ความรู้สึกของการเป็น ตัวประหลาดในสังคม

ในวัยเด็กเรารู้สึกแตกแยกจากผู้อื่นมากๆ เรารู้สึกไม่เหมือนใคร รู้สึกว่าเราคือตัวประหลาดที่ตั้งคำถามกับทุกสิ่งบนโลก “ทำไมเราต้องไปเรียน ทำไมเราต้องมีชีวิต ทำไมเราถึงยังอยู่ ทำไมต้องกินข้าวมือขวา ถ้าเราถนัดซ้ายจะรู้สึกยังไง ถ้าเกิดมาเป็นคนขาวเสียงเราจะเป็นแบบไหน” เราเกิดมาโดยตั้งคำถามด้วยโศกนาฏกรรมทางความสัมพันธ์ของระบบอาวุโสอันโสมมและน่ารังเกียจ การถูกกดทับนั้นจะสร้างสองอย่างโดยประมาณ ถ้าไม่ใช่การตั้งคำถามที่จะนำไปสู่ความขบถ ก็คงจะเป็นการจำยอมที่ส่งผลไปในวัยรุ่นซึ่งจะนำไปสู่การเป็น people pleaser ในวัยผู้ใหญ่โชคดีเหลือเกินที่เราไม่กลายเป็นแบบนั้น

เราไม่เคยรู้สึกว่ามีเพื่อนจริงๆเลยสักครั้งในชีวิต รู้สึกว่าทุกคนนั้นต่างจากเรามากๆ เคยคิดว่านั้นเป็นที่เราไม่ปรับตัว แต่ตอนนี้รู้แล้วว่า ปัญหาคือการพยายามปรับตัว  เราไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนเลยถ้ามันต้องทำให้เราทอดทิ้งตนเอง เราไม่จำเป็นต้องมีความสัมพันธ์กับคนที่ทำให้เราต้องเปลี่ยนตัวเอง ทั้งเสียเวลาและสุขภาพจิต เราควรหาความสัมพันธ์ที่ทำให้เราต้องดิ้นรนที่จะเป็น ตัวของตัวเอง ถ้าความสัมพันธ์นั้นไม่ใช่เราจะตัดทิ้งทันที สิ่งที่เราเชื่อมาตลอดหลายจนวันนี้เรามีเพื่อน 5-6 คนที่รับเราได้จริงๆ ทุกคนแสดงออกถึงความให้เกียรติเรามากๆแม้เราจะไม่ทราบว่าในใจคิดอะไรอยู่ แต่นั้นก็ไม่ได้มีความหมายกับเรา ตราบใดที่เขาไม่หักหลังเรา ถึงเอาเข้าจริงถ้าถูกหักหลังอนนี้ก็คงไม่ได้อะไร เพราะมันก็เป็นธรรมชาตของมนุษย์

ต้องขอบคุณการกดทับจากระบบอาวุโสอย่างนีงคือการสร้าง empathy ให้กับตัวเรา ความเจ็บปวดในตอนนั้นมันก็มีข้อดีนะ เราเป็นคนแรกจะถูกทักหาที่เวลาใครเจออะไรสักอย่างที่มันกระทบต่อใจเขา เพราะเราค่อนข้างมีความสามารถในการสื่อสารและเข้าใจในตัวบุคคลที่มีความแตกต่างกันได้ ไม่ว่าสิ่งที่เขาจะเลือกกระทำมันจะผิดหลักศีลธรรมแคไหนเราก้จะไม่ไปตัดสินเพราะ เรามีสิทธิ์แค่สร้างกรอบศีลธรรมให้กับตนเองไม่ใช่คนอื่น


สุดท้ายนี้คนที่เราอยากขอบคุณมากๆก็คือ ผู้อ่านทั้งหมดครับ ขอบคุณครับผม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่