เลือกตั้ง 2569 : "เท้ง" นำทีม ถก ส.อ.ท. 100 วันแรกหากเป็นรัฐบาล "อุดรูรั่วระบบเศรษฐกิจ"
https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/267029
.

.
"เท้ง" นำทีมพรรคประชาชน ถก ส.อ.ท. เสนอแผนอุดรูรั่วระบบเศรษฐกิจ 100 วันแรกหากเป็นรัฐบาล ทำคนละครึ่งต่อ แต่เพิ่มหวยใบเสร็จ
.
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน เข้าพบนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
.
โดยนายเกรียงไกร กล่าวว่า ได้มีการแลกเปลี่ยนกับทางนายณัฐพงษ์และทีมบริหารของพรรคประชาชน ในเรื่องนโยบายทางด้านเศรษฐกิจในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม รวมทั้งปัญหาเชิงโครงสร้างต่างๆ ที่เราเผชิญอยู่
.
เพราะประเทศมีความท้าทายมากมาย ทั้งเรื่องการพัฒนาคน สิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่มีขั้นตอนและปัญหาอุปสรรคมากมายรออยู่
.
ภาคเอกชน จึงอยากฟังว่าแนวทางของพรรคประชาชนในกรณีที่หลังการเลือกตั้ง จะได้มาเป็นผู้บริหารประเทศว่าจะมีแนวทาง และวิธีการแก้ปัญหาเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ทำให้ผู้ประกอบการไปต่อได้อย่างไร ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญ เพราะวันนี้ปัญหาปากท้องเป็นเรื่องสำคัญที่สุด การแข่งขันภายนอกที่มากมาย ซึ่งควบคุมไม่ได้แต่ปัญหาภายในที่เราควบคุมได้จะทำอย่างไร
.
ต่อมานายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้ความเชื่อมั่น คือ อยากให้ความเชื่อมั่นว่าต่อไปหากในอนาคตได้เข้าไปบริหารประเทศ จะมีเวทีพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเคยเห็นปัญหารอบด้าน ก็จะไม่ทิ้งช่วงแน่นอน
.
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมายคุ้มครองแรงงานกฎหมายอากาศสะอาด ภาคเอกชนเองก็อาจมีข้อห่วงใยบางประการ วันนี้มาในฐานะหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่อยากมายืนยันว่า พรรคประชาชนไม่ได้มีแนวทาง ทำนโยบายหวังคะแนนเสียงระยะสั้น แต่มองโจทย์ระยะยาวที่เป็นทางออกของประเทศสิ่งสำคัญที่สุดคือการดำเนินนโยบายที่รักษาสมดุลอย่างรอบด้าน
.
เชื่อว่าสภาอุตสาหกรรมหรือไม่ว่าใครก็ตาม ทุกคนพร้อมที่จะสนับสนุนนโยบายเพื่อหาทางออกและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้ประเทศได้จริง การมาพูดคุยกันจะได้จะทำให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจกันหากได้ทำงานร่วมกันในอนาคต
.
นอกจากนี้ ยังคุยกันเรื่องการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งมีการสะท้อนปัญหานี้ในห้องประชุม ปัญหาของภาคเอกชนหลายอย่างที่เจอ ครึ่งหนึ่งมีรากเหง้ามาจากการทุจริตคอร์รัปชัน ถ้าเรามีเจตจำนงที่ชัดเจน การเข้าสู่อำนาจของเราไม่ได้มีผลประโยชน์ทับซ้อน เชื่อว่าพรรคประชาชนเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดในตอนนี้ที่จะเข้าไปดำเนินนโยบายเพื่อขจัดปัญหาอุปสรรคให้กับภาคเอกชนได้
.
เสนอแผนอุดรูรั่วระบบเศรษฐกิจ 100 วันแรกหากเป็นรัฐบาล
.
ส่วนหากได้เป็นรัฐบาล 100 วันแรกจะผลักดันเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับการกระตุ้นภาคเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรม นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้เสนอทั้ง 100 วันแรก 1 ปีแรก และภายใน 4 ปี โจทย์ระยะสั้นภายใน 100 วันแรกได้มีการนำเสนออุดรูรั่วในระบบเศรษฐกิจ เช่น การปราบปรามสินค้าเถื่อนราคาถูกที่ทะลักเข้ามาจากต่างประเทศ รวมถึงนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น
.
โดยตัวแทนของสภาอุตสาหกรรม ก็อยากให้ดำเนินนโยบายที่ดีอยู่แล้วให้ทำต่อ อย่ามองเป็นเรื่องทางการเมือง ยกเลิกนโยบายอะไรที่ดีกับประชาชน อย่างคนละครึ่ง ก็ทำต่อแต่เพิ่มเติมหวยใบเสร็จเข้าไป ซึ่งเชื่อว่ามีความสำคัญที่จะทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาวสำหรับคนตัวเล็กตัวน้อยมากที่สุด
.
นอกจากนี้ ยังดูในเรื่องการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน มีนโยบาย ส่งเสริมผู้ประกอบการใครที่เข้ามาสู่ระบบภาษีผ่านนโยบายหวยใบเสร็จ เพิ่มเพดานภาษี Vat ให้ มีคูปองคืน Vat ให้ กับผู้ประกอบการที่ทำดีแล้วได้มากขึ้น หน้าที่รัฐบาลคือสร้างแต้มต่อให้กับคนที่ทำความถูกต้องในประเทศนี้ หากใครทำให้ถูกต้องก็ต้องใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
.
.
เท้ง ปัดตอบปลด หมอสุภัทร กลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ มั่นใจทีมแพทย์ชนบท เจตนาดี
https://www.matichon.co.th/politics/news_5567917
.
‘เท้ง’ ปัดตอบปลด ‘หมอสุภัทร’ ถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ มั่นใจทีมแพทย์ชนบทช่วยคนด้วยเจตนาดี ชี้ ผู้แทนประชาชนควรมีความกล้าหาญ ย้ำหลักการร่วมรัฐบาลข้อเดิม หากได้เสียงมากพอ กำหนดเงื่อนไขเองได้ หากรัฐมนตรีเทาก็สั่งปลด
.
เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2569 ที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค กล่าวถึงกรณีคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาความผิดทางวินัย ของ นพ.
สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส. สงขลา เขต 2 พรรคประชาชน โดยระบุว่า ขอยืนยันจุดยืนของพรรคประชาชนว่า มาตรฐานจริยธรรมทางการเมือง ต้องอยู่สูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย พรรคประชาชนก็ได้มีการตรวจสอบภายในอย่างเข้มข้น
.
ส่วนกรณีของ นพ.
สุภัทร นาย
ณัฐพงษ์กล่าวว่า ขอชวนทุกคนย้อนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ นพ.
สุภัทรเป็นแกนนำของกลุ่มแพทย์ชนบท ที่เข้ามาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และอีกหลายพื้นที่ ในกระบวนการตรวจสอบเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างเราก็เห็นกันอยู่ว่า ในหน้างานการหากต้องปฏิบัติตามระเบียบราชการทุกอย่าง อาจไม่ทันต่อการช่วยเหลือประชาชน และเป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า
“
สิ่งสำคัญของผู้ที่อาสามาเป็นตัวแทนประชาชนต้องมีคือความกล้าหาญ ไม่ได้ต้องมานั่งกลัวว่าระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างตอนนั้นจะเป็นอย่างไร ทำให้ทุกอย่างติดขัดไปหมด ไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที จึงอยากให้ทุกคนช่วยมองตรงนี้ด้วยความเป็นธรรม ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับ นพ. สุทภัทร เป็นเพราะเหตุผลเบื้องหลังอะไร ถ้าเห็นว่าการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในช่วงโควิด-19 เป็นสิ่งถูกต้อง แต่ระเบียบอาจเปิดช่องให้มีการกลั่นแกล้งกัน อยากให้ช่วยกันมองอีกด้านหนึ่ง” นาย
ณัฐพงษ์กล่าว
.
ส่วนจะเป็นการกลั่นแกล้งกันทางการเมืองหรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนเองก็อยู่ในสถานะที่ต้องดูผลสอบทั้ง 2 ด้าน ให้สมดุลกัน หากวันใดมีผลสอบออกมาแล้ว และหากจะต้องดำเนินการอย่างจริงจังในการจัดการคนภายในของตนเอง ก็ต้องทำเช่นเดียวกัน จึงขอสงวนความเห็นว่าเป็นการโจมตีกันทางการเมืองหรือไม่ แต่หลักการใช้อำนาจและเป็นตัวแทนประชาชนต้องมีความกล้าหาญด้วย ตนเองก็เคยทำงานร่วมกับทีมแพทย์ชนบทที่เคยมาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ของตน และช่วยแก้ปัญหาได้มาก จึงพูดแทนได้ว่าสิ่งที่ นพ.
สุภัทร และทีมแพทย์ชนบททำมีเจตนารมณ์ที่อยากช่วยเหลือประชาชนเป็นตัวตั้ง
.
“
ส่วนจะถูกจะผิดในรายละเอียดอย่างไร มีความพยายาม ตั้งใจทุจริตหรือไม่ ส่วนตัวผมไม่เชื่อ แต่จะเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือเปล่า เป็นสิ่งที่ผมตอบไม่ได้ อยากให้ประชาชนใช้สายตาทุกคนช่วยกันสอดส่อง” นาย
ณัฐพงษ์กล่าว
.
ทั้งนี้ นาย
ณัฐพงษ์เชื่อว่า นพ. สุภัทร ไม่ได้เสียสมาธิ ยังคงทำงานในพื้นที่อย่างเต็มที่ ทุกคนในพรรคก็เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี จึงขอเรียกร้องทุกคนให้ดูกระบวนการที่เหลือ เราคงไม่ได้อยากเห็นคนที่ตั้งใจเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และมีความกล้าหาญ พยายามใช้อำนาจที่มีตามระเบียบราชการทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหาโดยมีประชาชนเป็นตัวตั้ง ต้องถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง
.
สำหรับกรณีที่หัวหน้าพรรคกล้าธรรมได้ปราศรัยพาดพิงพรรคประชาชนบนเวทีปราศรัย ว่าทุกพรรคก็เทาเหมือนกัน และพรรคประชาชน เลือก ท. ได้ ธ. นั้น นาย
ณัฐพงษ์กล่าวว่า คงไม่ได้ตอบโต้อะไรกับทางฝั่งนั้น เชื่อว่าบทพิสูจน์ที่ดีที่สุดคือเมื่อเราเข้าไปสู่อำนาจแล้ว เราจัดการอย่างไรกับผู้มีประวัติสีเทา การค้ามนุษย์ และการค้ายาเสพติด ซึ่งหากประชาชนให้ความไว้วางใจเราเป็นรัฐบาล ก็จะพิสูจน์ให้เห็น รวมถึงที่เราบอกว่า ไม่มีสีเทาของเรา คือมีเทาเราจัดการ ก็ขอให้ดูการจัดตั้งรัฐบาล
.
“เราวางหลักการไว้หลายข้อ อย่างน้อยที่สุดรัฐมนตรีที่มีประวัติสีเทาเราไม่สามารถยอมรับได้ หรือถ้าเข้าสู่อำนาจแล้วไปทำเรื่องที่ไม่ถูกต้อง หรือทุจริตคอรัปชั่นต่างๆ เราก็พร้อมที่จะปลดออก” นาย
ณัฐพงษ์กล่าว
.
เมื่อถามว่า กรณีของ นพ.
สุภัทร ที่มีผลจากการลงมติของรัฐมนตรีฝั่งภูมิใจไทยนั้น จะส่งผลต่อการตัดสินใจร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า จุดยืนของการร่วมรัฐบาลได้บอกไปแล้วว่า ไม่สามารถร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม และไม่สามารถโหวตให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยได้ โจทย์ส่วนที่เหลือก็คือ พรรคประชาชนจำเป็นต้องได้เสียงที่เข้มแข็งมากพอในการจัดตั้งรัฐบาล กำกับทิศทางของพรรคร่วมรัฐบาลได้ คำว่ากำกับทิศทางของพรรคร่วมรัฐบาล ก็ได้บอกไปเมื่อสักครู่แล้วว่าเงื่อนไขคืออะไร
.
“
ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นสีอะไร ตราบใดที่ประชาชนให้ความไว้วางใจพรรคประชาชนมากเพียงพอ เสียงของเราเข้มแข็งเพียงพอ เราปฏิเสธรัฐมนตรีสีเทาได้ หรือถ้าเขามีประวัติ เราสั่งออกจากตำแหน่งได้ ผมคิดว่านี่เป็นหลักการจุดยืนที่ชัดเจนเพียงพอแล้ว” นาย
ณัฐพงษ์ระบุ
.
นาย
ณัฐพงษ์ย้ำอีกว่า เมื่อเราเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราเป็นคนกำหนดเงื่อนไข อย่าไปมองว่าเรายื่นมือ หรืออยากจะจับกับใคร ตอนนี้จุดยืนของเรามีเพียงอย่างเดียวคือทำให้การเมืองโปร่งใส ปราศจากทุจริตคอร์รัปชั่น ตอนนี้เราตั้งเงื่อนไขขั้นต่ำไว้แบบนี้ พรรคใดที่จะอ้างว่าเราตั้งเงื่อนไขสูงไป หรือพรรคประชาชนไปเที่ยวชี้หน้าคนอื่นว่าเป็นสีเทา เราขอปฏิเสธว่าไม่จริง มาตรฐานที่เราเสนอถือเป็นขั้นต่ำมากที่ประเทศไทยควรจะมีมานานแล้ว และเราไม่เคยกล่าวหาว่าใครเป็นสีเทาทั้งสิ้น ทุกอย่างก็อยู่ที่หลักฐานในเชิงประจักษ์
.
นอกจากนี้ นาย
ณัฐพงษ์ยังรอดูผลการประชุมเรื่องสำนักงานประกันสังคม พร้อมระบุว่า ประเด็นการผลักดันเรื่องประกันสังคมไม่ได้เพิ่งมาช่วงหาเสียงเลือกตั้ง รอบผลักดันกันมานานแล้วก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นบำนาญสูตรแคร์ที่วางอยู่บนโต๊ะของคณะรัฐมนตรีที่จะอนุมัติได้ ทำไมถึงไม่ผ่านสักทีก่อนหน้านี้ ถ้าเราได้เป็นรัฐบาล ยืนยันว่าจะเดินหน้าบำนาญสูตรแคร์โดยทันที
.
รวมถึงอีกหลายประเด็นเราก็ผลักดันมาก่อนหน้านี้แล้ว อยากให้ประกันสังคมมีความโปร่งใสมากขึ้น แต่ก็อาจยังไม่ได้เห็นการขับเคลื่อนที่ดีเท่าที่ควร คาดหวังแทนประชาชนแต่ยังยืนยันว่า จริงๆ ถ้าอยากจะทำ ก็สามารถทำไปก่อนหน้านี้ตั้งนานแล้วเหมือนกัน
.
สำหรับประเด็นเรื่องการใช้งบประมาณตัดชุดสูทสำหรับข้าราชการสำนักงานประกันสังคมนั้น นาย
ณัฐพงษ์กล่าวว่า ทุกอย่างก็อยู่ในสายตาของประชาชน สิ่งที่ผู้ประกันตนอยากเห็นคือการใช้เงินในกองทุนที่ผู้ประกันตนทุกคนสมทบเข้ามา เป็นน้ำพักน้ำแรงของผู้ใช้แรงงานทุกคน นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อยู่ต่อผู้ประกันตนทุกคนมากที่สุด มากกว่าใช้เพื่อประโยชน์ของคนบางกลุ่มหรือคนในสำนักงานเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้กล่าวหาคนในหน่วยงานทั้งหมด ค่าใช้จ่ายบางอย่างก็จำเป็น แต่โจทย์สำคัญที่สุดคือคุ้มค่าแล้วหรือไม่
JJNY : "เท้ง"นำทีมถกส.อ.ท.│เท้งมั่นใจทีมแพทย์ชนบท เจตนาดี│‘ทีมปกส.ก้าวหน้า’ เปิดแนวรบ│ป้าไม่เอาส้ม ขอถ่ายรูปคู่ไอซ์-โรม
.
.
นอกจากนี้ ยังดูในเรื่องการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน มีนโยบาย ส่งเสริมผู้ประกอบการใครที่เข้ามาสู่ระบบภาษีผ่านนโยบายหวยใบเสร็จ เพิ่มเพดานภาษี Vat ให้ มีคูปองคืน Vat ให้ กับผู้ประกอบการที่ทำดีแล้วได้มากขึ้น หน้าที่รัฐบาลคือสร้างแต้มต่อให้กับคนที่ทำความถูกต้องในประเทศนี้ หากใครทำให้ถูกต้องก็ต้องใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
.
.
เท้ง ปัดตอบปลด หมอสุภัทร กลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ มั่นใจทีมแพทย์ชนบท เจตนาดี
https://www.matichon.co.th/politics/news_5567917
.
‘เท้ง’ ปัดตอบปลด ‘หมอสุภัทร’ ถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ มั่นใจทีมแพทย์ชนบทช่วยคนด้วยเจตนาดี ชี้ ผู้แทนประชาชนควรมีความกล้าหาญ ย้ำหลักการร่วมรัฐบาลข้อเดิม หากได้เสียงมากพอ กำหนดเงื่อนไขเองได้ หากรัฐมนตรีเทาก็สั่งปลด
.
เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2569 ที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค กล่าวถึงกรณีคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาความผิดทางวินัย ของ นพ. สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส. สงขลา เขต 2 พรรคประชาชน โดยระบุว่า ขอยืนยันจุดยืนของพรรคประชาชนว่า มาตรฐานจริยธรรมทางการเมือง ต้องอยู่สูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย พรรคประชาชนก็ได้มีการตรวจสอบภายในอย่างเข้มข้น
.
ส่วนกรณีของ นพ. สุภัทร นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ขอชวนทุกคนย้อนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ นพ. สุภัทรเป็นแกนนำของกลุ่มแพทย์ชนบท ที่เข้ามาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และอีกหลายพื้นที่ ในกระบวนการตรวจสอบเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างเราก็เห็นกันอยู่ว่า ในหน้างานการหากต้องปฏิบัติตามระเบียบราชการทุกอย่าง อาจไม่ทันต่อการช่วยเหลือประชาชน และเป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้า
“สิ่งสำคัญของผู้ที่อาสามาเป็นตัวแทนประชาชนต้องมีคือความกล้าหาญ ไม่ได้ต้องมานั่งกลัวว่าระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างตอนนั้นจะเป็นอย่างไร ทำให้ทุกอย่างติดขัดไปหมด ไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที จึงอยากให้ทุกคนช่วยมองตรงนี้ด้วยความเป็นธรรม ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับ นพ. สุทภัทร เป็นเพราะเหตุผลเบื้องหลังอะไร ถ้าเห็นว่าการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในช่วงโควิด-19 เป็นสิ่งถูกต้อง แต่ระเบียบอาจเปิดช่องให้มีการกลั่นแกล้งกัน อยากให้ช่วยกันมองอีกด้านหนึ่ง” นายณัฐพงษ์กล่าว
.
ส่วนจะเป็นการกลั่นแกล้งกันทางการเมืองหรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนเองก็อยู่ในสถานะที่ต้องดูผลสอบทั้ง 2 ด้าน ให้สมดุลกัน หากวันใดมีผลสอบออกมาแล้ว และหากจะต้องดำเนินการอย่างจริงจังในการจัดการคนภายในของตนเอง ก็ต้องทำเช่นเดียวกัน จึงขอสงวนความเห็นว่าเป็นการโจมตีกันทางการเมืองหรือไม่ แต่หลักการใช้อำนาจและเป็นตัวแทนประชาชนต้องมีความกล้าหาญด้วย ตนเองก็เคยทำงานร่วมกับทีมแพทย์ชนบทที่เคยมาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ของตน และช่วยแก้ปัญหาได้มาก จึงพูดแทนได้ว่าสิ่งที่ นพ. สุภัทร และทีมแพทย์ชนบททำมีเจตนารมณ์ที่อยากช่วยเหลือประชาชนเป็นตัวตั้ง
.
“ส่วนจะถูกจะผิดในรายละเอียดอย่างไร มีความพยายาม ตั้งใจทุจริตหรือไม่ ส่วนตัวผมไม่เชื่อ แต่จะเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือเปล่า เป็นสิ่งที่ผมตอบไม่ได้ อยากให้ประชาชนใช้สายตาทุกคนช่วยกันสอดส่อง” นายณัฐพงษ์กล่าว
.
ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์เชื่อว่า นพ. สุภัทร ไม่ได้เสียสมาธิ ยังคงทำงานในพื้นที่อย่างเต็มที่ ทุกคนในพรรคก็เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี จึงขอเรียกร้องทุกคนให้ดูกระบวนการที่เหลือ เราคงไม่ได้อยากเห็นคนที่ตั้งใจเข้ามาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และมีความกล้าหาญ พยายามใช้อำนาจที่มีตามระเบียบราชการทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหาโดยมีประชาชนเป็นตัวตั้ง ต้องถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง
.
สำหรับกรณีที่หัวหน้าพรรคกล้าธรรมได้ปราศรัยพาดพิงพรรคประชาชนบนเวทีปราศรัย ว่าทุกพรรคก็เทาเหมือนกัน และพรรคประชาชน เลือก ท. ได้ ธ. นั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า คงไม่ได้ตอบโต้อะไรกับทางฝั่งนั้น เชื่อว่าบทพิสูจน์ที่ดีที่สุดคือเมื่อเราเข้าไปสู่อำนาจแล้ว เราจัดการอย่างไรกับผู้มีประวัติสีเทา การค้ามนุษย์ และการค้ายาเสพติด ซึ่งหากประชาชนให้ความไว้วางใจเราเป็นรัฐบาล ก็จะพิสูจน์ให้เห็น รวมถึงที่เราบอกว่า ไม่มีสีเทาของเรา คือมีเทาเราจัดการ ก็ขอให้ดูการจัดตั้งรัฐบาล
.
“เราวางหลักการไว้หลายข้อ อย่างน้อยที่สุดรัฐมนตรีที่มีประวัติสีเทาเราไม่สามารถยอมรับได้ หรือถ้าเข้าสู่อำนาจแล้วไปทำเรื่องที่ไม่ถูกต้อง หรือทุจริตคอรัปชั่นต่างๆ เราก็พร้อมที่จะปลดออก” นายณัฐพงษ์กล่าว
.
เมื่อถามว่า กรณีของ นพ. สุภัทร ที่มีผลจากการลงมติของรัฐมนตรีฝั่งภูมิใจไทยนั้น จะส่งผลต่อการตัดสินใจร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า จุดยืนของการร่วมรัฐบาลได้บอกไปแล้วว่า ไม่สามารถร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม และไม่สามารถโหวตให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยได้ โจทย์ส่วนที่เหลือก็คือ พรรคประชาชนจำเป็นต้องได้เสียงที่เข้มแข็งมากพอในการจัดตั้งรัฐบาล กำกับทิศทางของพรรคร่วมรัฐบาลได้ คำว่ากำกับทิศทางของพรรคร่วมรัฐบาล ก็ได้บอกไปเมื่อสักครู่แล้วว่าเงื่อนไขคืออะไร
.
“ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นสีอะไร ตราบใดที่ประชาชนให้ความไว้วางใจพรรคประชาชนมากเพียงพอ เสียงของเราเข้มแข็งเพียงพอ เราปฏิเสธรัฐมนตรีสีเทาได้ หรือถ้าเขามีประวัติ เราสั่งออกจากตำแหน่งได้ ผมคิดว่านี่เป็นหลักการจุดยืนที่ชัดเจนเพียงพอแล้ว” นายณัฐพงษ์ระบุ
.
นายณัฐพงษ์ย้ำอีกว่า เมื่อเราเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราเป็นคนกำหนดเงื่อนไข อย่าไปมองว่าเรายื่นมือ หรืออยากจะจับกับใคร ตอนนี้จุดยืนของเรามีเพียงอย่างเดียวคือทำให้การเมืองโปร่งใส ปราศจากทุจริตคอร์รัปชั่น ตอนนี้เราตั้งเงื่อนไขขั้นต่ำไว้แบบนี้ พรรคใดที่จะอ้างว่าเราตั้งเงื่อนไขสูงไป หรือพรรคประชาชนไปเที่ยวชี้หน้าคนอื่นว่าเป็นสีเทา เราขอปฏิเสธว่าไม่จริง มาตรฐานที่เราเสนอถือเป็นขั้นต่ำมากที่ประเทศไทยควรจะมีมานานแล้ว และเราไม่เคยกล่าวหาว่าใครเป็นสีเทาทั้งสิ้น ทุกอย่างก็อยู่ที่หลักฐานในเชิงประจักษ์
.
นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ยังรอดูผลการประชุมเรื่องสำนักงานประกันสังคม พร้อมระบุว่า ประเด็นการผลักดันเรื่องประกันสังคมไม่ได้เพิ่งมาช่วงหาเสียงเลือกตั้ง รอบผลักดันกันมานานแล้วก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นบำนาญสูตรแคร์ที่วางอยู่บนโต๊ะของคณะรัฐมนตรีที่จะอนุมัติได้ ทำไมถึงไม่ผ่านสักทีก่อนหน้านี้ ถ้าเราได้เป็นรัฐบาล ยืนยันว่าจะเดินหน้าบำนาญสูตรแคร์โดยทันที
.
รวมถึงอีกหลายประเด็นเราก็ผลักดันมาก่อนหน้านี้แล้ว อยากให้ประกันสังคมมีความโปร่งใสมากขึ้น แต่ก็อาจยังไม่ได้เห็นการขับเคลื่อนที่ดีเท่าที่ควร คาดหวังแทนประชาชนแต่ยังยืนยันว่า จริงๆ ถ้าอยากจะทำ ก็สามารถทำไปก่อนหน้านี้ตั้งนานแล้วเหมือนกัน
.
สำหรับประเด็นเรื่องการใช้งบประมาณตัดชุดสูทสำหรับข้าราชการสำนักงานประกันสังคมนั้น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ทุกอย่างก็อยู่ในสายตาของประชาชน สิ่งที่ผู้ประกันตนอยากเห็นคือการใช้เงินในกองทุนที่ผู้ประกันตนทุกคนสมทบเข้ามา เป็นน้ำพักน้ำแรงของผู้ใช้แรงงานทุกคน นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อยู่ต่อผู้ประกันตนทุกคนมากที่สุด มากกว่าใช้เพื่อประโยชน์ของคนบางกลุ่มหรือคนในสำนักงานเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้กล่าวหาคนในหน่วยงานทั้งหมด ค่าใช้จ่ายบางอย่างก็จำเป็น แต่โจทย์สำคัญที่สุดคือคุ้มค่าแล้วหรือไม่