีประกันสักชิ้นหนึ่งเพื่อป้องกันลูกๆ ของผม ครอบครัวของผมในอนาคต”
คมสันต์ บอกว่า ตัวเขาไม่ค่อยมีเงินเก็บ ส่วนใหญ่เงินเก็บอยู่ในแบงก์ไทย เก็บเฉพาะธนาคารที่ลงทุนเป็นผู้ถือหุ้น Flash คือ SCB และ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
แต่ก็มีโปรเจกต์ลงทุนที่ต่างแดน “ผมมีโครงการลับอันหนึ่งอยู่ที่สิงคโปร์ มีโปรเจกต์ fvip คิดว่า จำนวนเพื่อนร่วมงานใน flash express ทั้งหมด 150,000 คน ถ้าใช้ vip ทุกคน เขาควรรับจ็อบได้มากกว่าส่งพัสดุ”
ขณะที่มุมของ “ซีเค” มองว่า “การลงทุนคือการคาดเดาอนาคต วัดกันว่าใครสามารถคาดเดาอนาคตได้ดีกว่ากัน”
ไม่แปลกที่เขาใช้เงิน 10 ล้านบาท ซื้อเหรียญ Solana (SOL) ได้ตั้งแต่ราคา เพียง 0.25 ดอลลาร์
ท๊อป จึงถาม ซีเค ว่า ยูลงไป 10 ล้าน แล้วมันขึ้นเป็นพันล้าน ไม่ใจสั่นอยากขายบ้างเหรอ
ซีเค ตอบว่า “เชี่ย..มันเกินพันล้านแล้วนะ ผมถือระยะยาว ทุกอย่างที่ผมลงทุนเพราะทุกอย่างที่ผมลงทุน ผมคาดเดาว่าสร้างอนาคตได้ ผมเชื่อใน vision ของเขา”
แต่เขายอมรับว่า ช่วงหนึ่งในกลางปี 2021 ราคาของ Solana หล่นวูบทั้งตลาด จาก 12 ดอลลาร์ เหลือ 6 ดอลลาร์ มูลค่าหายเป็นพันล้าน ขณะเขาที่กำลังดำน้ำอยู่ หน้าซีดเผือด เพราะโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ จึงขายไม่ได้ ทว่า วันนี้มูลค่าของ Solana กระโดดไปอยู่ที่ 134 ดอลลาร์
ส่วน “พอล” ลงทุนหุ้น บิทคอยน์ คริปโต สัดส่วน 70 : 30 แต่เขาปักธงให้ความรู้เรื่องการเงินแก่ผู้คน หลักๆ คือสร้างประเทศให้ดีกว่านี้ ส่งต่อประเทศไทยที่ดีกว่าให้รุ่นต่อไป เพราะตั้งแต่เด็กเราโตมาจากประเทศกำลังพัฒนา ไม่อยากตายไปยังต้องได้ยินประโยคนี้ ให้ลูกหลาน ได้ยินคำนี้
ขณะที่ “ดิว” มองเรื่องการใช้เงินว่า “เงินมาก เงินน้อย มีเงินเยอะย่อมดีกว่าไม่มีเงินอยู่แล้ว ขึ้นกับว่าจุดพอใจของเราอยู่ตรงไหน ถ้าผมไม่ซื้อรถกับซื้อนาฬิกาวันหนึ่งผมใช้เงินไม่ถึง 500 บาท ผมกินผัดกระเพรา 65 บาท กินข้าว 300 บาท ชีวิตเอ็นจอยอยู่แค่นี้ คนเราทำงาน มีวินัยตามสมควรเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ ความสุขก็ต้องห้า
ถ้าวันหนึ่งเก็บเงินมาก มีเงินเยอะ แต่ทุกอย่างขี้เหนียว ของขวัญไม่ซื้อให้แฟน มีแฟนไม่ยอมเปิดตัว มันแย่ คนเราต้องมีวินัยและเอนเจอยไปด้วย”
“คนเราต้องมีวินัยและเอนจอยไปด้วย” ดิวพูด “ผมว่าคนเราทำงาน มีวินัยตามสมควรเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ความสุขก็ต้องหา แต่ถ้าวันหนึ่งเงินเยอะ แต่ขี้เหนียวหมด ลูกเมียไม่ให้กิน ของขวัญไม่ซื้อให้แฟน มีแฟนไม่ยอมเปิดตัว..มันแย่ อย่างผมเปิดเผย”
แล้ว “ท๊อป” แห่ง Bitkub ถูก “ซีเค” จาก Fastwork ถามว่า “ยูคบแฟนมากี่ปี”
“7 ปี” ท๊อปตอบ
“วันเกิดเขา 7 ปี ที่ผ่านมาเคยซื้อของขวัญอะไรให้เขาบ้าง” ซีเค จี้ถาม
“มี ซื้อ Whoop นับไหม”
“ตายแล้ว” ซีเค ตกใจ
“เขาอยากได้นะ” ท็อปรีบชี้แจง
ซีเค ถามต่อว่า เคยลืมวันเกิดเขาไหม “ท๊อป” สวนทันที “ไม่ลืม อันนี้ไม่ลืม”
ท๊อปถาม ซีเคกลับว่า แล้วยูมีแฟนไหม “ไม่มีครับผม” ย้ำ 3 รอบ
แม้ว่า “ท๊อป” ไม่ซื้อของขวัญให้แฟน แต่เลขาส่วนตัวของท๊อป 7-8 คนต้องสกรีนจากแฟน
คำถามเรื่องความรักถูกส่งต่อมาถึง “คมสัมต์ ลี” ชายผู้เงียบขรึมที่สุดในวง “ดิว” ถาม “คมสันต์” ว่า กลัวเมียไหม?
“คมสันต์” ยิ้มบอกว่า “ผมคิดว่าไม่มีผู้ชายที่กลัวภรรยา แต่มีผู้ชายที่เคารพภรรยา แต่ผมจะแปลกนิดหนึ่งตรงที่ภรรยาของผมเป็น HR ดังนั้น จิตวิทยาเขาสูงมาก ในวันที่รู้สึกว่าเขายอมคุณอยู่ จริงๆ คุณกำลังอยู่ในกำมือเขาอยู่ ก็ไม่รู้ใครหลอกใคร อำ”
อีกพาร์ทหนึ่งคือ ศิลปะการใช้ชีวิต กับกลุ่ม Avengers การเงินที่ไม่ค่อยจะมี Work life balance
คมสันต์ มองว่า ถ้าอยากได้สุขภาพด้วย ได้เงินด้วย ไปทำงานห้องฟิตเนส อยู่ที่อาชีพที่เราเลือกมากกว่า ทุกอาชีพ ทุกองค์กรมีเงื่อนไขก็ให้เลือกองค์กรที่เหมาะกับชีวิต เหมาะกับทางเลือกของเราดีกว่า แต่ถ้าจะเลือกตอนที่ยังหนุ่มยังสาวอยู่ยังไม่ค่อยเห็นด้วย แต่แน่นอนเรื่องสุขภาพสำคัญ ถ้าได้เรียนรู้ และสามารถเติบโตได้ น่าจะมีศักยภาพในการดูแลตัวเองได้ดีกว่านี้
ดิว คิดว่า สำหรับคนที่กำลังสร้างตัว อายุยังน้อย มีกำลัง มีแรง คิดว่า Work life balance อาจยังไม่เหมาะเท่าไหร่ ทุ่มไปเถอะ ตอนผมทำงานใหม่ๆ ตอนอายุ 20 อดหลับอดนอนได้ ผมมีความอดทนกับอะไรต่างๆ เยอะ ตอนนี้ 46 นอนดึกก็แย่แล้ว 20 ปีผ่านไปดร็อปลงเยอะพอสมควร
ถ้าอยู่ในช่วงเริ่มต้นมีเท่าไหร่ใส่เข้าไป แต่เมื่อถึงระยะหนึ่งที่เริ่มสำเร็จในหลายๆสิ่งที่ตั้งเป้าไว้ คำว่า Work life balance อาจใช้ได้ แต่ไม่น่าเหมาะกับสำหรับคนที่เริ่มสร้างตัวและอายุน้อยอยู่
ผมเก็บเงินมา 25 ปี ถ้าผมไม่เริ่มใช้ตอนนี้แล้วไปใช้ตอน 55 อาจมีเงินเยอะกว่านี้ แต่ตอนนั้นอาจหัวล้านมาครึ่งหนึ่ง เปิดประทุนไม่มีผมให้ลมตี แถมพุงก็อ้วนๆ จะไปจีบสาวก็ถูกเรียกว่าลุง ก็ไม่ไหวหรือเปล่า ตอนนี้พาร่างตัวเองไปได้ก็เอนจอยนิดหน่อย
“ทุกๆ คนมีปัญหาเหมือนกันหมด ไม่มากก็น้อย เจ้านายผมเคยสอนผมว่าใน life time ของเรา ยังไงเสียต้องมีคนเฉี่ยวเข้ามาอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าจะรับมือกับปัญหายังไง เวลาเกิดปัญหาขึ้นไม่ต้องทะเลาะกัน คิดเสียว่าเดี๋ยวปัญหานี้ก็ผ่านไป แล้วคิดว่าทำยังไงไม่ให้เกิดซ้ำ ปรับปรุงให้ดีขึ้น ถ้าผิดแล้วผิดซ้ำถือว่าบกพร่อง แต่ทุกอุปสรรคมีทางออกเสมอ”
ส่วน พอล บอกว่า ถ้าคนเราทำได้ สุขภาพยอดเยี่ยม เงินก็เยอะ เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม แต่จากประสบการณ์ไม่เคยเห็น การจะเป็นที่สุดในอาชีพหนึ่งจะต้องอาศัยความทุ่มเทมาก ต้องทำมากกว่าคนอื่น ลองไปสัมภาษณ์คนที่ประสบความสำเร็จในอาชีพ ทั้งนักลงทุนเก่งๆ หมอเก่งๆ ทุกคนต้องใช้เวลามากกว่า ทุ่มเทมากกว่าเขาถึงเป็นที่สุด ไม่ใช่ที่เหลือ
ลองมองชีวิตยาวๆ เขาทุ่มเทระยะหนึ่ง พอถึงจุดหนึ่งเขาสบายเขาไม่มี Work life balance อีกต่อไป เขามีแต่ life ที่เหลือตัดทิ้ง
ซีเค มีข้อคิดว่า “สำหรับผมดูแลสุขภาพ คืองาน life ในที่นี้ไม่ใช่เอะอะพักผ่อน ดู Netflix ไปกินเหล้า ไม่ทำงาน อันนี้คือ life แต่สิ่งที่จะเปลี่ยนชีวิตคุณ คือจุดมุ่งหมายของคุณไม่ใช่การตัดสินใจเยอะๆ ในทุกวัน แต่มันคือคุณภาพของการตัดสินใจในทุกวัน”
“ผมว่าวันวันหนึ่งมี 2 การตัดสินใจที่สำคัญมากในชีวิตคุณ ทุกวัน และคุณต้องมีศักยภาพมากๆ นอนให้พอ เพื่อ make sure ว่าคุณสามารถตัดสินใจได้ดีที่สุด ถ้าคุณปวดหลัง ยืดขา ปวดขา คุณตัดสินใจดีพอเหรอ”
“ต้องดูแลสุขภาพโดยเฉพาะการนอน ออกกำลังกายสำคัญนะ แต่สำคัญกว่าการออกกำลังกายคือนอน ต้องพักสมองให้ได้ การตัดสินใจจะดีไม่ได้ถ้าไม่นอน”
“อีกอย่างหนึ่งต้องคิดบวก ถ้าอยากจะสร้างบางสิ่งบางอย่างให้กับตัวเอง ลองคิดดูพี่คมสันต์ตอนเริ่มทำ flash มาจากชนบท ถ้าวันนั้นไม่ได้เป็นคนที่คิดบวก คิดว่ากูทำได้ flash ไม่เกิดนะ ดังนั้น คุณต้องคิดบวก ต้องมีความเชื่อว่าอนาคตจะดีขึ้น ต้องกล้ารู้ว่าตัวเองสามารถทำได้ ต้องรู้ว่าเส้นทางนี้อาจจะทำไม่เป็น แต่ผมมีศักยภาพในการเรียนถูกเรียนผม ต้องคิดบวก คนที่คิดลบหาความสำเร็จยาก”
“คมสันต์” เสริมว่า “ชีวิตมีครั้งเดียว อยากให้ใช้ให้คุ้ม ผมเชื่อเรื่องสุขภาพ การดูแลตัวเอง แต่ผมไม่รู้ว่าผมตายเมื่อไหร่ อยากจะทำทุกวันของตัวเองให้มีคุณค่า แล้วอยากทำสิ่งที่คิดว่าเป็นคุณค่าให้ดีที่สุดกับแรงที่ตัวเองมีอยู่ ผมเลือกทางนี้แล้ว ถามว่าวันหนึ่งผมนอนอยู่บนเตียงผมจะเจ็บปวดไหม ผมเจ็บปวดแน่ แต่ผมไม่เสียใจ เพราะใช้ช่วงที่ผมมีแรงคุ้มค่าที่สุดแล้ว”
“อยากให้มีความกล้าในสิ่งที่ตัวเองกลัว ตายแบบไม่เสียดาย ไม่อยากให้ทิ้งความฝันที่อยากจะทำเพราะสิ่งพวกนี้ ลองสักรอบหนึ่งไม่จำเป็นต้องสำเร็จก็ได้ ถ้าลองแล้วล้มเหลว อย่างน้อยก่อนตายบอกกับตัวเองว่ากูได้ลอง ไม่อยากให้จากโลกนี้ไปโดยไม่บอกกับตัวเองว่า ทำไมวันนั้นไม่ลองสิ่งนี้ ทำไมวันนั้นมีโอกาสไม่ลาออกจากสิ่งนี้ไปทำสิ่งนั้น อยากให้มีความกล้าทำในสิ่งที่ตัวเองกลัวทุกวัน”
“หากวันนี้มีการตัดสินใจอันหนึ่ง 2 อัน 3 อัน 4 อัน ที่ตัดสินใจได้ยากมากๆ ลองถามตัวเองว่าถ้าอันไหนไม่ได้ทำ อันไหนจะเสียดายมากกว่ากัน อันนั้นแหละคือสิ่งที่ควรทำที่สุด”
ส่วน “ท๊อป” เลือกเล่าผ่านบทเรียนชีวิตว่า “เมื่อก่อนผมก่อตั้งในบริษัทที่นอนเยอะแล้วดูไม่ดี ไม่จริงจัง ทำงานไม่หนัก ปาร์ตี้สิเท่ห์ นอนน้อย cool แต่ถ้าย้อนกลับไปได้ ผมจะภูมิใจมากๆ จากการนอนครบ 8 ชั่วโมงทุกวัน ที่เหลือจะทำงานให้เต็มที่ อะไรที่ทำร้ายร่างกายจะไม่ทำ แต่ไม่รู้เพราะไม่มีใครมาบอก”
“ความสำเร็จมีหลายความหมาย น้องผมชื่อทีม เขาบอกว่าถ้าทีมเป็นแบบเฮียท็อป คนรู้จักทั้งประเทศแล้วลูกออกมาเป็น asshole เฮียท๊อปล้มเหลวทั้งชีวิตแล้ว เขาสู้เป็นพ่อที่ดีของลูก สามีที่ดีของภรรยาของเขา เลือกมาดูแลคุณพ่อคุณแม่ อันนี้เป็น definition of success ของเขา ซึ่งแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่ใช่ทุกคนจะต้องทำเหมือนกัน อย่างที่ไอน์สไตล์พูด จะเอาปลามาปีนต้นไม้ ทุกคนมีวัตถุประสงค์ของชีวิตที่ต่างกัน”
“ชีวิตมีหลายด้าน ผมล้มเหลว ไม่ยอมให้ของขวัญแฟน ไม่ยอมพาแฟนไม่เที่ยว ไม่มีเวลาให้กับครอบครัว ผมเป็นลูกคนจีน คนจีนต้องรันธุรกิจครอบครัวต่อ ขายเสื้อผ้าที่ประตูน้ำ สุดท้ายน้องมารับไปกลายเป็นพี่ใหญ่ของตระกูล ต่างคนต่างเล่นคนละบท นี่คือความหมายของคำว่าสำเร็จแต่ละคน”
https://www.workpointtoday.com/financial-influencer-788364-2?fbclid=IwdGRjcAPvRy5leHRuA2FlbQIxMQBzcnRjBmFwcF9pZAo2NjI4NTY4Mzc5AAEe6j2OsKwxtQLEe1gQsakvIFrm_WKEKFJtEXX64H_UwopX55PiO7kgb5FZR38_aem_0gmmFOrqyusTD3_s4MsT1g