บันทึกการเดินทาง EP.18-8 ณ จ.สกลนคร



25.12.2568

Merry Christmas ครับทุกคน! 🎄✨
วันนี้พิเศษมาก เพราะผมจะพาไปเที่ยวงานที่บอกตามตรงเลยว่า 'ไม่เคยรู้จักและไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย' จนกระทั่งเมื่อ 2 วันที่แล้วที่พี่เจ้าของโรงแรมแนะนำมานี่แหละครับ

มันน่าแปลกใจอยู่นะครับที่งานใหญ่ระดับจังหวัดขนาดนี้ แถมเป็นเทศกาลสำคัญของชาวสกลนครทั้งเมือง แต่พวกเราสองคนกลับมองข้ามไปได้ยังไงตั้งนาน แต่พอได้เอาตัวเองมาอยู่ที่นี่จริงๆ บอกเลยว่า 'ไม่ผิดหวังเลยครับ' เป็นความสวยงามที่เหนือความคาดหมาย และทำให้วันคริสต์มาสปีนี้ของพวกเรากลายเป็นปีที่น่าจดจำที่สุดครั้งหนึ่งเลย
พร้อมจะไปดูความอลังการของ 'ดวงดาวบนดิน' ในตัวเมืองสกลนครกับพวกเราหรือยังครับ? ไปลุยกันเลยยยย!

เช้านี้เราเช็คเอาท์ออกจากที่พักที่ประทับใจที่สุดในทริป เพื่อมาเติมพลังกันที่ร้าน 'ข้าวเปียกโบราณฟรานซิสโก' ครับ แค่เห็นชื่อร้านกับตัวตึกเก่าสไตล์ฝรั่งเศสผสมเวียดนาม ก็สัมผัสได้ถึงความคลาสสิกแล้ว บรรยากาศในร้านดูอบอุ่นและได้ฟีลเมืองเก่าจริงๆ ใครมาท่าแร่แล้วอยากสัมผัสรสชาติดั้งเดิมในบรรยากาศเท่ๆ ต้องแวะมาร้านนี้เลยครับ


เด็กร้านนี้บริการดีมากครับ



ระหว่างรออาหาร แนะนำให้ถ่ายรูปเล่นก่อนครับ






มาแย้วววว





อิ่มแล้ว เช็คบิลเตรียมออกเดินทางกันต่อ

บริเวณนี้ยังมีตึกเก่าทรงคลาสสิกสไตล์ฝรั่งเศส-เวียดนามให้เดินถ่ายรูปเยอะมากครับ ใครที่เป็นสายสตรีทหรือชอบสถาปัตยกรรมแบบวินเทจมาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน ตัวตึกแต่ละหลังมีร่องรอยของประวัติศาสตร์ที่ดูเท่แบบไม่ต้องปรุงแต่งอะไรมากเลย
แถมยังมีคาเฟ่เก๋ๆ ซ่อนตัวอยู่ในตึกโบราณอีกด้วยครับ จะแวะจิบกาแฟหรือหามุมถ่ายรูปชิคๆ ก็มีให้เลือกเพียบ บรรยากาศตอนกลางวันที่แสงแดดส่องลงมากระทบกำแพงปูนเก่าๆ มันได้อารมณ์สวยคลาสสิคมากเลยครับ


แวะมาเติมชากันก่อนออกเดินทางต่อ














ออกจากคาเฟ่ ก็ไปกันต่อที่ตึกเก่าที่อยู่ข้างๆ กันเลยครับ








ด้านข้างตึก ที่ไม่มีคนเดินมาถ่ายเลย








มุมด้านหลังก็สวยมากครับ ไม่มีคนเดินมาเหมือนกัน





เถิบมาอีกหน่อยก็จะมีตึกหินโบราณ


ที่นี่สวยนะ

ดูลึกลับดี





แสงลงพอดีเลย



รูปนี้โฟกัสไม่เข้า แต่รู้สึกชอบ






ได้เวลาออกเดินทางกันต่อแล้วครับ

จากท่าแร่ เรามุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองสกลนครครับ เส้นทางนี้เราไม่ได้เร่งรีบเหมือนเดิม เจอที่ไหนน่าสนใจก็แวะ อาศัยดูป้ายข้างทางเอา ผมชอบพูดกับแฟนบ่อยๆ เวลาเราเดินทางด้วยกันว่า 'ปล่อยให้โชคชะตานำทางเราไปเรื่อยๆ' ตอนแรกแฟนผมเขาก็ขำครับ นึกว่าผมจำประโยคมาจากหนังเรื่องไหนแล้วพูดเล่นเอาเท่ไปงั้นเอง แต่ในใจผมหมายความแบบนั้นจริงๆ ครับ ถึงแม้ตอนนี้เราจะยังทำไม่ได้ 100% เพราะลึกๆ เรายังต้องตั้งจุดหมายเพราะเรามีเวลาจำกัด แต่ผมก็หวังว่าสักวันเราจะสามารถเดินทางได้แบบ 'ไร้จุดหมาย' ได้จริงๆ เพราะความตื่นเต้นที่สุดของการเดินทาง คือการได้เจออะไรที่ไม่คาดฝันโดยที่ไม่ได้ตั้งใจมาดูนี่แหละครับ


เรามาต่อกันที่วัดถ้ำผาแด่นครับ เห็นป้ายเค้าชี้มา เราก็เลยลองมา





"ลมส่า" คืออะไรครับ  ใช่ลมพัดหรือป่าวครับ


ได้เวลาเดินขึ้นอีกแล้ววว
















เห็นภาพนี้แล้วทำให้นึกถึงเหตุการณ์นึงครับ

ระหว่างทางมีเรื่องให้ตื่นเต้นครับ คือตอนที่ผมกำลังเดินซึมซับบรรยากาศอยู่นั้น ดันเผลอเดินไปตัดหน้ากล้อง Creator ท่านหนึ่งเข้า คือเขากำลังตั้งกล้องถ่ายวิดีโอแบบจริงจังอยู่เลย ผมกับแฟนก็รีบขอโทษ แต่ดูเหมือนพี่เขาจะเสียจังหวะ สีหน้าดูไม่โอเคอย่างแรงเลย
แอบรู้สึกผิดนิดๆ นะครับที่ไปขัดจังหวะการทำงานของเขา แต่พี่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร แค่เก็บของเดินทำหน้าโกรธออกไป... ก็ต้องขออภัยผ่านตรงนี้ด้วยจริงๆ ครับ เจตนาเราแค่อยากจะเดินชิลล์ดูวิวเฉยๆ ไม่ทันได้สังเกตจริงๆ ว่ากล้องตั้งอยู่มุมไหน ถือเป็นบทเรียนเล็กๆ ว่าคราวหลังจะเดินเข้ามุมไหนต้องเหลียวซ้ายแลขวาให้ดีกว่าเดิมครับ 555+ การเดินทางรอบนี้เจอ Creator เยอะจริงๆ ครับ ถ้าเป็นมือเก๋าเค้าจะยิ้มแย้มแจ่มใสมากครับ

ออกเดินทางกันต่อดีกว่า




ปล่อยให้โชคชะตานำทาง" บางทีก็พามาเจอของแรร์แบบไม่ทันตั้งตัวจริงๆ ครับ 555+
วัดพระธาตุดุม นี่ถ้าคนไม่ได้อินเรื่องประวัติศาสตร์หรือโบราณคดีมาเห็น ก็อาจจะรู้สึกว่า "เอ๊ะ มีแค่นี้จริงๆ เหรอ" สำหรับเราที่ไม่ได้รู้เรื่องประวัติศาสตร์เลย ก็งงๆ เล็กน้อยครับ ใครอยากรู้เพิ่มเติมไปหาจาก google ได้เลยครับ

สถานีต่อไปของเราคือการเข้าที่พักในตัวเมืองสกลนครครับ บอกเลยว่าการได้กลับมาเอนหลัง อาบน้ำ ในที่พักมันคือการรีเซ็ตตัวเองที่ดีมากครับ นั่งเช็กรูปในกล้องไปพลางๆ พักขาที่เริ่มล้าไปบ้างจากการเดินมาทั้งวัน เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับ Highlight ที่สุดของคืนนี้ นั่นคือการออกไปชม เทศกาลแห่ดาว ที่เขาการันตีว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย!

ต่อในคอมเมนต์ครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่