ซื้อตั๋ว/บัตรเข้า โตเกียวดิสนีย์แลนด์ และ โตเกียวดิสนีย์ซี (Tokyo Disneyland, Tokyo DisneySea) ด้วย klook.com

Tokyo Disney Resort คืออะไร และควรเลือกสวนไหน ?

Tokyo Disney Resort อยู่ที่เมือง Urayasu จังหวัด Chiba ใกล้ Tokyo มีสวนหลัก 2 แห่งให้เลือกเข้า คือ Tokyo Disneyland และ Tokyo DisneySea โดยทั่วไปตั๋ว 1 วันจะเข้าได้ 1 สวนตามที่เลือกตอนซื้อ ส่วนตั๋วที่ข้ามสวนได้จะเป็นช่วงจำกัดเท่านั้น

ถ้าอยากได้ฟีลดิสนีย์คลาสสิก เห็นปราสาท โทนสดใส เหมาะกับไปครั้งแรกหรือไปกับครอบครัว Tokyo Disneyland จะตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าชอบบรรยากาศสวยเท่ โตขึ้น งานธีมมิ่งอลัง เดินถ่ายรูปเพลิน และอยากได้ประสบการณ์ที่เอกลักษณ์มาก Tokyo DisneySea จะเหมาะกว่า

Tokyo Disneyland

Tokyo Disneyland เด่นเรื่องความคลาสสิกแบบดิสนีย์เต็ม ๆ เดินเข้ามาแล้วได้อารมณ์แฟนตาซี สดใส เหมาะกับคนที่ไปครั้งแรก หรืออยากได้ความเป็นดิสนีย์แบบภาพจำ



สิ่งที่หลายคนตั้งใจมาที่นี่คือเครื่องเล่นธีมใหญ่ที่ทำออกมาละเอียดและอินมาก อย่าง Enchanted Tale of Beauty and the Beast ที่พาเข้าไปอยู่ในเรื่องราวแบบนั่งไหลไปกับฉากและเพลงหลักของเรื่อง ตัวนี้เป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่คนเล็งกันเยอะและมีบริการ Disney Premier Access รองรับด้วย
ถ้าอยากได้เครื่องเล่นที่สนุกแบบคึกคัก มีดนตรีและความปั่นแบบเดาไม่ได้ The Happy Ride with Baymax เป็นตัวที่บรรยากาศดีมาก เล่นแล้วอารมณ์ดีตามคอนเซปต์ และเป็นอีกตัวที่มี Premier Access

สายครอบครัวหรือคนชอบความน่ารักละมุน มักไม่อยากพลาด Pooh’s Hunny Hunt ที่ขึ้นชื่อเรื่องระบบรถวิ่งอิสระและความน่ารักของโลกฮันนี่ รวมถึงมี Priority Pass ให้กดในบางช่วง
อีกจุดที่ทำให้ Disneyland เป็นสวนที่ควรไปสักครั้งคือขบวนพาเหรดและโชว์ตอนเย็น โดยเฉพาะ Tokyo Disneyland Electrical Parade Dreamlights ที่เป็นพาเหรดไฟยามค่ำคืนและมี Premier Access สำหรับโซนชมตามเงื่อนไข และ Disney Harmony in Color ที่ธีมสีสันสดมาก ดูแล้วฟีลดีสุด ๆ
ถ้าไปช่วงปลายปี 2025 ถึงกลางปี 2026 มีอีกอย่างที่คนชอบตามเก็บคือโปรแกรมพิเศษของ it’s a small world ในธีม it’s a small world with Groot ที่ระบุช่วงจัดแสดงไว้ตั้งแต่ 27 ธ.ค. 2025 ถึง 28 มิ.ย. 2026



Tokyo Disneyland แบ่งเป็นทั้งหมด 7 โซนหลัก (Seven Themed Lands) แต่ละโซนจะมีธีมของตัวเอง พร้อมเครื่องเล่น ร้านอาหาร ร้านค้า และจุดถ่ายรูปที่เข้ากับบรรยากาศของโซนนั้นๆ ทั้งนี้ 7 โซนของ Tokyo Disneyland ได้แก่ World Bazaar, Adventureland, Westernland, Critter Country, Fantasyland, Toontown และ Tomorrowland

1) World Bazaar
โซนนี้เป็นเหมือนเมืองอเมริกันยุคต้นศตวรรษที่ 20 และเป็นจุดเริ่มต้นของวันในสวนสนุก บรรยากาศจะเป็นถนนสวยๆ อาคารสไตล์วิกตอเรียน เหมาะมากสำหรับเดินช้อป เดินถ่ายรูป และแวะกินอะไรง่ายๆ ก่อนกระจายไปโซนอื่น
ถ้าอยากเริ่มแบบชิลๆ ลองนั่งรถสองชั้น Omnibus ที่อยู่ในโซนนี้ เพื่อวนชมบรรยากาศบริเวณพลาซ่าได้เลย

2) Adventureland
โซนสายผจญภัยที่รวมกลิ่นอายหลายวัฒนธรรม ตั้งแต่โซนเขตร้อน ไปจนถึงบรรยากาศแนวโจรสลัดและเมืองท่า จุดเด่นของโซนนี้คือความรู้สึกเหมือนได้ออกเดินทางจริง ทั้งลึกลับ สนุก และตื่นเต้น
ไฮไลต์ที่คนชอบมากคือ Pirates of the Caribbean และ Jungle Cruise: Wildlife Expeditions ซึ่งทั้งคู่เป็นเครื่องเล่นของ Adventureland

3) Westernland
ธีมอเมริกันยุคไวลด์เวสต์ เต็มไปด้วยบรรยากาศคาวบอย เมืองเหมืองแร่ และสายน้ำกว้างๆ เหมาะกับคนที่ชอบความคลาสสิก ถ่ายรูปเท่ๆ และเครื่องเล่นแนวลุยแบบสนุกกำลังดี
ตัวอย่างที่เด่นมากคือ Big Thunder Mountain รถไฟเหมืองสุดมัน และ Mark Twain Riverboat ที่พาเรือล่องแม่น้ำแบบสบายๆ ซึ่งอยู่ใน Westernland

4) Critter Country
โซนเล็กๆ แต่น่ารัก เป็นย่านของเหล่าสัตว์น้อยและเรื่องราวอบอุ่นในชนบทเขียวๆ บรรยากาศจะฟีลหนังสือนิทาน เหมาะกับคนที่อยากพักจังหวะจากโซนคึกคัก แล้วไปเสพบรรยากาศสบายๆ
เครื่องเล่นเด่นของโซนนี้คือ Splash Mountain และยังมี Beaver Brothers Explorer Canoes ที่ให้ลงแรงพายเรือร่วมกัน ซึ่งทั้งสองอย่างอยู่ใน Critter
Country

5) Fantasyland
นี่คือโซนที่รวมโลกของเทพนิยายและเวทมนตร์ดิสนีย์แบบเต็มๆ มีบรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในเรื่องเล่าคลาสสิก เหมาะกับทุกวัย โดยเฉพาะคนที่อยากเก็บความรู้สึกแบบดิสนีย์แท้ๆ
ตัวอย่างที่ไม่ควรพลาดคือ Enchanted Tale of Beauty and the Beast, Haunted Mansion และ its a small world ซึ่งอยู่ใน Fantasyland

6) Toontown
โซนบ้านของมิคกี้และผองเพื่อน โทนจะสดใส ขี้เล่น เหมาะกับครอบครัว เด็กเล็ก หรือคนที่อยากเดินเล่น ถ่ายรูป และเข้าไปดูบ้านตัวละครแบบน่ารักๆ ทั้งโซนมีลูกเล่นให้มองและให้ลองเยอะมาก
อย่างเช่น Chip n Dale's Treehouse และ Toon Park ซึ่งเป็นจุดเดินเล่นแนว experiential ใน Toontown

7) Tomorrowland
โซนโลกอนาคตที่พูดถึงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการผจญภัยในอวกาศ ให้ความรู้สึกเหมือนได้ก้าวเข้าไปในโลกที่เป็นไปได้ไม่สิ้นสุด เหมาะกับคนที่ชอบความล้ำๆ และเครื่องเล่นที่จังหวะสนุกขึ้นมาหน่อย
ตัวอย่างชัดๆ คือ The Happy Ride with Baymax และ Star Tours: The Adventures Continue ซึ่งอยู่ใน Tomorrowland



ที่มา: https://www.tokyodisneyresort.jp/en/tds/map.html

Tokyo DisneySea

Tokyo DisneySea เป็นสวนที่หลายคนบอกว่าโตขึ้น เท่ขึ้น และงานธีมมิ่งสมจริงมาก เด่นเรื่องบรรยากาศเมืองท่า วิวริมน้ำ และโซนต่าง ๆ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในโลกผจญภัยคนละใบกับ Disneyland



ถ้าชอบเครื่องเล่นที่ภาพสวยและพาเดินทางแบบตื่นตา Soaring: Fantastic Flight คือหนึ่งในตัวท็อปของสวน ตัวนี้ตั้งอยู่ฝั่ง Mediterranean Harbor และมี Premier Access
สายหวาดเสียวแบบมีสตอรี่และบรรยากาศหลอนกำลังดีจะชอบ Tower of Terror ซึ่งทางเว็บทางการยังระบุด้วยว่าช่วง 13 ม.ค. ถึง 31 มี.ค. 2026 จะมีเวอร์ชันพิเศษ Tower of Terror Unlimited เพิ่มความระทึก
ถ้าชอบแนวผจญภัยคลาสสิกของ DisneySea ให้เล็ง Journey to the Center of the Earth ที่อยู่โซนภูเขาไฟ เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของสวนและมี Premier Access
ส่วนคนที่อยากพักขา เดินชิล ถ่ายรูปสวย ๆ แนะนำ Venetian Gondolas นั่งเรือกอนโดลาลัดเลาะคลองในบรรยากาศโรแมนติก ดูวิวเพลินมาก
ไฮไลต์ตอนกลางคืนของ DisneySea ที่ควรจัดเวลาไว้ให้คือ Believe! Sea of Dreams โชว์ริมน้ำที่ใช้เรือลำใหญ่ แสงเลเซอร์ พลุ และโปรเจกชันแมปปิงบนพื้นที่การแสดงทั้งฮาร์เบอร์
อีกเหตุผลที่ทำให้ DisneySea เป็นสวนที่ควรไปสักครั้งในชีวิตคือ Fantasy Springs ซึ่งเป็นธีมพอร์ตใหม่ที่พาเข้าโลกแฟนตาซีของ Frozen, Peter Pan และ Rapunzel และทางการระบุว่าตั้งแต่ 1 เม.ย. 2025 เป็นต้นไป สามารถเข้าเล่นเครื่องเล่นได้ด้วยการไปต่อแถวหน้าจุดนั้นโดยตรง หรือซื้อ Premier Access ตามรายการที่กำหนด



Tokyo DisneySea แบ่งเป็น 8 โซนหลัก ที่ทางการเรียกว่า Eight Themed Ports แต่ละโซนมีธีมเฉพาะตัว พร้อมเครื่องเล่น ร้านอาหาร ร้านค้า และจุดถ่ายรูปของตัวเองครบ ๆ

1) Mediterranean Harbor
โซนทางเข้าและหัวใจของวิวริมอ่าว สไตล์เมืองท่าทางใต้ของยุโรป เดินแล้วให้ความรู้สึกโรแมนติก คลาสสิก ถ่ายรูปสวยแทบทุกมุม
สิ่งที่เด่นคือเครื่องเล่น Soaring: Fantastic Flight ที่พาเหมือนบินชมโลก และ Venetian Gondolas ล่องเรือกอนโดลาชิล ๆ รวมถึง Fortress Explorations ที่เดินสำรวจป้อมได้แบบอินเทอร์แอคทีฟ ตอนกลางคืนโซนนี้ยังเป็นเวทีของโชว์น้ำสำคัญอย่าง Believe! Sea of Dreams

2) American Waterfront
ธีมท่าเรืออเมริกาช่วงต้นศตวรรษที่ 20 มีทั้งฟีลนิวยอร์กคึกคักและหมู่บ้านท่าเรือบรรยากาศอบอุ่น
ไฮไลต์คือ Toy Story Mania! เกมยิงเป้าในโลกของทอยสตอรี่ และ Tower of Terror เครื่องเล่นสายหลอน-ระทึกที่เป็นซิกเนเจอร์ของสวน ถ้าอยากเดินเล่นแบบเมืองจริง ลองขึ้น Big City Vehicles หรือใช้ DisneySea Electric Railway ที่เป็นรถไฟโบราณเชื่อมโซน

3) Port Discovery
โซนท่าจอดเรือแห่งอนาคต ธีมวิทยาศาสตร์และธรรมชาติอยู่ร่วมกัน ฟีลล้ำ ๆ เหมาะกับคนชอบอะไรแปลกใหม่
เครื่องเล่นเด่นคือ Aquatopia รถลอยน้ำที่วิ่งแบบเดาสุ่ม สนุกแบบหัวเราะได้ และ Nemo & Friends SeaRider ที่พาเหมือนย่อส่วนไปผจญภัยในโลกใต้ทะเลกับนีโม่และดอรี่ โซนนี้ยังมีจุดของ DisneySea Electric Railway อีกฝั่งหนึ่งด้วย

4) Lost River Delta
ธีมป่ากลางอเมริกายุค 1930 แนวสำรวจซากอารยธรรม
โทนผจญภัยจัด ๆ ของที่คนมักไม่พลาดคือ Indiana Jones Adventure: Temple of the Crystal Skull และรถไฟเหาะตีลังกา Raging Spirits ที่วิ่งผ่านซากโบราณสถาน

5) Arabian Coast
โซนโลกอาหรับและเรื่องเล่าพันหนึ่งราตรี สีสันจัด กลิ่นอายแฟนตาซี ดูสนุกทั้งกลางวันและกลางคืน
แนะนำให้เก็บ Sindbad’s Storybook Voyage (นั่งเรือดูเรื่องราวแบบอบอุ่นฟังเพลงเพราะมาก) The Magic Lamp Theater โชว์เวทมนตร์กับจินนี่ และ Jasmine’s Flying Carpets เครื่องเล่นบินพรมแบบเบา ๆ

6) Mermaid Lagoon
โซนโลกใต้ทะเลของแอเรียลจาก The Little Mermaid เหมาะมากถ้าไปกับเด็กเล็กหรืออยากพักขา เพราะมีส่วนในอาคารเยอะ และโทนน่ารักสดใส
กิจกรรมเด่นคือ Mermaid Lagoon Theater โชว์ดนตรีใต้ทะเล, Ariel’s Playground โซนเดินสำรวจสำหรับเด็ก, และเครื่องเล่นเบา ๆ อย่าง Jumpin’ Jellyfish กับ Flounder’s Flying Fish Coaster

7) Mysterious Island
โซนภูเขาไฟและโลกของกัปตันนีโม่ โทนลึกลับ เท่ และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของ DisneySea
ห้ามพลาด Journey to the Center of the Earth เครื่องเล่นเร้าใจที่พุ่งผ่านโลกใต้พิภพ และ 20,000 Leagues Under the Sea ที่พาออกสำรวจใต้ทะเลในยานดำน้ำเล็ก

8) Fantasy Springs
โซนใหม่ธีมแฟนตาซีที่รวมโลกของ Frozen, Tangled และ Peter Pan เป็นโซนที่หลายคนตั้งใจมาเพื่อเก็บโดยเฉพาะ
เครื่องเล่นหลัก ๆ ได้แก่ Anna and Elsa’s Frozen Journey, Rapunzel’s Lantern Festival, Peter Pan’s Never Land Adventure และมีเครื่องเล่นสายครอบครัวอย่าง Fairy Tinker Bell’s Busy Buggies


ที่มา: https://www.tokyodisneyresort.jp/en/tds/map.html

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่