เราไปดูรถที่ศูนย์ซึ่งเป็นดีลเลอร์ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของค่ายรถยนต์ในขณะนั้น และตัดสินใจวางเงินจอง + ทำสัญญาเช่าซื้อปกติ โดยราคาที่ซื้อ เป็นราคาหลังหักส่วนลดตามโปรโมชั่นปกติที่ค่ายรถแห่งนี้จัดโปรโมชั่นอยู่ ไม่ได้ซื้อรถ test drive หรือ demo **เราซื้อและรับรถวันที่ 8 เม.ย.67** ในวันรับรถ เราไม่ได้ไปรับรถเอง แต่ให้คุณแม่ไปรับแทน และได้รับสมุดคู่มือรถของบริษัทระบุวันส่งมอบรถคือ 8 เม.ย.67 (ซึ่งตรงตามวันที่รับมอบรถ) หลังจากนั้นคุณแม่เป็นคนใช้รถและนำเข้าศูนย์บริการเอง โดยเราทำงานอยู่คนละที่ไม่ได้เห็นเอกสารใดใด พอถึงรอบเช็คระยะคุณแม่ไปเข้าศูนย์บริการทุกรอบตามเวลาเอง
รู้ได้ยังไง
จนกระทั่งต้นปีที่ผ่านมา เรากำลังเตรียมค่าใช้จ่ายสำหรับรถแต่ละคันว่าต้องเช็คระยะเมื่อไหร่ คุณแม่จึงส่งใบเสร็จที่เข้าเช็คระยะครั้งล่าสุดเมื่อ ต.ค.68 มาให้ทางไลน์ ซึ่งจริงๆแล้วจะต้องเข้าเช็คระยะรอบอายุรถ 1 ปีครึ่ง หรือ 30,000 กม. แต่รายการที่ปรากฏกลับดูเหมือนการเช็คระยะรอบอายุรถ 2 ปี หรือ 40,000 กม. มากกว่า เราจึงให้คุณแม่ถ่ายรูปสมุดคู่มือรถที่ระบุการเช็คระยะมาให้ดู ปรากฏว่า คุณแม่ได้นำรถเข้าเช็คระยะตรงตามเวลาทุกรอบ แม้ว่าจะใช้ไมล์น้อยมากก็ตาม แต่ในการเข้าเช็คระยะครั้งแรกนับจากวันที่ได้รับรถคือ รอบอายุรถ 6 เดือนหรือ 10,000 กม. ศูนย์บริการกลับไม่ได้เช็คระยะรอบอายุรถ 6 เดือนหรือ 10,000 กม. ให้ แต่กลับข้ามไปเช็คระยะรอบอายุรถ 1 ปีหรือ 20,000 กม.เลย ทั้งที่รถอายุ 6 เดือนและใช้งานเพียง 1,482 กม.เท่านั้น จึงทำให้พอเข้าเช็คระยะรอบ 1 ปีหรือ 20,000 กม. ศูนย์บริการก็จะเช็คระยะรอบ 1 ปีครึ่งหรือ 30,000 กม.ให้แทน ทบมาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบันที่ควรจะเข้าเช็คระยะรอบถัดไปในเดือน เม.ย.69 ที่ 2 ปีหรือ 40,000 กม. แต่ในสมุดคู่มือรถกลับระบุว่าเช็ครอบ 40,000 กม. ไปแล้ว และในการเช็คระยะครั้งหน้าจะเป็นรอบอายุ 2 ปีครึ่งหรือ 50,000 กม.!!! เท่ากับว่า ศูนย์บริการเช็คระยะรถของเราล่วงหน้าไป 6 เดือนตั้งแต่เข้าเช็คระยะครั้งแรก!! เราจึงคิดว่ารถมีความผิดปกติแล้ว
ทราบความจริง
เราโทรหาศูนย์บริการที่เข้าไปเช็คระยะ และได้รับแจ้งว่า 1.ศูนย์บริการที่ขายรถให้เราตอนนี้ปิดไปแล้วและเปลี่ยนเป็นศูนย์บริการนี้แทน 2.รถคันนี้ถูกตัดขายในระบบของบริษัทไปแล้วก่อนเราจะซื้อและรถคันนี้เริ่มมีการรับประกันไปแล้วตั้งแต่ 30 ก.ย.66 (เราซื้อและรับรถ 8 เม.ย.67) ขอให้เราติดต่อเซลส์และ สนง.ใหญ่ว่าจะรับผิดชอบลูกค้าเคสนี้อย่างไร พร้อมทั้งแจ้งว่า นี่คือสาเหตุที่เวลาเอารถเข้าเช็คระยะศูนย์บริการจะเช็คระยะเกินไป 6 เดือน เพราะเช็คตามข้อมูลในระบบและอายุรถในระบบที่มันเกินไป 6 เดือนจากอายุรถที่เราซื้อ
ร้องเรียน Call Center สนง.ใหญ่
วันที่ 13 ม.ค.69 เราร้องเรียนเรื่องทั้งหมดพร้อมส่งข้อมูลให้ CC สนง.ใหญ่ของค่ายรถ
วันที่ 14 ม.ค.69 CC แจ้งผลการพิจารณาข้อร้องเรียนว่า ค่ายรถยนต์จะไม่รับผิดชอบใดใดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะยังคงรับประกันตามระบบคือตั้งแต่ 30 ก.ย.66 แม้ว่าลูกค้าจะทำการซื้อและรับรถในเดือนแมษายน 2567 ก็ตาม ซึ่งจะทำให้รถคันนี้ที่ซื้อป้ายแดงได้รับประกันเพียง 4 ปี 6 เดือน มิใช่ 5 ปีหรือ100,000 กม. เช่นป้ายแดงทั่วไป นอกจากนี้ยังแจ้งว่า บริษัทจะไม่ขยายการรับประกันหรือเยียวยาใดใดแก่ลูกค้าในกรณีนี้ทั้งสิ้น เราได้สอบถาม CC ว่าในสมุดคู่มือที่ระบุวันส่งมอบรถคือ 8 เม.ย.67 ซึ่งเป็นเอกสารของที่ค่ายรถที่ส่งมอบให้เจ้าของรถ ทำไมถึงรับประกันให้เราตั้งแต่ 30 ก.ย.66 และได้รับคำตอบว่า ทาง สนง.ใหญ่ ไม่สนใจข้อมูลในกระดาษ จะดูเฉพาะข้อมูลในระบบเท่านั้น แม้ว่าจะเป็นเอกสารของค่ายรถที่ออกให้ลูกค้าเองก็ตาม // ใดใดคือข้อมูลในระบบเหล่านั้น ลูกค้าทุกรายไม่สามารถจะเข้าถึงและตรวจสอบได้ ถ้าศูนย์บริการไม่ดูให้และแจ้งให้ลูกค้าทราบ //เราจึงส่งอีเมล์ถึง CC อีกครั้งโดยขอให้แจ้งคำปฏิเสธที่ได้แจ้งกับเราด้วยวาจาเป็นลายลักษณ์อักษรทางอีเมล์ หรือ ยืนยันการรับประกันรถว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อใดถึงเมื่อใด แต่ไม่ได้รับการติดต่อใดใดจนถึง 22 ม.ค.69
ความคืบหน้า
23 ม.ค.69 CC ติดต่อมาหลังจากเงียบไป 7 วันทำการเต็มๆ เนื่องจากเมื่อคืนเราได้มีคนช่วยประสานเรื่องให้ และในวันเดียวกัน เราได้ไปยื่นหนังสือถึงผู้บริหารของค่ายรถและขอเข้าพบ แต่กลับมีเจ้าหน้าที่ CC ที่ปฏิเสธไม่รับผิดชอบเราในตอนแรกมารับหนังสือและคุยแทน โดยบอกว่าผู้บริหารไม่อยู่ และแจ้งว่า วันอังคารที่ 27 ม.ค.69 (วันนี้) จะแจ้งความคืบหน้า ในเบื้องต้นบริษัทบอกจะรับประกันให้ 5 ปีหรือ100,000กม. แต่ไม่สามารถรับผิดชอบอย่างอื่นได้อีก แต่เราขอให้สนง.ใหญ่พิจารณาเยียวยาลูกค้าที่ซื้อรถใหม่ป้ายแดงจากศูนย์ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของบริษัท เพราะผู้บริหารอาจจะอยากดูแลลูกค้าที่ซื้อรถของคุณ หรือเยียวยาลูกค้าที่โดนดีลเลอร์ที่ตัวเองแต่งตั้งทำแบบนี้ และใดใดคือเพื่อรักษาชื่อเสียงบริษัทให้บริษัทลองพิจารณาดู โดยเราไม่ได้ขอเปลี่ยนคันใหม่อะไรเลย แค่อยากได้การแสดงออกถึงความรับผิดชอบจากค่ายรถที่มากกว่าการรับประกัน (ที่ต้องได้ตามปกติแต่ค่ายรถก็ไม่ให้ในตอนแรก) ซึ่งในตอนแรก ผู้จัดการของแผนก CC ปฏิเสธว่าไม่ขอรับผิดชอบทุกกรณีเช่นกัน แต่เรายืนยันให้นำเรื่องนี้ไปเสนอผู้บริหารก่อน เพราะ CC ไม่มีอำนาจตัดสินใจหรือปฏิเสธลูกค้าทันที นอกจากนี้เรายังได้ถาม CC ว่าที่ปฏิเสธไม่รับประกันเราในตอนแรกทางโทรศัพท์ ปฏิเสธตามสัญญาข้อไหน หรือกฎหมายอะไร ทาง CC ตอบว่าไม่มี (แต่ปฏิเสธเราไปแล้วอย่างหนักแน่นว่าไม่รับผิดชอบได้ตามที่เล่าไปแล้ว)
ผลสรุป
ค่ายรถจะรับผิดชอบแค่ให้การรับประกัน 5 ปีหรือ 100,000 กม. และให้คูปอง 1 ใบ แทนที่ศูนย์เช็ครอบ 10,000 กม.ข้ามไปสำหรับเรา ส่วนการที่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น หรือเราต้องการความรับผิดชอบอย่างอื่น สนง.ใหญ่ ไม่สามารถรับผิดชอบได้ทุกกรณี
ประเด็นของที่อยากแชร์และเตือนคนซื้อรถป้ายแดง
1.ถึงแม้เราจะซื้อป้ายแดงจากศูนย์ ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของค่ายรถ ก็อาจถูกนำรถที่ตัดขายในระบบไปแล้วและเริ่มการรับประกันไปแล้วมาส่งมอบให้ลูกค้าเป็นป้ายแดงได้นะ เช่นเราเป็นต้น
2.และพอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ค่ายรถเจ้าของแบรนด์ รับผิดชอบแค่ให้ประกันรถเท่าที่ควรจะได้อยู่แล้วเท่านั้น (ซึ่งในตอนแรกก็ไม่ให้ด้วยซ้ำ เราไปไฟว้มา) ไม่ได้เยียวยาลูกค้า หรือชดเชยใดใดสักอย่าง ขอยกตัวอย่าง1.รถคันนี้ถูกขายไปในระบบและเริ่มรับประกันไปแล้วก่อนเอามาขายลูกค้า 6 เดือน เป็นรถเก่า เป็น demo หรือ test drive หรือเป็นอะไรก็ไม่รู้ ถูกทำอะไรมาบ้าง แม้ว่ารถจะใช้ได้ แต่มันใช่หรือป่าว เราซื้อรถป้ายแดงนะ 2. เราซื้อรถ เม.ย.67 ทำไมไม่ได้รถปี 67 แต่ได้รถที่ผลิตในเดือน ส.ค.66 (เราจ้างช่างมาช่วยตรวจแล้ว) และขายในระบบไปแล้วเดือน กย.66 3.ค่าเสื่อมของรถถ้าเราซื้อรถเม.ย.67 เราก็ควรจะรับรถและเริ่มมีค่าเสื่อมเมื่อเม.ย.67 ไม่ใช่ ก.ย.66 ไหนจะเรื่องปีของรถรถปี 2024 กับ 2023 เวลาขายต่อราคาก็ต่างกัน แบบว่าถ้าจะพูดว่าเสียหายอะไรบ้างจริงๆ คงมีอย่างอื่นอีกมั้ง
*****3.เหตุผลหลักๆที่ค่ายรถปฏิเสธลูกค้า คือ เราซื้อกับดีลเลอร์ ไม่ได้ซื้อกับค่ายรถโดยตรง จึงรับผิดชอบไม่ได้ แม้ว่าจะเป็นดีลเลอร์ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของค่ายรถเอง ในสมุดคู่มือรถ/การรับประกันที่แจกให้ลูกค้าก็ระบุเป็นค่ายรถ มิใช่ดีลเลอร์ แถมเวลาโฆษณาขายในทีวี ยูทูป จะบอกว่าพบกันได้แล้ววันนี้ ที่ xxx และโชว์รูมทั่วประเทศ (ซึ่งก็คือดีลเลอร์ของคุณ)
4.เคสของเรา มีเอกสารหลักฐานระบุวันซื้อขายชัดเจนว่า ซื้อและรับรถ เม.ย.67 และมีหลักฐานชัดเจนว่า ข้อมูลในระบบของค่ายรถระบุวันที่ขายไปก่อนล่วงหน้า ต่างจากเคสตัวรถชำรุดบกพร่อง เช่น เครื่องเสียงดัง เร่งไม่ขึ้น ที่ต้องไปพิสูจน์มากมาย แต่ของเราแค่เอกสารก็ชัดเลยว่าเอารถที่เคยขายไปแล้วมาส่งมอบขายให้ลูกค้าเป็นป้ายแดง แต่ชัดขนาดนี้ก็ยังไม่รับผิดชอบลูกค้าเลย ไม่อยากคิดว่า ถ้าใช้รถแล้วมีปัญหา ไม่ต้องถามหาความรับผิดชอบเลย
5.กรณีแบบเรา ลูกค้าจะไม่สามารถรู้ได้เลย เพราะในเล่มวันรับรถระบุวันส่งมอบตรง แต่ในระบบไม่ตรง เพราะขายไปแล้ว แล้วลูกค้าจะตรวจสอบ ณ วันรับรถยังไง คนซื้อรถใหม่ของยี่ห้อนี้คงต้องไปขอดูหน้าจอว่ารถตัวเองที่ซื้อป้ายแดงจากศูนย์เริ่มรับประกันไปหรือยัง หรือดูหน้าจออาจจะยังไม่พอรึป่าวก็ไม่รู้ ต้องเอาช่างมาตรวจรถป้ายแดงจากศูนย์ด้วยมั้ง ถ้าซื้อจากยี่ห้อนี้ เพราะลูกค้าซื้อรถป้ายแดงแล้วไม่ได้ป้ายแดงเหมือนยี่ห้ออื่น
เตือนภัย ซื้อรถใหม่ป้ายแดง แต่ศูนย์เอารถที่ถูกขายในระบบและเริ่มการรับประกันไปแล้ว 6 เดือนมาส่งมอบให้ !
รู้ได้ยังไง
จนกระทั่งต้นปีที่ผ่านมา เรากำลังเตรียมค่าใช้จ่ายสำหรับรถแต่ละคันว่าต้องเช็คระยะเมื่อไหร่ คุณแม่จึงส่งใบเสร็จที่เข้าเช็คระยะครั้งล่าสุดเมื่อ ต.ค.68 มาให้ทางไลน์ ซึ่งจริงๆแล้วจะต้องเข้าเช็คระยะรอบอายุรถ 1 ปีครึ่ง หรือ 30,000 กม. แต่รายการที่ปรากฏกลับดูเหมือนการเช็คระยะรอบอายุรถ 2 ปี หรือ 40,000 กม. มากกว่า เราจึงให้คุณแม่ถ่ายรูปสมุดคู่มือรถที่ระบุการเช็คระยะมาให้ดู ปรากฏว่า คุณแม่ได้นำรถเข้าเช็คระยะตรงตามเวลาทุกรอบ แม้ว่าจะใช้ไมล์น้อยมากก็ตาม แต่ในการเข้าเช็คระยะครั้งแรกนับจากวันที่ได้รับรถคือ รอบอายุรถ 6 เดือนหรือ 10,000 กม. ศูนย์บริการกลับไม่ได้เช็คระยะรอบอายุรถ 6 เดือนหรือ 10,000 กม. ให้ แต่กลับข้ามไปเช็คระยะรอบอายุรถ 1 ปีหรือ 20,000 กม.เลย ทั้งที่รถอายุ 6 เดือนและใช้งานเพียง 1,482 กม.เท่านั้น จึงทำให้พอเข้าเช็คระยะรอบ 1 ปีหรือ 20,000 กม. ศูนย์บริการก็จะเช็คระยะรอบ 1 ปีครึ่งหรือ 30,000 กม.ให้แทน ทบมาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบันที่ควรจะเข้าเช็คระยะรอบถัดไปในเดือน เม.ย.69 ที่ 2 ปีหรือ 40,000 กม. แต่ในสมุดคู่มือรถกลับระบุว่าเช็ครอบ 40,000 กม. ไปแล้ว และในการเช็คระยะครั้งหน้าจะเป็นรอบอายุ 2 ปีครึ่งหรือ 50,000 กม.!!! เท่ากับว่า ศูนย์บริการเช็คระยะรถของเราล่วงหน้าไป 6 เดือนตั้งแต่เข้าเช็คระยะครั้งแรก!! เราจึงคิดว่ารถมีความผิดปกติแล้ว
ทราบความจริง
เราโทรหาศูนย์บริการที่เข้าไปเช็คระยะ และได้รับแจ้งว่า 1.ศูนย์บริการที่ขายรถให้เราตอนนี้ปิดไปแล้วและเปลี่ยนเป็นศูนย์บริการนี้แทน 2.รถคันนี้ถูกตัดขายในระบบของบริษัทไปแล้วก่อนเราจะซื้อและรถคันนี้เริ่มมีการรับประกันไปแล้วตั้งแต่ 30 ก.ย.66 (เราซื้อและรับรถ 8 เม.ย.67) ขอให้เราติดต่อเซลส์และ สนง.ใหญ่ว่าจะรับผิดชอบลูกค้าเคสนี้อย่างไร พร้อมทั้งแจ้งว่า นี่คือสาเหตุที่เวลาเอารถเข้าเช็คระยะศูนย์บริการจะเช็คระยะเกินไป 6 เดือน เพราะเช็คตามข้อมูลในระบบและอายุรถในระบบที่มันเกินไป 6 เดือนจากอายุรถที่เราซื้อ
ร้องเรียน Call Center สนง.ใหญ่
วันที่ 13 ม.ค.69 เราร้องเรียนเรื่องทั้งหมดพร้อมส่งข้อมูลให้ CC สนง.ใหญ่ของค่ายรถ
วันที่ 14 ม.ค.69 CC แจ้งผลการพิจารณาข้อร้องเรียนว่า ค่ายรถยนต์จะไม่รับผิดชอบใดใดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะยังคงรับประกันตามระบบคือตั้งแต่ 30 ก.ย.66 แม้ว่าลูกค้าจะทำการซื้อและรับรถในเดือนแมษายน 2567 ก็ตาม ซึ่งจะทำให้รถคันนี้ที่ซื้อป้ายแดงได้รับประกันเพียง 4 ปี 6 เดือน มิใช่ 5 ปีหรือ100,000 กม. เช่นป้ายแดงทั่วไป นอกจากนี้ยังแจ้งว่า บริษัทจะไม่ขยายการรับประกันหรือเยียวยาใดใดแก่ลูกค้าในกรณีนี้ทั้งสิ้น เราได้สอบถาม CC ว่าในสมุดคู่มือที่ระบุวันส่งมอบรถคือ 8 เม.ย.67 ซึ่งเป็นเอกสารของที่ค่ายรถที่ส่งมอบให้เจ้าของรถ ทำไมถึงรับประกันให้เราตั้งแต่ 30 ก.ย.66 และได้รับคำตอบว่า ทาง สนง.ใหญ่ ไม่สนใจข้อมูลในกระดาษ จะดูเฉพาะข้อมูลในระบบเท่านั้น แม้ว่าจะเป็นเอกสารของค่ายรถที่ออกให้ลูกค้าเองก็ตาม // ใดใดคือข้อมูลในระบบเหล่านั้น ลูกค้าทุกรายไม่สามารถจะเข้าถึงและตรวจสอบได้ ถ้าศูนย์บริการไม่ดูให้และแจ้งให้ลูกค้าทราบ //เราจึงส่งอีเมล์ถึง CC อีกครั้งโดยขอให้แจ้งคำปฏิเสธที่ได้แจ้งกับเราด้วยวาจาเป็นลายลักษณ์อักษรทางอีเมล์ หรือ ยืนยันการรับประกันรถว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อใดถึงเมื่อใด แต่ไม่ได้รับการติดต่อใดใดจนถึง 22 ม.ค.69
ความคืบหน้า
23 ม.ค.69 CC ติดต่อมาหลังจากเงียบไป 7 วันทำการเต็มๆ เนื่องจากเมื่อคืนเราได้มีคนช่วยประสานเรื่องให้ และในวันเดียวกัน เราได้ไปยื่นหนังสือถึงผู้บริหารของค่ายรถและขอเข้าพบ แต่กลับมีเจ้าหน้าที่ CC ที่ปฏิเสธไม่รับผิดชอบเราในตอนแรกมารับหนังสือและคุยแทน โดยบอกว่าผู้บริหารไม่อยู่ และแจ้งว่า วันอังคารที่ 27 ม.ค.69 (วันนี้) จะแจ้งความคืบหน้า ในเบื้องต้นบริษัทบอกจะรับประกันให้ 5 ปีหรือ100,000กม. แต่ไม่สามารถรับผิดชอบอย่างอื่นได้อีก แต่เราขอให้สนง.ใหญ่พิจารณาเยียวยาลูกค้าที่ซื้อรถใหม่ป้ายแดงจากศูนย์ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของบริษัท เพราะผู้บริหารอาจจะอยากดูแลลูกค้าที่ซื้อรถของคุณ หรือเยียวยาลูกค้าที่โดนดีลเลอร์ที่ตัวเองแต่งตั้งทำแบบนี้ และใดใดคือเพื่อรักษาชื่อเสียงบริษัทให้บริษัทลองพิจารณาดู โดยเราไม่ได้ขอเปลี่ยนคันใหม่อะไรเลย แค่อยากได้การแสดงออกถึงความรับผิดชอบจากค่ายรถที่มากกว่าการรับประกัน (ที่ต้องได้ตามปกติแต่ค่ายรถก็ไม่ให้ในตอนแรก) ซึ่งในตอนแรก ผู้จัดการของแผนก CC ปฏิเสธว่าไม่ขอรับผิดชอบทุกกรณีเช่นกัน แต่เรายืนยันให้นำเรื่องนี้ไปเสนอผู้บริหารก่อน เพราะ CC ไม่มีอำนาจตัดสินใจหรือปฏิเสธลูกค้าทันที นอกจากนี้เรายังได้ถาม CC ว่าที่ปฏิเสธไม่รับประกันเราในตอนแรกทางโทรศัพท์ ปฏิเสธตามสัญญาข้อไหน หรือกฎหมายอะไร ทาง CC ตอบว่าไม่มี (แต่ปฏิเสธเราไปแล้วอย่างหนักแน่นว่าไม่รับผิดชอบได้ตามที่เล่าไปแล้ว)
ผลสรุป
ค่ายรถจะรับผิดชอบแค่ให้การรับประกัน 5 ปีหรือ 100,000 กม. และให้คูปอง 1 ใบ แทนที่ศูนย์เช็ครอบ 10,000 กม.ข้ามไปสำหรับเรา ส่วนการที่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น หรือเราต้องการความรับผิดชอบอย่างอื่น สนง.ใหญ่ ไม่สามารถรับผิดชอบได้ทุกกรณี
ประเด็นของที่อยากแชร์และเตือนคนซื้อรถป้ายแดง
1.ถึงแม้เราจะซื้อป้ายแดงจากศูนย์ ซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของค่ายรถ ก็อาจถูกนำรถที่ตัดขายในระบบไปแล้วและเริ่มการรับประกันไปแล้วมาส่งมอบให้ลูกค้าเป็นป้ายแดงได้นะ เช่นเราเป็นต้น
2.และพอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ค่ายรถเจ้าของแบรนด์ รับผิดชอบแค่ให้ประกันรถเท่าที่ควรจะได้อยู่แล้วเท่านั้น (ซึ่งในตอนแรกก็ไม่ให้ด้วยซ้ำ เราไปไฟว้มา) ไม่ได้เยียวยาลูกค้า หรือชดเชยใดใดสักอย่าง ขอยกตัวอย่าง1.รถคันนี้ถูกขายไปในระบบและเริ่มรับประกันไปแล้วก่อนเอามาขายลูกค้า 6 เดือน เป็นรถเก่า เป็น demo หรือ test drive หรือเป็นอะไรก็ไม่รู้ ถูกทำอะไรมาบ้าง แม้ว่ารถจะใช้ได้ แต่มันใช่หรือป่าว เราซื้อรถป้ายแดงนะ 2. เราซื้อรถ เม.ย.67 ทำไมไม่ได้รถปี 67 แต่ได้รถที่ผลิตในเดือน ส.ค.66 (เราจ้างช่างมาช่วยตรวจแล้ว) และขายในระบบไปแล้วเดือน กย.66 3.ค่าเสื่อมของรถถ้าเราซื้อรถเม.ย.67 เราก็ควรจะรับรถและเริ่มมีค่าเสื่อมเมื่อเม.ย.67 ไม่ใช่ ก.ย.66 ไหนจะเรื่องปีของรถรถปี 2024 กับ 2023 เวลาขายต่อราคาก็ต่างกัน แบบว่าถ้าจะพูดว่าเสียหายอะไรบ้างจริงๆ คงมีอย่างอื่นอีกมั้ง
*****3.เหตุผลหลักๆที่ค่ายรถปฏิเสธลูกค้า คือ เราซื้อกับดีลเลอร์ ไม่ได้ซื้อกับค่ายรถโดยตรง จึงรับผิดชอบไม่ได้ แม้ว่าจะเป็นดีลเลอร์ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของค่ายรถเอง ในสมุดคู่มือรถ/การรับประกันที่แจกให้ลูกค้าก็ระบุเป็นค่ายรถ มิใช่ดีลเลอร์ แถมเวลาโฆษณาขายในทีวี ยูทูป จะบอกว่าพบกันได้แล้ววันนี้ ที่ xxx และโชว์รูมทั่วประเทศ (ซึ่งก็คือดีลเลอร์ของคุณ)
4.เคสของเรา มีเอกสารหลักฐานระบุวันซื้อขายชัดเจนว่า ซื้อและรับรถ เม.ย.67 และมีหลักฐานชัดเจนว่า ข้อมูลในระบบของค่ายรถระบุวันที่ขายไปก่อนล่วงหน้า ต่างจากเคสตัวรถชำรุดบกพร่อง เช่น เครื่องเสียงดัง เร่งไม่ขึ้น ที่ต้องไปพิสูจน์มากมาย แต่ของเราแค่เอกสารก็ชัดเลยว่าเอารถที่เคยขายไปแล้วมาส่งมอบขายให้ลูกค้าเป็นป้ายแดง แต่ชัดขนาดนี้ก็ยังไม่รับผิดชอบลูกค้าเลย ไม่อยากคิดว่า ถ้าใช้รถแล้วมีปัญหา ไม่ต้องถามหาความรับผิดชอบเลย
5.กรณีแบบเรา ลูกค้าจะไม่สามารถรู้ได้เลย เพราะในเล่มวันรับรถระบุวันส่งมอบตรง แต่ในระบบไม่ตรง เพราะขายไปแล้ว แล้วลูกค้าจะตรวจสอบ ณ วันรับรถยังไง คนซื้อรถใหม่ของยี่ห้อนี้คงต้องไปขอดูหน้าจอว่ารถตัวเองที่ซื้อป้ายแดงจากศูนย์เริ่มรับประกันไปหรือยัง หรือดูหน้าจออาจจะยังไม่พอรึป่าวก็ไม่รู้ ต้องเอาช่างมาตรวจรถป้ายแดงจากศูนย์ด้วยมั้ง ถ้าซื้อจากยี่ห้อนี้ เพราะลูกค้าซื้อรถป้ายแดงแล้วไม่ได้ป้ายแดงเหมือนยี่ห้ออื่น