ก๊อกๆๆ วันนี้มาแชร์เรื่องราวในมหาลัยอีกแล้วค่ะเรื่องมันมีอยู่ว่าเราเนี่ยเป็นนักศึกษาอยู่ ม.ดังย่านชานเมืองที่ต่างจังหวัดค่ะซึ่งทำเลแถวๆนั้นจะไม่มีรถสาธารณะขนส่งเลย นักศึกษาที่นั่นส่วนมากจะเอารถส่วนตัวมอไซด์รถยนต์ไปใช้ค่ะดารสอนก็จะแบ่งเป็นห้องๆค่ะห้อง a-c ซึ่งเราได้อยู่ห้อง A ทีนี้ตอนเราเริ่มเข้าเรียนมาแรกๆแม่เราก็ให้มอเตอร์ไซด์เราไปใช้เพราะอยู่หอพัก จนเปิดเทอมเราไปเจอกับเพื่อนคนนึง นามแฝง b เรากับ b ครั้งแรกได้นั่งจ้างๆกันก็แนะนำตัวบอกชื่อบอกอะไรกันไป จนเราก็ถาม b ว่าขับรถมาเรียนหรอ ซึ่งนางก็บอกว่าขับรถไม่เป็นเดินจากหอมามอ พอเลิกเรียนนางก็ขอติดรถเราไปด้วยก็ซ้อนมอไซด์ไป เพราะเห็นว่าไม่มีรถขับรถไปเป็น ก็นั่งรถไปด้วยสักระยะนึง จนเราและ b ไปเจอกับเพื่อนอีกคนนึง นามแฝง d ซึ่ง d เป็นรุ่นพี่ที่ซิ่วมาจากมอดังย่านรังสิตค่ะ แล้วเป็นคนดูพูดเก่ง แต่ d ก็ดูเหมือนจะสนิทกับ b มากกว่าเราแบบคุยกันถูกคอกว่าเราก็เฉยๆไม่ได้อะไรค่ะ
แต่ทีนี้เรื่องราวก็เกิดขึ้นเมื่อเราเริ่มทำใบขับขี่แล้วคุณแม่ก็ให้รถยนต์เรามาใช้ เราก็ไม่ได้อยู่หอพักแล้วไปอยู่บ้านในเมืองแทนค่ะ
-ไม่นาน d ก็เริ่มพูดคุยเข้าหาเรามากขึ้นเริ่มตีสนิทกับเราจนรวมกลุ่มกันเป็น3คน
- ซึ่งช่วงที่เรามีรถยนต์แรกๆ d ก็เริ่มขอติดรถเราไปกลับทุกๆวัน แต่ d เป็นคนที่ขับรถเป็นและเอามอไซด์ส่วนตัวมาใช้ แรกๆเราก็ไม่คิดอะไร ซึ่งสองคนอยู่บนรถก็จะคุยกันสนุกๆปล่อยเราขับไปบ้าง
- บางวันเพื่อนอีกคนของ d ก็ชอบเนียนขึ้นรถเราหน้าตาเฉยๆไม่ขอไม่บอก บางวัน d ก็จะเริ่มใช้เราให้ไปรับเพื่อนของนางบ่อยๆเพราะเพื่อนนางขับรถไม่เป็น (ไม่ใช่คนเดียวกับ b นะคะ) ซึ่ง b และ d กับเพื่อนอีกคนก็มาขึ้นรถเราไปกลับตลอดๆ
- b และ d บางทีก็เสนอว่าจะไปเที่ยวนู้นนี้ในเมืองบ้างเกือบทุกอาทิตย์ โดยจะนั่งรถเราไป แต่ด้วยความที่เราเป็นคนไม่ได้เที่ยวบ่อยๆเราอยากเก็บเงิน เราก็จะตอบปัดๆไปตลอดค่ะ
- ทั้ง2เริ่มมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมค่ะ อาทิ ดูดบุหรี่ไฟฟ้าบนรถไม่บอกไม่กล่าว หรือพอกผิวแล้วครีมติดเบาะจนเป็นคราบขาว แม้กระทั้งถ่าย ตต.เปิดวิดีโอเสียงดังบนรถ
-หรือบางวันก็เอาคนอื่นมาเพิ่มคุยกันอยู่ปล่อยทำเหมือนเราไม่มีตัวตน บางทีก็คุยกันว่าอยากดูดพอตส่งบุหรี่กันไปโดยไม่เห็นหัวกันเลยว่าเจ้าของรถนั่งอยู่ จนเราก็ดุเลยค่ะว่าถ้าจะดูดบุหรี่กันก็ลงจากรถไป
- d ตอนช่วงที่เราเอามอไซด์ไปใช้ก็จะขับรถตัวเองไปเรียนตามปกติค่ะพอเราใช้รถยนต์ก็จะเริ่มมาขอติดไปด้วย ส่วน b ก็เริ่มตีตัวห่างเราค่ะเห็นแค่ตอนไม่มีคนมารับถึงให้เรามารับไปด้วย
จากน้ำใจเล็กๆก็ทำให้เราเริ่มรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ที่เราต้องคอยไปรับไปส่งคนพวกนั้น
จุดแตกหักมันอยู่ตรงนี้ค่ะ
-d ไม่อยู่หอตัวเองซึ่งนางไปนอนบ้านเช่าของแฟนนางก็จะชอบขอให้เราไปรับไปส่งแรกๆก็ไปรับไปส่ง ก็เห็นรถนางจอดอยู่หน้าบ้านแฟนนี่ก็งงว่าทำไมไม่ขับรถตัวเอง
-หลังๆเราเริ่มไม่สะดวกไปรับไปส่ง d เพราะมันนอกเส้นทางแล้วในซอยมันเข้าออกลำบากมากๆ แต่วันไหนถ้าเราไม่รับนางก็จะไม่มาเรียนเลย ทั้งๆที่รถมอไซด์ตัวเองก็ขับไปนอนที่บ้านแฟนได้แต่ทำไมขับมาเรียนไม่ได้
-ตอนนั้นเราปี๊ดแตกสุดเพราะนางใช้ให้เรามารับเพราะเหตุผลที่ว่าแฟนนางไม่ตื่นไม่มีใครไปส่งไม่อยากปลุกเกรงใจ ทั่งๆที่รถตัวเองก็ขับไปเรียนเองได้
-เทอม2หลังเปิดเทอมได้วันนึง B และ d ก็ชวนเราไปเที่ยว กทม.ค่ะเพราะอยากไปถ่ายรูปสวยๆโดยเสนอว่าจะเอารถของเราไป สองคนนั้นได้มีการคุยเองเออเองกัน2คนแล้วมาชวนเราวันใกล้ๆจะไปค่ะ
-2คนนั้นได้ให้เหตุผลว่าถ้าโทรไปชวนเราเนิ่นๆเราจะไม่ไปเลยต้องมาขอวันใกล้ๆ จนในใจเราแบบ
เห้ยมันมัดมือชกกันเกินไปรึเปล่า
-เราได้เสนอทางอื่นว่าทำไมไม่ไปรถไฟกับรถตู้ล่ะ ซึ่งนางก็ตอบเรามาว่า ไม่อยากนั่งรถไฟเพราะมีลมฝุ่นเดี๋ยวผมเสียทรง หรือแม้กระทั้งรถตู้ไม่อยากไปนั่งรวมกับคนอื่น
-เราได้ตอบยืนยันว่าเราจะไม่ขับรถเข้า กทม เพราะเรายังเป็นมือใหม่กลัวเรื่องอุบัติเหตุเพราะ กทม.ขึ้นชื่อว่ารถเยอะสุดๆ
-สองคนนั้นก็ได้ดันทุรังต่อว่า ถ้าเราไม่ขับเดี๋ยวขับให้ก็ได้ ถ้าเราขับนางจะช่วยค่าน้ำมันให้เราเอง แล้วก็หาเรื่องมาโน้มน้าวเอยว่า กทม เสาร์อาทิตย์รถไม่ติดหรอกขับสบายๆ หรือ ให้เราเอารถไปจอดข้างทางแล้วขึ้น bts เข้าเมืองบ้าง
-แต่ด้วยความที่เราเองก็เข้า กทม. ด้วยรถสาธารณะหรือคุณพ่อขับไปด้วยบ้างเราก็เห็นว่าเหตุผลมันฟังไม่ขึ้นเอาซะเลย กทม.รถติดทุกวันทุกเวลาอยู่แล้ว หรือแม้กระทั้งเอาไปจอดข้างทางสุ่มสี่สุ่ม5ก็โดนล็อกล้อหรือเสียตังต่อ ชม.
-เมื่อเราเด็ดขาดว่าเราจะไม่ไป กทม.สองคนนั้นก็เสนอว่าจะให้เราขับไปรังสิต เพราะไม่เข้าตัวเมืองสรุปคือเราก็บอกว่าด่านตรวจเยอะไม่อยากเสี่ยง แล้วก็ยังเสนอว่าจะช่วยค่าน้ำมันจะเลี้ยงข้าวเรา
ปล. ถ้าเกิดเราปฏิเสธแล้วคนพวกนั้นไม่มารบกวนเราไม่อะไรหรอกค่ะแต่นี่ยังดันทุรังต่อเพื่อที่ว่าตัวเองจะไปให้ได้ พอหลังๆจะไปเที่ยวไปกินอะไรก็จะมาขออาศัยแต่รถเราฟรีๆทั้งที่2คนนั้นสนิทกันอยู่2คนรถตัวเองก็มีใช้ แต่รถเราค่าน้ำมันก็ไม่ขอเสนอช่วยสักบาทแบบนี้มันก็เหมือนเรายอมไปเป็นขี้ข้าให้แบบฟรีๆ นับจากวันนั้นเราเลยตัดสินใจเฝดตัวเองออกมา ไม่รับไม่ส่งเหมือนปกติค่ะ
ใครเคยเจอแบบนี้มาแชร์กันนะคะ
เลิกคบกับเพื่อนในมหาลัยเพราะแค่รถคันเดียว
แต่ทีนี้เรื่องราวก็เกิดขึ้นเมื่อเราเริ่มทำใบขับขี่แล้วคุณแม่ก็ให้รถยนต์เรามาใช้ เราก็ไม่ได้อยู่หอพักแล้วไปอยู่บ้านในเมืองแทนค่ะ
-ไม่นาน d ก็เริ่มพูดคุยเข้าหาเรามากขึ้นเริ่มตีสนิทกับเราจนรวมกลุ่มกันเป็น3คน
- ซึ่งช่วงที่เรามีรถยนต์แรกๆ d ก็เริ่มขอติดรถเราไปกลับทุกๆวัน แต่ d เป็นคนที่ขับรถเป็นและเอามอไซด์ส่วนตัวมาใช้ แรกๆเราก็ไม่คิดอะไร ซึ่งสองคนอยู่บนรถก็จะคุยกันสนุกๆปล่อยเราขับไปบ้าง
- บางวันเพื่อนอีกคนของ d ก็ชอบเนียนขึ้นรถเราหน้าตาเฉยๆไม่ขอไม่บอก บางวัน d ก็จะเริ่มใช้เราให้ไปรับเพื่อนของนางบ่อยๆเพราะเพื่อนนางขับรถไม่เป็น (ไม่ใช่คนเดียวกับ b นะคะ) ซึ่ง b และ d กับเพื่อนอีกคนก็มาขึ้นรถเราไปกลับตลอดๆ
- b และ d บางทีก็เสนอว่าจะไปเที่ยวนู้นนี้ในเมืองบ้างเกือบทุกอาทิตย์ โดยจะนั่งรถเราไป แต่ด้วยความที่เราเป็นคนไม่ได้เที่ยวบ่อยๆเราอยากเก็บเงิน เราก็จะตอบปัดๆไปตลอดค่ะ
- ทั้ง2เริ่มมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมค่ะ อาทิ ดูดบุหรี่ไฟฟ้าบนรถไม่บอกไม่กล่าว หรือพอกผิวแล้วครีมติดเบาะจนเป็นคราบขาว แม้กระทั้งถ่าย ตต.เปิดวิดีโอเสียงดังบนรถ
-หรือบางวันก็เอาคนอื่นมาเพิ่มคุยกันอยู่ปล่อยทำเหมือนเราไม่มีตัวตน บางทีก็คุยกันว่าอยากดูดพอตส่งบุหรี่กันไปโดยไม่เห็นหัวกันเลยว่าเจ้าของรถนั่งอยู่ จนเราก็ดุเลยค่ะว่าถ้าจะดูดบุหรี่กันก็ลงจากรถไป
- d ตอนช่วงที่เราเอามอไซด์ไปใช้ก็จะขับรถตัวเองไปเรียนตามปกติค่ะพอเราใช้รถยนต์ก็จะเริ่มมาขอติดไปด้วย ส่วน b ก็เริ่มตีตัวห่างเราค่ะเห็นแค่ตอนไม่มีคนมารับถึงให้เรามารับไปด้วย
จากน้ำใจเล็กๆก็ทำให้เราเริ่มรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ที่เราต้องคอยไปรับไปส่งคนพวกนั้น
จุดแตกหักมันอยู่ตรงนี้ค่ะ
-d ไม่อยู่หอตัวเองซึ่งนางไปนอนบ้านเช่าของแฟนนางก็จะชอบขอให้เราไปรับไปส่งแรกๆก็ไปรับไปส่ง ก็เห็นรถนางจอดอยู่หน้าบ้านแฟนนี่ก็งงว่าทำไมไม่ขับรถตัวเอง
-หลังๆเราเริ่มไม่สะดวกไปรับไปส่ง d เพราะมันนอกเส้นทางแล้วในซอยมันเข้าออกลำบากมากๆ แต่วันไหนถ้าเราไม่รับนางก็จะไม่มาเรียนเลย ทั้งๆที่รถมอไซด์ตัวเองก็ขับไปนอนที่บ้านแฟนได้แต่ทำไมขับมาเรียนไม่ได้
-ตอนนั้นเราปี๊ดแตกสุดเพราะนางใช้ให้เรามารับเพราะเหตุผลที่ว่าแฟนนางไม่ตื่นไม่มีใครไปส่งไม่อยากปลุกเกรงใจ ทั่งๆที่รถตัวเองก็ขับไปเรียนเองได้
-เทอม2หลังเปิดเทอมได้วันนึง B และ d ก็ชวนเราไปเที่ยว กทม.ค่ะเพราะอยากไปถ่ายรูปสวยๆโดยเสนอว่าจะเอารถของเราไป สองคนนั้นได้มีการคุยเองเออเองกัน2คนแล้วมาชวนเราวันใกล้ๆจะไปค่ะ
-2คนนั้นได้ให้เหตุผลว่าถ้าโทรไปชวนเราเนิ่นๆเราจะไม่ไปเลยต้องมาขอวันใกล้ๆ จนในใจเราแบบ
เห้ยมันมัดมือชกกันเกินไปรึเปล่า
-เราได้เสนอทางอื่นว่าทำไมไม่ไปรถไฟกับรถตู้ล่ะ ซึ่งนางก็ตอบเรามาว่า ไม่อยากนั่งรถไฟเพราะมีลมฝุ่นเดี๋ยวผมเสียทรง หรือแม้กระทั้งรถตู้ไม่อยากไปนั่งรวมกับคนอื่น
-เราได้ตอบยืนยันว่าเราจะไม่ขับรถเข้า กทม เพราะเรายังเป็นมือใหม่กลัวเรื่องอุบัติเหตุเพราะ กทม.ขึ้นชื่อว่ารถเยอะสุดๆ
-สองคนนั้นก็ได้ดันทุรังต่อว่า ถ้าเราไม่ขับเดี๋ยวขับให้ก็ได้ ถ้าเราขับนางจะช่วยค่าน้ำมันให้เราเอง แล้วก็หาเรื่องมาโน้มน้าวเอยว่า กทม เสาร์อาทิตย์รถไม่ติดหรอกขับสบายๆ หรือ ให้เราเอารถไปจอดข้างทางแล้วขึ้น bts เข้าเมืองบ้าง
-แต่ด้วยความที่เราเองก็เข้า กทม. ด้วยรถสาธารณะหรือคุณพ่อขับไปด้วยบ้างเราก็เห็นว่าเหตุผลมันฟังไม่ขึ้นเอาซะเลย กทม.รถติดทุกวันทุกเวลาอยู่แล้ว หรือแม้กระทั้งเอาไปจอดข้างทางสุ่มสี่สุ่ม5ก็โดนล็อกล้อหรือเสียตังต่อ ชม.
-เมื่อเราเด็ดขาดว่าเราจะไม่ไป กทม.สองคนนั้นก็เสนอว่าจะให้เราขับไปรังสิต เพราะไม่เข้าตัวเมืองสรุปคือเราก็บอกว่าด่านตรวจเยอะไม่อยากเสี่ยง แล้วก็ยังเสนอว่าจะช่วยค่าน้ำมันจะเลี้ยงข้าวเรา
ปล. ถ้าเกิดเราปฏิเสธแล้วคนพวกนั้นไม่มารบกวนเราไม่อะไรหรอกค่ะแต่นี่ยังดันทุรังต่อเพื่อที่ว่าตัวเองจะไปให้ได้ พอหลังๆจะไปเที่ยวไปกินอะไรก็จะมาขออาศัยแต่รถเราฟรีๆทั้งที่2คนนั้นสนิทกันอยู่2คนรถตัวเองก็มีใช้ แต่รถเราค่าน้ำมันก็ไม่ขอเสนอช่วยสักบาทแบบนี้มันก็เหมือนเรายอมไปเป็นขี้ข้าให้แบบฟรีๆ นับจากวันนั้นเราเลยตัดสินใจเฝดตัวเองออกมา ไม่รับไม่ส่งเหมือนปกติค่ะ
ใครเคยเจอแบบนี้มาแชร์กันนะคะ