ความนิ่งของคาร์ริก ท่ามกลางความวุ่นวาย คือสิ่งที่แมนฯ ยูไนเต็ดตามหา

ท่ามกลางความปั่นป่วนของเกมแมนฯ เฉือนฟูแลม 3-2 มีสิ่งหนึ่งที่เด่นชัดนั่นคือ “ความนิ่ง” ของ ไมเคิล คาร์ริค — ชัยชนะจากประตูช่วงทดเวลาของ เบนจามิน เซสโก ไม่ได้เป็นเพียงดรามาแบบ “เฟอร์กีไทม์” ยังเป็นหลักฐานว่า ความสงบและความกล้าของคาร์ริคกำลังเปลี่ยนทิศทางของทีม

ยูไนเต็ดดูเหมือนจะคว้าสามแต้มเมื่อขึ้นนำ 2-0 จาก คาเซมิโร และ มาเตอุส คุนญา แต่จุดโทษของ ราอูล ฆิเมเนซ นาที 85 ตามด้วยลูกตีเสมอสุดสวยของเควินในนาทีแรกของทดเวลา ทำให้ทุกอย่างเกือบพังทลาย อย่างไรก็ตาม นาทีที่ 94 เซสโกหมุนตัวยิงอย่างเฉียบคมจากการเปิดของ บรูโน แฟร์นันด์ส พาทีมพลิกกลับมาคว้าชัย 3-2

ประตูนี้เกิดจากการที่ยูไนเต็ดเลือก “เล่นเพื่อชนะ” ไม่ใช่ประคองผลเสมอ และรากฐานของการตัดสินใจนั้นมาจากความเยือกเย็นของคาร์ริค ตลอดสามเกมแรกในฐานะเฮดโค้ชชั่วคราว เขาพาทีมชนะแมนฯ ซิตี้, อาร์เซนอล และฟูแลม

หลายคนพูดถึงการฟื้นคืน “ดีเอ็นเอ” ของสโมสร แต่ความจริงคือคาร์ริคได้กำจัดความสับสนที่เกิดขึ้นในยุคของ รูเบน อโมริม และทำทุกอย่างให้เรียบง่ายขึ้น ตัวอย่างชัดคือการเปลี่ยนตัวแบบตำแหน่งต่อตำแหน่ง เมื่อเขาถอดคุนญาออกแล้วส่งเซสโกลงแทน ซึ่งเป็นสิ่งที่อโมริมแทบไม่ทำ และผลลัพธ์คือประตูชัย

ภาพเดิมเกิดขึ้นในเกมชนะอาร์เซนอล 3-2 คราวนั้นคุนญาลงมาแทน ไบรอัน เอ็มเบอูโม และเป็นคนยิงประตูตัดสิน นี่คือหลักคิดพื้นฐานของคาร์ริค — เปลี่ยนเพื่อเพิ่มพลังเกมรุก ไม่ใช่เพื่อถอยไปตั้งรับ

แม้ในเกมกับฟูแล่ม เขาเพิ่งเปลี่ยนไลน์อัพครั้งแรกจากอาการบาดเจ็บของ แพทริก ดอร์กู ที่คาดว่าจะพัก 10 สัปดาห์ แต่คาร์ริคไม่แตะต้องระบบ เพียงขยับคุนญาไปยืนฝั่งซ้ายของสามแนวรุกแทนตำแหน่งเดิม นี่คือความเรียบง่ายที่นักเตะเข้าใจทันที

เขายังยึดแบ็กโฟร์ชุดเดิม ต่างจากอโมริมที่ใช้หลังสามแทบตลอด 63 นัด และวางกองกลางคู่ คาเซมิโร–ค็อบบี ไมนู อย่างต่อเนื่อง ไมนูกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นโดดเด่นที่สุด ทั้งที่ฤดูกาลนี้อโมริมไม่เคยส่งดาวรุ่งวัย 20 ปีลงตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเลย การดึงไมนูมาคุมเกมรับทำให้บรูโน แฟร์นันด์สได้กลับไปเล่นหมายเลข 10 ในตำแหน่งถนัด

อโมริมพยายามโยกบรูโนขึ้นลงตลอดในระบบ 3-4-3 แต่ไม่เคยหาจุดลงตัวได้ ความลังเลหรือความดื้อรั้นนั้นส่งผลเสียต่อทั้งกัปตันทีมและภาพรวม จนท้ายที่สุดกระทบตำแหน่งของตัวเขาเอง

ในแนวรุก คาร์ริคได้ประโยชน์จากการกลับมาของ เอ็มเบอูโม และ อาหมัด จากศึกแอฟคอน ทั้งคู่มีบทบาทสำคัญ และกำลังได้ผลจากแนวคิดใช้ผู้เล่นในตำแหน่งที่ดีที่สุด แทนการทดลองไม่รู้จบ

ตลอดช่วงเวลาของอโมริม ยูไนเต็ดต้องอยู่กับความแปลกประหลาด ทั้งการเปลี่ยนตัวตลอดเวลา ความยืดหยุ่นเชิงแท็กติกที่แทบไม่มี และนิสัยเปลี่ยนกองหลังในครึ่งหลังเมื่อทีมโดนกดดัน ผลคือผู้เล่นลงสนามด้วยความไม่แน่นอน และผลงานย่ำแย่ตามมา

คาร์ริคเลือกเส้นทางตรงข้าม แม้จะดูขัดกับฟุตบอลยุคข้อมูลและทีมแพทย์ครอบงำ แต่ผลลัพธ์กำลังพิสูจน์ว่าได้ผล ยูไนเต็ดเล่นด้วยอิสระ ความมั่นใจ และคว้าผลการแข่งขันที่แทบเป็นไปไม่ได้ในยุคก่อน

เขายังกล้าพอที่จะเสี่ยงเพื่อชัยชนะ การเปลี่ยนตัวกองหน้าด้วยกองหน้าอาจดูพื้นฐาน แต่โค้ชจำนวนมากเลือกเล่นปลอดภัย คาร์ริคกำลังบอกว่าเขา “เชื่อใจ” นักเตะให้ทั้งรุกและรับอย่างสมดุล — ความเชื่อใจที่ดูเหมือนไม่เคยมีในช่วง 14 เดือนของอโมริม

คาร์ริคกำลังเดินหน้าเต็มตัวด้วยความเรียบง่ายและการยอมรับความเสี่ยง และนั่นคือเหตุผลที่ฟอร์มของยูไนเต็ดกำลังพุ่งขึ้น ท่ามกลางความวุ่นวายที่ไม่มีวันหายไปจากสโมสรแห่งนี้ ความนิ่งของชายคนหนึ่งอาจเป็นคำตอบที่แฟนปีศาจแดงรอคอยมานาน

เรียบเรียงจากบทความของ Andy Davies, ESPN
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่