Hacksaw Ridge : หนังสงครามที่มากกว่าแค่แอ็คชั่นดิบๆ แต่มันคือเรื่องราวของศรัทธาที่แข็งแกร่งเกินกว่ากระสุน!


: Hacksaw Ridge : หนังสงครามที่มากกว่าแค่แอ็คชั่นดิบๆ แต่มันคือเรื่องราวของศรัทธาที่แข็งแกร่งเกินกว่ากระสุน!

สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาว Pantip ที่รักการดูหนังทุกท่าน วันนี้ผมมีหนังดีที่อยากจะมาเล่าให้ฟัง เป็นเรื่องที่ดูจบแล้วอิ่มเอมใจแบบแปลกๆ ปนกับความรู้สึกฮึกเหิมไปพร้อมๆ กัน นั่นก็คือเรื่อง Hacksaw Ridge ของปี 2016 ครับ ใครที่ชอบหนังสงครามดุเดือดเลือดพล่านอาจจะคิดว่าเรื่องนี้ก็คงเหมือนๆ กัน แต่ขอบอกเลยว่าคิดผิดถนัดครับ เพราะเรื่องนี้มันมีอะไรมากกว่านั้นเยอะเลย

อย่างแรกที่ต้องพูดถึงเลยคือตัวเอกของเรื่องครับ เดสมอนด์ ดอส รับบทโดย แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ นี่แหละครับ คือหัวใจหลักของหนังเลย ตัวละครนี้เป็นคนที่มีความเชื่อทางศาสนาที่แรงกล้ามากๆ ครับ เป็นพยานพระยะโฮวา (Seventh-day Adventist) ซึ่งตามความเชื่อของเขาคือการไม่ฆ่าคน และไม่พกอาวุธใดๆ ทั้งสิ้นในยามสงคราม ซึ่งมันเป็นอะไรที่ขัดแย้งสุดๆ กับการที่จะต้องไปเป็นทหารในสงครามโลกครั้งที่สองอันโหดร้าย

ฉากที่ทำให้ผมนึกถึงเลยคือช่วงที่เขาต้องเข้ากรมไปฝึกทหารนี่แหละครับ ต้องบอกว่าทหารเกณฑ์สมัยนั้นนี่เจออะไรโหดๆ เยอะมากครับ แต่เดสมอนด์นี่เจอหนักกว่าเพื่อนอีก เพราะนอกจากจะต้องฝึกความอดทนทางร่างกายแล้ว เขายังต้องเผชิญกับการกดดันจากเพื่อนทหารด้วยกันเอง จากครูฝึกที่มองว่าเขาเป็นตัวประหลาด เป็นคนขี้ขลาด ไม่ยอมจับปืน ไม่ยอมฝึกยิงปืน แถมยังโดนรุมทำร้ายอีกต่างหาก แต่นั่นแหละครับ สิ่งที่ทำให้ผมทึ่งคือเขายังคงยืนหยัดในความเชื่อของตัวเองได้ ไม่หวั่นไหวไปกับแรงกดดันรอบข้างเลย มันแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งทางจิตใจที่น่าทึ่งจริงๆ ครับ

มาถึงช่วงที่เป็นไฮไลท์ของเรื่องจริงๆ คือฉากการรบที่โอกินาวาครับ ที่นี่แหละครับคือ "Hacksaw Ridge" ที่เป็นชื่อเรื่อง ที่นี่คือสมรภูมิที่โหดร้ายที่สุดแห่งหนึ่งในสงครามแปซิฟิก ภาพที่ออกมาคือดิบ เถื่อน และสมจริงมากๆ ครับ ระเบิดตูมตาม เสียงปืนดังสนั่น เลือดสาดกระเซ็น ชนิดที่ว่าดูแล้วแทบจะรู้สึกได้ถึงกลิ่นควันปืนเลยครับ เมล กิบสัน ผู้กำกับเรื่องนี้แกเก่งเรื่องการสร้างฉากสงครามให้สมจริงมากๆ ครับ ดูแล้วลุ้นตาม หวาดเสียวตาม จนแทบจะนั่งไม่ติดเบาะ

แต่ท่ามกลางความตายและความโหดร้ายนั้นเอง เดสมอนด์ ดอส ได้แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญที่แท้จริงของเขาครับ เขาไม่ได้ถือปืนเพื่อยิงใคร แต่เขาถือชีวิตของเพื่อนทหารไว้ในมือ เขาปฏิเสธที่จะทิ้งใครไว้ข้างหลัง แม้แต่คนเดียว! ฉากที่เขาวิ่งฝ่าดงกระสุนเข้าไปช่วยเพื่อนทหารที่บาดเจ็บ กลับมาทีละคน ทีละคน โดยที่เขาไม่มีอาวุธป้องกันตัวเลยแม้แต่น้อย มันเป็นภาพที่ทรงพลังมากๆ ครับ มันไม่ใช่ความกล้าแบบบ้าบิ่น แต่มันคือความกล้าที่เกิดจากความรักเพื่อน ความเมตตา และความเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองทำ

ผมดูฉากที่เขาแบกเพื่อนทหารลงจากเนินเขาไปอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังระงมรอบตัวแล้วน้ำตาผมจะไหล มันอธิบายไม่ได้จริงๆ ครับว่าทำไมคนคนหนึ่งถึงสามารถทำอะไรที่มันเหลือเชื่อขนาดนี้ได้ มันคือปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นจริงๆ ครับในสงครามครั้งนั้น

สิ่งที่ทำให้ผมประทับใจอีกอย่างคือการเล่าเรื่องของหนังครับ มันไม่ได้มีแค่ฉากสงครามอย่างเดียว แต่มีการย้อนกลับไปเล่าเรื่องราวความรักของเดสมอนด์กับโดโรธี ภรรยาของเขา ซึ่งเป็นเหมือนแสงสว่างและความหวังให้กับเขาในเวลาที่ยากลำบาก การเล่าเรื่องแบบนี้มันช่วยให้เราเข้าใจตัวละครเดสมอนด์ได้มากขึ้น รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ผลักดันให้เขากล้าหาญและยืนหยัดในสิ่งที่เขาเชื่อ

การแสดงของแอนดรูว์ การ์ฟิลด์ นี่ต้องยกนิ้วให้เลยครับ เขาถ่ายทอดความเป็นเดสมอนด์ ดอส ออกมาได้อย่างน่าเชื่อถือมากๆ ครับ ทั้งความอ่อนโยน ความมุ่งมั่น และความกล้าหาญที่ซ่อนอยู่ข้างใน ดูแล้วรู้สึกอินไปกับตัวละครของเขาจริงๆ ครับ นักแสดงสมทบคนอื่นๆ ก็แสดงได้ดีเช่นกัน ทำให้ภาพรวมของหนังออกมาสมบูรณ์แบบ

สำหรับใครที่อาจจะกังวลว่าหนังสงครามมันจะดูยาก ดูแล้วเครียดไปหมด ผมอยากจะบอกว่า Hacksaw Ridge ไม่ใช่แค่หนังที่ทำให้เราตกใจกับความรุนแรงของสงคราม แต่มันคือหนังที่ทำให้เราเห็นถึงพลังของจิตใจมนุษย์ครับ เห็นถึงความสำคัญของความเชื่อ ศรัทธา และการไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ

มันเป็นเรื่องราวที่สอนให้เรารู้ว่า ความกล้าหาญที่แท้จริงอาจไม่ได้มาจากการถือปืน แต่มาจากการที่เรายืนหยัดเพื่อสิ่งที่ถูกต้อง แม้ว่าโลกทั้งใบจะต่อต้านเราก็ตามครับ เดสมอนด์ ดอส คือตัวอย่างที่ชัดเจนของสิ่งนี้

สรุปแล้ว Hacksaw Ridge เป็นหนังสงครามที่ผมอยากแนะนำให้ทุกคนได้ดูกันครับ ไม่ใช่แค่คอหนังสงครามนะ แต่สำหรับใครที่กำลังรู้สึกท้อแท้ หรือกำลังเผชิญกับปัญหาอะไรอยู่ หนังเรื่องนี้อาจจะเป็นแรงบันดาลใจชั้นดีให้คุณได้เลยครับ มันเป็นหนังที่ดูจบแล้วจะทำให้คุณรู้สึกดีกับความเป็นมนุษย์ และศรัทธาในสิ่งดีๆ ที่มีอยู่ในโลกใบนี้ครับ

ผมให้คะแนนเรื่องนี้เต็ม 10 เลยครับ! ใครดูแล้วมาคุยกันนะครับ ว่ารู้สึกยังไงกันบ้าง!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่