อยากจะบายความรู้สึกของตัวเองตอนนี้ค่ะ อย่างน้อยแค่ได้พิมพ์ออกมาใหัตัวเองโล่งได้บ้าง เราอายุ 17 ปี ปีนี้เรียนอยู่ม.4 สายวิทย์-คณิต และมีความฝันว่าอยากจะเป็นสัตวแพทย์ค่ะ เราไม่ใช่คนเรียนดีจนเป็นคนมีพรสวรรค์ แต่ก็พอจะเรียนรู้เรื่อง เรียกว่าคนธรรมดาทั่วๆไป ไม่มีอะไรโดดเด่นเลย เป้าหมายของเราชัดเจนมาตั้งแต่ม.ต้น แต่ที่บ้านมีปัญหามาตลอด ทั้งเรื่องเงิน เรื่องอื่นๆ พ่ออยากให้เราเรียนหมอ เพราะเขาบอกว่าเป็นหมอดีจะตายไป แต่ตอนนี้เขาเลิกพูดเรื่องนั้นไปแล้ว เพราะเขาไม่เคยส่งค่าเทอมเราสักบาทเดียว ตอนม.ต้นเราสอบติดห้อง gif ของโรงเรียนหนึ่ง เราอยากเรียนมาก ถึงรู้ว่ามันเป็นไปได้ยากเพราะค่าเทอมสูง แต่แม่ก็คุยกับพ่อจนเราได้เรียน และคำที่เราจำได้ตลอด พ่อบอกว่า "ถ้าอยากจะเรียนมากก็ให้มันไปขายตัวจ่ายค่าเทอมเอา" ค่าเทอมมาเราก็รู้ว่าพ่อแค่ตกลงไปอย่างนั้น เขาไม่มีเงินมาจ่ายค่าเทอม จนติดค่าเทอมอยู่ 5 เทอม แต่สุดท้ายญาติที่ไม่ชอบพ่อของเราก็ยอมช่วยค่าเทอมเราทั้ง 5 เทอม เราพยายามเต็มที่เพื่อตัวเองและความฝัน เราตอนนั้นคิดว่ามันยังมีความหวัง จนช่วงสอบเข้าม.4 เราอยากเรียนต่อที่อื่น แต่พ่อบอกว่าไม่มีเงินเราก็ต้องล้มเลิกความคิด ทั้งที่สมัครสอบไปแล้ว และผ่านมาไม่นานก็ถึงช่วงแตกหักกับพี่ชาย ครอบครัวเรารวมอยู่กับแฟนพี่ชาย เพื่อที่จะหารค่าเช่าบ้านกัน (10,000บาท) เราทะเลาะกับพี่ชายหนักมากจนพี่บอกให้เรารีบย้ายออกไปได้แล้ว เราและพี่สาวพอมีเงินเก็บอยู่ เลยเอาเงินวางมัดจำห้องทั้งหมด 18,000 แบ่งจ่าย 2 รอบ รอบแรกจ่าย 12,000 และถัดมาครึ่งเดือนจ่ายอึก 6,000 จนจบค่ามัดจำ 3 เดือน พี่สาวเราเงินเดือน 6,000 กว่าๆ และเอาเงินมาจ่ายมัดจำจนหมด เรากับพี่บอกพ่อว่าต้องจ่ายค่าเช่าวันที่ 1 เราบอกล่วงหน้าเขา 1 เดือน เขาบอกว่าน่าจะไม่ช็อตแล้ว จนมาวันนี้พ่อบอกว่าไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า(ไม่มึเลยสักบาท) ทั้งที่เราพึ่งมาอยู่เดือนนี้เดือนแรก เขาบอกว่าค่าไปโรงเรียน ค่ากิน จ่ายแค่นี้ก็หมดแล้ว ทั้งที่ค่าไปโรงเรียนเขาแทบไม่ได้ให้เราเลย ค่าเทอมเราก็เอาเงินเก็บตัวเองจ่าย เขาไม่เคยจ่ายค่าเทอมให้เราสักบาทเดียวและเขาก็เอาแต่ด่าเราว่าเพราะเราทะเลาะกับพี่ชายแล้วย้ายออกมา เลยต้องเป็นแบบนี้ เราเลือกแล้วต้องรับผิดชอบเอง (ทั้งที่ค่าเช่ารวมน้ำไฟแล้วที่เดิมจ่ายแพงกว่าด้วยซ้ำ) และเราเองก็ทำงานพาร์ทไทม์ได้เดือนนึงไม่เท่าไหร่ และทำยังไม่ได้เงินเดือน เดือนแรกด้วยซ้ำ บางทีเราเหนื่อยจนอยากหายไป ไม่อยากลืมตามาใช้ชีวิตแบบนี้ต่อแล้ว ทั้งเรื่องเรียน เรื่องทำงาน เรื่องที่บ้าน เป็นเรื่องที่ทิ้งไม่ได้สักอย่าง เรากลัวว่าจะต้องทิ้งความฝันของตัวเอง ต้องทิ้งอนาคตของตัวเอง
เหนื่อยจนอยากจะหายไป