"ช่วงนี้เห็นเวทีปราศรัยที่เน้นแต่การปลุกเร้าอารมณ์ ตะโกนวาทกรรม สร้างอุปาทานหมู่เหมือนเชียร์มวยหรือคอนเสิร์ต แล้วผมรู้สึก
'ไม่อิน' เลยครับ
เหมือนกำลังดู Life Coach หรือนักธุรกิจขายตรงขายฝันมากกว่าดูแคนดิเดตผู้นำประเทศ
ผมอาจจะเป็นคนส่วนน้อยหรือเปล่า? ที่โหยหาการดีเบตแบบ
'กุนซือยุคสามก๊ก' ที่สู้กันด้วยไหวพริบ ด้วยแผนงาน (Policy) ด้วยตรรกะเหตุผล (Logic) และวาทศิลป์ที่เชือดเฉือนด้วยปัญญา ไม่ใช่ด้วยคำหยาบหรือการบูลลี่
มีใครเป็นเหมือนผมไหมครับ? ที่รู้สึกว่าตัวเองมี
'ภูมิคุ้มกัน' ต่อวาทกรรมปลุกใจพวกนี้ ฟังแล้วไม่คล้อยตาม ไม่ฮึกเหิม แต่มองเห็นทะลุไปถึงความกลวงข้างใน หรือว่าการเมืองไทยเรากำลังถอยหลังลงคลอง จากการขาย 'นโยบาย' กลายเป็นการขาย 'ความสะใจ' ไปแล้วครับ?"
ทำไมเวทีหาเสียงยุคนี้ถึงกลายเป็น "เวทีขายตรง" แทนที่จะเป็น "สภาขุนนาง"? ...ผมคิดถึงการประลองปัญญาแบบยุคสามก๊กครับ
เหมือนกำลังดู Life Coach หรือนักธุรกิจขายตรงขายฝันมากกว่าดูแคนดิเดตผู้นำประเทศ
ผมอาจจะเป็นคนส่วนน้อยหรือเปล่า? ที่โหยหาการดีเบตแบบ 'กุนซือยุคสามก๊ก' ที่สู้กันด้วยไหวพริบ ด้วยแผนงาน (Policy) ด้วยตรรกะเหตุผล (Logic) และวาทศิลป์ที่เชือดเฉือนด้วยปัญญา ไม่ใช่ด้วยคำหยาบหรือการบูลลี่
มีใครเป็นเหมือนผมไหมครับ? ที่รู้สึกว่าตัวเองมี 'ภูมิคุ้มกัน' ต่อวาทกรรมปลุกใจพวกนี้ ฟังแล้วไม่คล้อยตาม ไม่ฮึกเหิม แต่มองเห็นทะลุไปถึงความกลวงข้างใน หรือว่าการเมืองไทยเรากำลังถอยหลังลงคลอง จากการขาย 'นโยบาย' กลายเป็นการขาย 'ความสะใจ' ไปแล้วครับ?"