หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
บันทึกการเดินทาง EP.18-8 ณ จ.สกลนคร
กระทู้สนทนา
บันทึกนักเดินทาง
สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศ
Slow Life
จังหวัดนครพนม
จังหวัดสกลนคร
25.12.2568
Merry Christmas ครับทุกคน! 🎄✨
วันนี้พิเศษมาก เพราะผมจะพาไปเที่ยวงานที่บอกตามตรงเลยว่า
'ไม่เคยรู้จักและไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย'
จนกระทั่งเมื่อ 2 วันที่แล้วที่พี่เจ้าของโรงแรมแนะนำมานี่แหละครับ
มันน่าแปลกใจอยู่นะครับที่งานใหญ่ระดับจังหวัดขนาดนี้ แถมเป็นเทศกาลสำคัญของชาวสกลนครทั้งเมือง แต่พวกเราสองคนกลับมองข้ามไปได้ยังไงตั้งนาน แต่พอได้เอาตัวเองมาอยู่ที่นี่จริงๆ บอกเลยว่า
'ไม่ผิดหวังเลยครับ'
เป็นความสวยงามที่เหนือความคาดหมาย และทำให้วันคริสต์มาสปีนี้ของพวกเรากลายเป็นปีที่น่าจดจำที่สุดครั้งหนึ่งเลย
พร้อมจะไปดูความอลังการของ 'ดวงดาวบนดิน' ในตัวเมืองสกลนครกับพวกเราหรือยังครับ? ไปลุยกันเลยยยย!
เช้านี้เราเช็คเอาท์ออกจากที่พักที่ประทับใจที่สุดในทริป เพื่อมาเติมพลังกันที่ร้าน
'ข้าวเปียกโบราณฟรานซิสโก'
ครับ แค่เห็นชื่อร้านกับตัวตึกเก่าสไตล์ฝรั่งเศสผสมเวียดนาม ก็สัมผัสได้ถึงความคลาสสิกแล้ว บรรยากาศในร้านดูอบอุ่นและได้ฟีลเมืองเก่าจริงๆ ใครมาท่าแร่แล้วอยากสัมผัสรสชาติดั้งเดิมในบรรยากาศเท่ๆ ต้องแวะมาร้านนี้เลยครับ
เด็กร้านนี้บริการดีมากครับ
ระหว่างรออาหาร แนะนำให้ถ่ายรูปเล่นก่อนครับ
มาแย้วววว
อิ่มแล้ว เช็คบิลเตรียมออกเดินทางกันต่อ
บริเวณนี้ยังมีตึกเก่าทรงคลาสสิกสไตล์ฝรั่งเศส-เวียดนามให้เดินถ่ายรูปเยอะมากครับ ใครที่เป็นสายสตรีทหรือชอบสถาปัตยกรรมแบบวินเทจมาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน ตัวตึกแต่ละหลังมีร่องรอยของประวัติศาสตร์ที่ดูเท่แบบไม่ต้องปรุงแต่งอะไรมากเลย
แถมยังมีคาเฟ่เก๋ๆ ซ่อนตัวอยู่ในตึกโบราณอีกด้วยครับ จะแวะจิบกาแฟหรือหามุมถ่ายรูปชิคๆ ก็มีให้เลือกเพียบ บรรยากาศตอนกลางวันที่แสงแดดส่องลงมากระทบกำแพงปูนเก่าๆ มันได้อารมณ์สวยคลาสสิคมากเลยครับ
แวะมาเติมชากันก่อนออกเดินทางต่อ
ออกจากคาเฟ่ ก็ไปกันต่อที่ตึกเก่าที่อยู่ข้างๆ กันเลยครับ
ด้านข้างตึก ที่ไม่มีคนเดินมาถ่ายเลย
มุมด้านหลังก็สวยมากครับ ไม่มีคนเดินมาเหมือนกัน
เถิบมาอีกหน่อยก็จะมีตึกหินโบราณ
ที่นี่สวยนะ
ดูลึกลับดี
แสงลงพอดีเลย
รูปนี้โฟกัสไม่เข้า แต่รู้สึกชอบ
ได้เวลาออกเดินทางกันต่อแล้วครับ
จากท่าแร่ เรามุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองสกลนครครับ เส้นทางนี้เราไม่ได้เร่งรีบเหมือนเดิม เจอที่ไหนน่าสนใจก็แวะ อาศัยดูป้ายข้างทางเอา ผมชอบพูดกับแฟนบ่อยๆ เวลาเราเดินทางด้วยกันว่า
'ปล่อยให้โชคชะตานำทางเราไปเรื่อยๆ'
ตอนแรกแฟนผมเขาก็ขำครับ นึกว่าผมจำประโยคมาจากหนังเรื่องไหนแล้วพูดเล่นเอาเท่ไปงั้นเอง แต่ในใจผมหมายความแบบนั้นจริงๆ ครับ ถึงแม้ตอนนี้เราจะยังทำไม่ได้ 100% เพราะลึกๆ เรายังต้องตั้งจุดหมายเพราะเรามีเวลาจำกัด แต่ผมก็หวังว่าสักวันเราจะสามารถเดินทางได้แบบ 'ไร้จุดหมาย' ได้จริงๆ เพราะความตื่นเต้นที่สุดของการเดินทาง คือการได้เจออะไรที่ไม่คาดฝันโดยที่ไม่ได้ตั้งใจมาดูนี่แหละครับ
เรามาต่อกันที่วัดถ้ำผาแด่นครับ เห็นป้ายเค้าชี้มา เราก็เลยลองมา
"ลมส่า" คืออะไรครับ ใช่ลมพัดหรือป่าวครับ
ได้เวลาเดินขึ้นอีกแล้ววว
เห็นภาพนี้แล้วทำให้นึกถึงเหตุการณ์นึงครับ
ระหว่างทางมีเรื่องให้ตื่นเต้นครับ คือตอนที่ผมกำลังเดินซึมซับบรรยากาศอยู่นั้น ดันเผลอเดินไปตัดหน้ากล้อง Creator ท่านหนึ่งเข้า คือเขากำลังตั้งกล้องถ่ายวิดีโอแบบจริงจังอยู่เลย ผมกับแฟนก็รีบขอโทษ แต่ดูเหมือนพี่เขาจะเสียจังหวะ สีหน้าดูไม่โอเคอย่างแรงเลย
แอบรู้สึกผิดนิดๆ นะครับที่ไปขัดจังหวะการทำงานของเขา แต่พี่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร แค่เก็บของเดินทำหน้าโกรธออกไป... ก็ต้องขออภัยผ่านตรงนี้ด้วยจริงๆ ครับ เจตนาเราแค่อยากจะเดินชิลล์ดูวิวเฉยๆ ไม่ทันได้สังเกตจริงๆ ว่ากล้องตั้งอยู่มุมไหน ถือเป็นบทเรียนเล็กๆ ว่าคราวหลังจะเดินเข้ามุมไหนต้องเหลียวซ้ายแลขวาให้ดีกว่าเดิมครับ 555+
การเดินทางรอบนี้เจอ Creator เยอะจริงๆ ครับ
ถ้าเป็นมือเก๋าเค้าจะยิ้มแย้มแจ่มใสมากครับ
ออกเดินทางกันต่อดีกว่า
ปล่อยให้โชคชะตานำทาง" บางทีก็พามาเจอของแรร์แบบไม่ทันตั้งตัวจริงๆ ครับ 555+
วัดพระธาตุดุม
นี่ถ้าคนไม่ได้อินเรื่องประวัติศาสตร์หรือโบราณคดีมาเห็น ก็อาจจะรู้สึกว่า "เอ๊ะ มีแค่นี้จริงๆ เหรอ" สำหรับเราที่ไม่ได้รู้เรื่องประวัติศาสตร์เลย ก็งงๆ เล็กน้อยครับ ใครอยากรู้เพิ่มเติมไปหาจาก google ได้เลยครับ
สถานีต่อไปของเราคือการเข้าที่พักในตัวเมืองสกลนครครับ บอกเลยว่าการได้กลับมาเอนหลัง อาบน้ำ ในที่พักมันคือการรีเซ็ตตัวเองที่ดีมากครับ นั่งเช็กรูปในกล้องไปพลางๆ พักขาที่เริ่มล้าไปบ้างจากการเดินมาทั้งวัน เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับ Highlight ที่สุดของคืนนี้ นั่นคือการออกไปชม
เทศกาลแห่ดาว
ที่เขาการันตีว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย!
ต่อในคอมเมนต์ครับ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
อ่านความคิดเห็นทั้งหมด
หน้า:
หน้า
จาก
บนสุด
ล่างสุด
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
บันทึกการเดินทาง EP.18-8 ณ จ.สกลนคร
25.12.2568
Merry Christmas ครับทุกคน! 🎄✨
วันนี้พิเศษมาก เพราะผมจะพาไปเที่ยวงานที่บอกตามตรงเลยว่า 'ไม่เคยรู้จักและไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย' จนกระทั่งเมื่อ 2 วันที่แล้วที่พี่เจ้าของโรงแรมแนะนำมานี่แหละครับ
มันน่าแปลกใจอยู่นะครับที่งานใหญ่ระดับจังหวัดขนาดนี้ แถมเป็นเทศกาลสำคัญของชาวสกลนครทั้งเมือง แต่พวกเราสองคนกลับมองข้ามไปได้ยังไงตั้งนาน แต่พอได้เอาตัวเองมาอยู่ที่นี่จริงๆ บอกเลยว่า 'ไม่ผิดหวังเลยครับ' เป็นความสวยงามที่เหนือความคาดหมาย และทำให้วันคริสต์มาสปีนี้ของพวกเรากลายเป็นปีที่น่าจดจำที่สุดครั้งหนึ่งเลย
พร้อมจะไปดูความอลังการของ 'ดวงดาวบนดิน' ในตัวเมืองสกลนครกับพวกเราหรือยังครับ? ไปลุยกันเลยยยย!
เช้านี้เราเช็คเอาท์ออกจากที่พักที่ประทับใจที่สุดในทริป เพื่อมาเติมพลังกันที่ร้าน 'ข้าวเปียกโบราณฟรานซิสโก' ครับ แค่เห็นชื่อร้านกับตัวตึกเก่าสไตล์ฝรั่งเศสผสมเวียดนาม ก็สัมผัสได้ถึงความคลาสสิกแล้ว บรรยากาศในร้านดูอบอุ่นและได้ฟีลเมืองเก่าจริงๆ ใครมาท่าแร่แล้วอยากสัมผัสรสชาติดั้งเดิมในบรรยากาศเท่ๆ ต้องแวะมาร้านนี้เลยครับ
บริเวณนี้ยังมีตึกเก่าทรงคลาสสิกสไตล์ฝรั่งเศส-เวียดนามให้เดินถ่ายรูปเยอะมากครับ ใครที่เป็นสายสตรีทหรือชอบสถาปัตยกรรมแบบวินเทจมาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน ตัวตึกแต่ละหลังมีร่องรอยของประวัติศาสตร์ที่ดูเท่แบบไม่ต้องปรุงแต่งอะไรมากเลย
แถมยังมีคาเฟ่เก๋ๆ ซ่อนตัวอยู่ในตึกโบราณอีกด้วยครับ จะแวะจิบกาแฟหรือหามุมถ่ายรูปชิคๆ ก็มีให้เลือกเพียบ บรรยากาศตอนกลางวันที่แสงแดดส่องลงมากระทบกำแพงปูนเก่าๆ มันได้อารมณ์สวยคลาสสิคมากเลยครับ
ออกจากคาเฟ่ ก็ไปกันต่อที่ตึกเก่าที่อยู่ข้างๆ กันเลยครับ
เถิบมาอีกหน่อยก็จะมีตึกหินโบราณ
ระหว่างทางมีเรื่องให้ตื่นเต้นครับ คือตอนที่ผมกำลังเดินซึมซับบรรยากาศอยู่นั้น ดันเผลอเดินไปตัดหน้ากล้อง Creator ท่านหนึ่งเข้า คือเขากำลังตั้งกล้องถ่ายวิดีโอแบบจริงจังอยู่เลย ผมกับแฟนก็รีบขอโทษ แต่ดูเหมือนพี่เขาจะเสียจังหวะ สีหน้าดูไม่โอเคอย่างแรงเลย
แอบรู้สึกผิดนิดๆ นะครับที่ไปขัดจังหวะการทำงานของเขา แต่พี่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร แค่เก็บของเดินทำหน้าโกรธออกไป... ก็ต้องขออภัยผ่านตรงนี้ด้วยจริงๆ ครับ เจตนาเราแค่อยากจะเดินชิลล์ดูวิวเฉยๆ ไม่ทันได้สังเกตจริงๆ ว่ากล้องตั้งอยู่มุมไหน ถือเป็นบทเรียนเล็กๆ ว่าคราวหลังจะเดินเข้ามุมไหนต้องเหลียวซ้ายแลขวาให้ดีกว่าเดิมครับ 555+ การเดินทางรอบนี้เจอ Creator เยอะจริงๆ ครับ ถ้าเป็นมือเก๋าเค้าจะยิ้มแย้มแจ่มใสมากครับ
ออกเดินทางกันต่อดีกว่า
ปล่อยให้โชคชะตานำทาง" บางทีก็พามาเจอของแรร์แบบไม่ทันตั้งตัวจริงๆ ครับ 555+
วัดพระธาตุดุม นี่ถ้าคนไม่ได้อินเรื่องประวัติศาสตร์หรือโบราณคดีมาเห็น ก็อาจจะรู้สึกว่า "เอ๊ะ มีแค่นี้จริงๆ เหรอ" สำหรับเราที่ไม่ได้รู้เรื่องประวัติศาสตร์เลย ก็งงๆ เล็กน้อยครับ ใครอยากรู้เพิ่มเติมไปหาจาก google ได้เลยครับ
สถานีต่อไปของเราคือการเข้าที่พักในตัวเมืองสกลนครครับ บอกเลยว่าการได้กลับมาเอนหลัง อาบน้ำ ในที่พักมันคือการรีเซ็ตตัวเองที่ดีมากครับ นั่งเช็กรูปในกล้องไปพลางๆ พักขาที่เริ่มล้าไปบ้างจากการเดินมาทั้งวัน เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับ Highlight ที่สุดของคืนนี้ นั่นคือการออกไปชม เทศกาลแห่ดาว ที่เขาการันตีว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย!
ต่อในคอมเมนต์ครับ