คืนนี้ (เวลา 01.00 น. ของวันที่ 3 ก.พ. ตามเวลาไทย) ทำเนียบขาว เชิญตัวแทนจาก โลกคริปโต และ ธนาคารยักษ์ใหญ่ มานั่งเคลียร์ใจกันครั้งใหญ่ หัวข้อหลักคือเรื่อง "ผลตอบแทนของ Stablecoin"
Stablecoin คืออะไร?
คือเงินดิจิทัลที่ "ราคาคงที่" (มักจะเท่ากับ 1 ดอลลาร์เสมอ) ไม่ผันผวนเหมือน Bitcoin ทำให้คนนิยมเอามาฝากไว้เพื่อกินดอกเบี้ยหรือผลตอบแทน
ทำไมถึงต้องเปิดโต๊ะเจรจาตอนนี้?
ความขัดแย้งมันเกิดจาก "ผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัว"
1. ธนาคารเริ่มหนาว ปกติคนฝากเงินกับธนาคารได้ดอกเบี้ยน้อย แต่พอมี Stablecoin คนแห่เอาเงินไปฝากในโลกดิจิทัลเพราะได้ผลตอบแทนสูงกว่า ธนาคารเลยรู้สึกว่ากำลังถูกแย่งลูกค้า
2. รัฐบาลเริ่มกลัว รัฐบาลสหรัฐฯ กังวลว่าถ้าที่มาของ "ผลตอบแทน" เหล่านี้ไม่โปร่งใส หรือถ้าบริษัท Stablecoin ล้มขึ้นมา จะกลายเป็นวิกฤตการเงินระดับโลกได้
3. คริปโตอยากไปต่อ ฝั่งคริปโตก็มองว่านี่คือเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยให้คนเข้าถึงเงินได้ง่ายขึ้น ไม่ควรโดนสั่งห้าม แต่ควรทำให้ถูกกฎหมาย
ประเด็นที่ต้องจับตา!
1. ความปลอดภัย รัฐจะบังคับให้ Stablecoin ต้องมีเงินสำรองจริงๆ เท่ากับจำนวนเหรียญที่ผลิตออกมาหรือไม่?
2. การควบคุม จะมีการออกกฎหมายจำกัด "เพดานดอกเบี้ย" ของ Stablecoin เพื่อไม่ให้แข่งกับธนาคารจนเกินไปไหม?
3. อนาคตการเงิน สหรัฐฯ จะเลือก "ส่งเสริม" เพื่อเป็นผู้นำโลกดิจิทัล หรือจะ "คุมเข้ม" เพื่อรักษาความมั่นคงของธนาคารแบบเดิม
บทสรุป
นี่คือการสู้กันระหว่างดิจิทัลแบบใหม่" โดยมีรัฐบาลเป็นกรรมการ บทสรุปคืนนี้จะบอกเราว่า ในอนาคตเราจะฝากเงินที่ไหนแล้วรวยกว่าและปลอดภัยกว่ากันครับ
ด่วน!!! ทำเนียบขาวเปิดโต๊ะเคลียร์ใจ 'แบงก์ vs คริปโต' คืนนี้! หลังธนาคารโวยคนแห่ถอนเงินไปกินดอกเบี้ย Stablecoin!!!
คืนนี้ (เวลา 01.00 น. ของวันที่ 3 ก.พ. ตามเวลาไทย) ทำเนียบขาว เชิญตัวแทนจาก โลกคริปโต และ ธนาคารยักษ์ใหญ่ มานั่งเคลียร์ใจกันครั้งใหญ่ หัวข้อหลักคือเรื่อง "ผลตอบแทนของ Stablecoin"
Stablecoin คืออะไร?
คือเงินดิจิทัลที่ "ราคาคงที่" (มักจะเท่ากับ 1 ดอลลาร์เสมอ) ไม่ผันผวนเหมือน Bitcoin ทำให้คนนิยมเอามาฝากไว้เพื่อกินดอกเบี้ยหรือผลตอบแทน
ทำไมถึงต้องเปิดโต๊ะเจรจาตอนนี้?
ความขัดแย้งมันเกิดจาก "ผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัว"
1. ธนาคารเริ่มหนาว ปกติคนฝากเงินกับธนาคารได้ดอกเบี้ยน้อย แต่พอมี Stablecoin คนแห่เอาเงินไปฝากในโลกดิจิทัลเพราะได้ผลตอบแทนสูงกว่า ธนาคารเลยรู้สึกว่ากำลังถูกแย่งลูกค้า
2. รัฐบาลเริ่มกลัว รัฐบาลสหรัฐฯ กังวลว่าถ้าที่มาของ "ผลตอบแทน" เหล่านี้ไม่โปร่งใส หรือถ้าบริษัท Stablecoin ล้มขึ้นมา จะกลายเป็นวิกฤตการเงินระดับโลกได้
3. คริปโตอยากไปต่อ ฝั่งคริปโตก็มองว่านี่คือเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยให้คนเข้าถึงเงินได้ง่ายขึ้น ไม่ควรโดนสั่งห้าม แต่ควรทำให้ถูกกฎหมาย
ประเด็นที่ต้องจับตา!
1. ความปลอดภัย รัฐจะบังคับให้ Stablecoin ต้องมีเงินสำรองจริงๆ เท่ากับจำนวนเหรียญที่ผลิตออกมาหรือไม่?
2. การควบคุม จะมีการออกกฎหมายจำกัด "เพดานดอกเบี้ย" ของ Stablecoin เพื่อไม่ให้แข่งกับธนาคารจนเกินไปไหม?
3. อนาคตการเงิน สหรัฐฯ จะเลือก "ส่งเสริม" เพื่อเป็นผู้นำโลกดิจิทัล หรือจะ "คุมเข้ม" เพื่อรักษาความมั่นคงของธนาคารแบบเดิม
บทสรุป
นี่คือการสู้กันระหว่างดิจิทัลแบบใหม่" โดยมีรัฐบาลเป็นกรรมการ บทสรุปคืนนี้จะบอกเราว่า ในอนาคตเราจะฝากเงินที่ไหนแล้วรวยกว่าและปลอดภัยกว่ากันครับ