ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ปัญหาฝุ่นควันและ PM2.5 กลับมาทวีความรุนแรงในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญประการหนึ่งคือ การเผาในที่โล่ง ทั้งการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร การเผาป่า และการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูก ซึ่งสามารถตรวจสอบและติดตามได้แบบเกือบเรียลไทม์ผ่านเทคโนโลยีดาวเทียมขององค์การอวกาศสหรัฐฯ หรือ NASA
หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่นักวิจัย หน่วยงานรัฐ และสื่อมวลชนทั่วโลกใช้ คือเว็บไซต์ NASA FIRMS (Fire Information for Resource Management System)
NASA FIRMS คืออะไร
NASA FIRMS เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่รวบรวมข้อมูลจุดความร้อน (Hotspots) จากดาวเทียมสำรวจโลกของ NASA โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมหลัก เช่น เครื่องมือตรวจสอบ MODIS บนดาวเทียม Terra และ Aqua รวมไปถึงอุปกรณ์ VIIRS บนดาวเทียม Suomi NPP และ NOAA-20
ระบบจะตรวจจับพลังงานความร้อนที่ผิดปกติบนพื้นผิวโลก ซึ่งมักสัมพันธ์กับเหตุการณ์ไฟไหม้หรือการเผาในที่โล่ง แล้วแสดงผลออกมาเป็นจุดสีต่าง ๆ บนแผนที่โลก ผู้ใช้สามารถเลือกดูข้อมูลรายวัน รายชั่วโมง หรือย้อนหลัง พร้อมระบุพิกัดพื้นที่ได้อย่างละเอียด
จุดความร้อนสะท้อนปัญหาฝุ่นอย่างไร
แม้จุดความร้อนจะไม่ใช่ค่าฝุ่น PM2.5 โดยตรง แต่ถือเป็น ตัวชี้วัดต้นตอของมลพิษทางอากาศ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการเผาเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่นควันและก๊าซพิษจำนวนมาก เมื่อเกิดการสะสมร่วมกับสภาพอากาศปิด ลมอ่อน หรืออุณหภูมิผกผัน ฝุ่นจึงลอยค้างในบรรยากาศและส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในวงกว้าง
AI วิเคราะห์จังหวัดที่มีการเผาหนาแน่นที่สุด
จากการนำข้อมูลจุดความร้อนของ NASA FIRMS มาวิเคราะห์ร่วมกับระบบ AI พบว่าในช่วงเวลานี้ ประเทศไทยมีหลายจังหวัดที่ปรากฏจุดความร้อนหนาแน่นเป็นพิเศษ สะท้อนการเผาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ได้แก่
1. นครสวรรค์ จุดสีแดงหนาแน่นมากในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง
2. ชัยภูมิ แถบสีแดงเข้มพาดผ่านบริเวณรอยต่อภาคอีสาน
3. กาญจนบุรี พบจุดความร้อนต่อเนื่องตามแนวชายแดนตะวันตก
4. นครราชสีมา พบกระจายตัวเป็นวงกว้างในพื้นที่เกษตร
5. ลพบุรี กลุ่มจุดความร้อนหนาแน่นในภาคกลาง
6. พิจิตร อยู่ในกลุ่มเดียวกับนครสวรรค์
7. เพชรบูรณ์ บริเวณรอยต่อภาคอีสาน
8. สุพรรณบุรี สอดคล้องกับพื้นที่ปลูกอ้อยขนาดใหญ่
9. กำแพงเพชร ภาคเหนือตอนล่าง
10. กาฬสินธุ์ และขอนแก่น กลุ่มจุดความร้อนในภาคอีสานตอนกลาง
จังหวัดเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งการเผาตอซังและเศษวัสดุหลังการเก็บเกี่ยว ยังคงเป็นวิธีจัดการพื้นที่ที่พบได้บ่อย แม้จะมีมาตรการห้ามเผาแล้วก็ตาม
เครื่องมือสำคัญต่อการบริหารจัดการฝุ่น
ข้อได้เปรียบของ NASA FIRMS คือ ความโปร่งใสและเข้าถึงได้ฟรี ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปดูแผนที่จุดความร้อนได้ด้วยตนเอง ขณะที่หน่วยงานรัฐสามารถใช้ข้อมูลนี้ในการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง วางแผนดับไฟและป้องกันไฟป่า และเชื่อมโยงกับข้อมูลคุณภาพอากาศเพื่อออกมาตรการเชิงรุก
ในยุคที่ปัญหาฝุ่นมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเทคโนโลยีดาวเทียมและ AI กำลังทำให้ต้นตอของมลพิษถูกเปิดเผยอย่างชัดเจนมากขึ้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าฝุ่นมาจากไหน แต่คือ สังคมจะจัดการกับปัญหาการเผาอย่างเป็นระบบได้จริงแค่ไหน ก่อนที่ผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจจะรุนแรงไปมากกว่านี้
รู้จักเว็บไซต์ NASA FIRMS เผยจุดความร้อนโดยใช้เทคโนโลยีดาวเทียมสำรวจโลก
หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่นักวิจัย หน่วยงานรัฐ และสื่อมวลชนทั่วโลกใช้ คือเว็บไซต์ NASA FIRMS (Fire Information for Resource Management System)
NASA FIRMS คืออะไร
NASA FIRMS เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่รวบรวมข้อมูลจุดความร้อน (Hotspots) จากดาวเทียมสำรวจโลกของ NASA โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมหลัก เช่น เครื่องมือตรวจสอบ MODIS บนดาวเทียม Terra และ Aqua รวมไปถึงอุปกรณ์ VIIRS บนดาวเทียม Suomi NPP และ NOAA-20
ระบบจะตรวจจับพลังงานความร้อนที่ผิดปกติบนพื้นผิวโลก ซึ่งมักสัมพันธ์กับเหตุการณ์ไฟไหม้หรือการเผาในที่โล่ง แล้วแสดงผลออกมาเป็นจุดสีต่าง ๆ บนแผนที่โลก ผู้ใช้สามารถเลือกดูข้อมูลรายวัน รายชั่วโมง หรือย้อนหลัง พร้อมระบุพิกัดพื้นที่ได้อย่างละเอียด
จุดความร้อนสะท้อนปัญหาฝุ่นอย่างไร
แม้จุดความร้อนจะไม่ใช่ค่าฝุ่น PM2.5 โดยตรง แต่ถือเป็น ตัวชี้วัดต้นตอของมลพิษทางอากาศ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการเผาเป็นแหล่งกำเนิดฝุ่นควันและก๊าซพิษจำนวนมาก เมื่อเกิดการสะสมร่วมกับสภาพอากาศปิด ลมอ่อน หรืออุณหภูมิผกผัน ฝุ่นจึงลอยค้างในบรรยากาศและส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในวงกว้าง
AI วิเคราะห์จังหวัดที่มีการเผาหนาแน่นที่สุด
จากการนำข้อมูลจุดความร้อนของ NASA FIRMS มาวิเคราะห์ร่วมกับระบบ AI พบว่าในช่วงเวลานี้ ประเทศไทยมีหลายจังหวัดที่ปรากฏจุดความร้อนหนาแน่นเป็นพิเศษ สะท้อนการเผาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ได้แก่
1. นครสวรรค์ จุดสีแดงหนาแน่นมากในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง
2. ชัยภูมิ แถบสีแดงเข้มพาดผ่านบริเวณรอยต่อภาคอีสาน
3. กาญจนบุรี พบจุดความร้อนต่อเนื่องตามแนวชายแดนตะวันตก
4. นครราชสีมา พบกระจายตัวเป็นวงกว้างในพื้นที่เกษตร
5. ลพบุรี กลุ่มจุดความร้อนหนาแน่นในภาคกลาง
6. พิจิตร อยู่ในกลุ่มเดียวกับนครสวรรค์
7. เพชรบูรณ์ บริเวณรอยต่อภาคอีสาน
8. สุพรรณบุรี สอดคล้องกับพื้นที่ปลูกอ้อยขนาดใหญ่
9. กำแพงเพชร ภาคเหนือตอนล่าง
10. กาฬสินธุ์ และขอนแก่น กลุ่มจุดความร้อนในภาคอีสานตอนกลาง
จังหวัดเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งการเผาตอซังและเศษวัสดุหลังการเก็บเกี่ยว ยังคงเป็นวิธีจัดการพื้นที่ที่พบได้บ่อย แม้จะมีมาตรการห้ามเผาแล้วก็ตาม
เครื่องมือสำคัญต่อการบริหารจัดการฝุ่น
ข้อได้เปรียบของ NASA FIRMS คือ ความโปร่งใสและเข้าถึงได้ฟรี ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าไปดูแผนที่จุดความร้อนได้ด้วยตนเอง ขณะที่หน่วยงานรัฐสามารถใช้ข้อมูลนี้ในการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง วางแผนดับไฟและป้องกันไฟป่า และเชื่อมโยงกับข้อมูลคุณภาพอากาศเพื่อออกมาตรการเชิงรุก
ในยุคที่ปัญหาฝุ่นมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเทคโนโลยีดาวเทียมและ AI กำลังทำให้ต้นตอของมลพิษถูกเปิดเผยอย่างชัดเจนมากขึ้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าฝุ่นมาจากไหน แต่คือ สังคมจะจัดการกับปัญหาการเผาอย่างเป็นระบบได้จริงแค่ไหน ก่อนที่ผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจจะรุนแรงไปมากกว่านี้