แม่ค้าโคราชโอด พิษน้ำมันพุ่ง ไข่ผักขึ้นราคา วอนรบ.เร่งแก้
https://www.matichon.co.th/region/news_5670894
.

.
แม่ค้าโคราชโอด พิษน้ำมันพุ่ง ไข่ผักขึ้นราคา ลูกค้าบางตา-วอนรัฐบาลเร่งแก้
.
เมื่อวันนี้ 9 เมษายน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจราคาผักชนิดต่างๆ ที่ ตลาดสดสีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา หลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ราคาสินค้า ค่าขนส่ง รวมทั้งราคาผักแต่ละชนิดต้องปรับราคาสูงตาม ซึ่งทำให้บรรยากาศการจับจ่ายสินค้าค่อนข้างเงียบเหงา มีประชาชนมาเลือกซื้อสินค้าบางตาลง
.
โดยนาง
นิดตญา ศรีสูงเนิน อายุ 58 ปี แม่ค้าขายผักรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันตอนนี้แพงมาก ทำให้ราคาสินค้าต่างๆ รวมถึงราคาผักต้องปรับราคาขึ้นตาม ซึ่งร้านของตนต้องวิ่งไปรับผักมาจากตลาดสุรนารีที่อยู่ในตัวเมืองนครราชสีมา เป็นตลาดค้าส่งค้าปลีกผัก-ผลไม้รายใหญ่ เพื่อนำผักมาขายที่ตลาดสีคิ้ว แต่ช่วงนี้เงินรายได้จากการขายผักในแต่ละวัน ต้องหมดไปกับค่าน้ำมันรถ เพราะรถกระบะที่ใช้บรรทุกผักมาขายจะต้องเติมน้ำมันดีเซล แต่ราคาตอนนี้แพง กำไรที่ได้มาจากการขายผักต้องหมดไปกับการเติมน้ำมัน จนแทบไม่เหลือไว้ใช้จ่าย จึงทำให้ต้องปรับราคาขายผักแต่ละชนิดขึ้นบ้างเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ขาดทุน เช่น ผักชี ซื้อมาจากตลาดในตัวเมืองโคราชกิโลกรัมละ 120 บาท ต้องมาขายแพงขึ้นในราคา 130-140 บาท เพราะต้องประคองตนเองให้อยู่รอด
.
“
ถ้าน้ำมันยังแพงอยู่อย่างนี้ และยังจะปรับราคาสูงขึ้นอีก ก็คงไม่มีเงินจะเติมน้ำมันอีกแล้ว กำไรหายไปกับน้ำมัน คงต้องหยุดขายผัก รอให้น้ำมันลดราคา สถานการณ์ดีกว่านี้ ค่อยกลับไปรับผักมาขายใหม่อีกครั้ง จึงอยากให้รัฐบาลเห็นใจคนทำมาหากินด้วย ทำอย่างไรก็ได้ให้ราคาน้ำมันลดลงโดยเร็ว ลดเยอะๆ เท่าที่จะลดลงได้ เพราะประชาชนแย่กันหมด คนที่ทำให้เกิดวิกฤติแบบนี้รวยไม่ไหวแล้ว ไม่ใช่ประชาชนที่รวย” นาง
นิดตญา กล่าว
.
ขณะเดียวกัน ร้านจำหน่ายไข่ไก่แห่งหนึ่ง มีการปรับราคาขายไข่ไก่แต่ละเบอร์แพงขึ้นเช่นกัน โดยนาง
พรณภา ตั้งสุณาวรรณ อายุ 42 ปี ชาวบ้านรายหนึ่งในอำเภอสีคิ้ว ที่มาซื้อไข่ไก่ไปประกอบอาหารในครัวเรือน บอกว่า ไข่ขึ้นราคาหลายบาท เมื่อก่อนไข่ไก่ฟองใหญ่ แผงละ 100 บาท แต่ตอนนี้ปรับขึ้น เป็นแผงละ 125-145 บาท ถ้าแบ่งซื้อ ตกฟองละ 6-7 บาท
.
“
เศรษฐกิจแย่ ข้าวของทุกอย่างแพงหมด คนจนจะตายอยู่แล้ว กระทบทุกอาชีพ อยากให้เศรษฐกิจดีเหมือนก่อน ตอนนี้ที่ทำได้ก็คือต้องประหยัด ไม่รู้จะฝากอะไรถึงรัฐบาล ขอแค่ช่วยลดค่าน้ำมันลงโดยเร็ว กระต้นเศรษฐกิจให้มันดีกว่าเดิม คนไม่มีจะกิน พากันลำบากไปหมด เศรษฐกิจแย่แบบนี้ น้ำมันแพงสุดๆ แบบนี้ สงกรานต์ปีนี้คงจะเงียบเหงา ไม่คึกคักเหมือนทุกปีที่ผ่านมา” นาง
พรณภา กล่าว
.
.
ชาวยะลาโอด ได้แค่ทำใจ หลังปรับราคาน้ำมันลง 2 บาท วอนรบ.เห็นใจปชช.บ้าง
https://www.matichon.co.th/region/news_5670955
.
ชาวเบตงแห่เติมน้ำมันหลังปรับลดราคาลง ตัดพ้อขึ้น 6 บาทลง 2 บาท ได้แต่ทำใจ
.
เมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ปั๊ม ปตท. เบตง ถ.สุขยางค์ อ.เบตง จ.ยะลา บรรดาผู้ใช้รถกระบะ รถขนส่งสินค้า และประชาชนทั่วไปต่างทยอยเข้ามาปั๊มน้ำมันทันที หลังราคาใหม่มีผลเพื่อเป็นการประหยัดต้นทุน ภายหลังคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ประกาศลดราคาดีเซลลง 2.14 บาทต่อลิตร เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ และต้นทุนขนส่งลง โดยน้ำมันดีเซลหน้าสถานีบริการ ปตท.เบตง พาวเวอร์ดีเซลลิตรละ 68.84 บาทต่อลิตร ดีเซลลิตรละ 48.94 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 44.49 บาทต่อลิตร และเบนซินลิตรละ 53.08 บาทต่อลิตร
.
ผู้ประกอบการรถแม็คโคร กล่าวว่า เพิ่งทราบข่าวว่า ดีเซลปรับลดราคาลง จึงรีบขับรถมาเติมใส่รถยนต์กระบะและถังน้ำมัน 35 ลิตร เพราะต้องออกไปรับเหมาขุดลอกคูคลองตามสวน ตอนนี้ยอมรับได้แค่ “
ทำใจ” เพราะเวลาน้ำมันขึ้นทีเดียว 6 บาท แต่เวลาลงเพียง 2.14 บาท เท่านั้นก็ยังคงแบกภาระเรื่องน้ำมันอยู่ เพราะรับเหมาขุดลอกตามสวนจะไปขึ้นราคาเกษตรกรก็ลำบาก เพาะผลผลิตราคาก็ตกต่ำ ก็อยากให้ทางรัฐบาลหาวิธีการหรือมาตรการลดลราคาลงให้มากกว่านี้
.
จากที่ผ่านมาพอราคาน้ำมันขึ้น อาหารก็ขึ้น สินค้าอุปโภค บริโภคก็ขึ้น ตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมา อยากให้รัฐบาลหาวิธีปรับราคาน้ำมันลง โดยเฉพาะดีเซลอย่าให้ทะลุถึงลิตรละ 50 บาทเลย เพราะเศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยน้ำมันเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นภาคการท่องเที่ยว ภาคการขนส่ง และภาคการเดินทางของประชาชน อยากให้เห็นใจประชาชนบ้าง ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว ถ้าถึงลิตรละ 60 บาท คงต้องจอดรถยนต์ไว้ที่บ้าน แล้วใช้รถจักรยานยนต์แทน ถึงราคาดีเซลจะลดลงแต่อยากให้ลดลงมากกว่านี้
.
.
วินมอไซค์เมืองชัยนาทหยุดวิ่ง เหลือแค่คันเดียว เหตุน้ำมันพุ่ง หักต้นทุนแล้วไม่คุ้ม
https://www.matichon.co.th/region/news_5670879
.
น้ำมันแพงพ่นพิษวินมอเตอร์ไซค์ตลาดชัยนาทหยุดวิ่งเหลือให้บริการคันเดียวสุดท้าย
.
เมื่อวันที่ 9 เมษายน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตลาดสดเทศบาลเมืองชัยนาท เพื่อสํารวจผลกระทบจากวิกฤติน้ำมันแพง โดยมีโอกาสได้พูดคุยกับรถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือวินมอเตอร์ไซค์ที่บริเวณหน้าตลาดเทศบาลเมืองชัยนาท ซึ่ง ณ ปัจจุบันผู้ให้บริการจักรยานยนนต์รับส่งผู้โดยสาร หรือวินมอเตอร์ไซค์ จากที่เคยมีนับ 10 คัน ปัจจุบันได้พากันเลิกวิ่ง จากปัญหาน้ำมันแพง เพราะหักต้นทุนในแต่ละวันแล้วไม่คุ้ม ทำให้ปัจจุบันเหลือรถคอยให้บริการเพียงคันเดียวสุดท้าย
.
คุณลุงที่ยังเหลือให้บริการผู้โดยสารคันเดียว กล่าวว่า ในช่วงนี้วิกฤตน้ำมันแพงราคาน้ำมันเบนซิน ปัจจุบันพุ่งสูงไปถึงลิตรละ 44 บาท ซึ่งถือว่าเป็นภาระที่หนักมากสำหรับ รถจักรยานยนต์รับส่งผู้โดยสาร ทำให้ต้องปรับตัวอย่างหนัก ทั้งการขับรถให้ช้าลงเพื่อประหยัดน้ำมัน ทั้งขอปรับขึ้นค่าโดยสารจากเดิมอีกประมาณ 20-30% ตามระยะทาง โดยจะแจ้งให้ลูกค้าทราบก่อนที่จะมีการขึ้นรถ เพื่อไม่ให้เป็นการมัดมือชก
.
คุณลุง กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาลูกค้าต่างก็ยอมรับได้ ว่าค่าโดยสารอัตราใหม่ที่ปรับขึ้นนั้น ถือว่าสมเหตุสมผลตามสถานการณ์ราคาน้ำมัน โดยปกติสำหรับการวิ่งรับส่งผู้โดยสารระยะทาง 5 กม. แรกจะคิดที่อัตรา 20-30 บาท ปัจจุบันคุณลุงบอกว่า ต้องขอลูกค้าเริ่มต้นที่ 30-40 บาท ตามระยะทางและความเหมาะสม เพื่อให้ตนเองยังสามารถเลี้ยงชีพอยู่ได้ โดยไม่กระทบกับลูกค้ามากนัก
.
พร้อมทั้งยังวอนฝากถึงรัฐบาลขอให้เร่ง หามาตรการชดเชยน้ำมันกลุ่มเบนซินปรับราคาลงมา เพื่อลดภาระของชาวบ้านที่ต้องใช้ใช้น้ำมันเบนซินลง เพราะปัจจุบันกําลังได้รับความเดือดร้อน และแบกภาระหนัก
JJNY : พิษน้ำมันพุ่ง ไข่ผักขึ้นราคา│ได้แค่ทำใจ หลังน้ำมันลง 2 บ.│วินมอไซค์เชัยนาทเหลือแค่คันเดียว│วิเคราะห์ชี้ แค่พักรบ
https://www.matichon.co.th/region/news_5670894
.
.
แม่ค้าโคราชโอด พิษน้ำมันพุ่ง ไข่ผักขึ้นราคา ลูกค้าบางตา-วอนรัฐบาลเร่งแก้
.
เมื่อวันนี้ 9 เมษายน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจราคาผักชนิดต่างๆ ที่ ตลาดสดสีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา หลังราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ราคาสินค้า ค่าขนส่ง รวมทั้งราคาผักแต่ละชนิดต้องปรับราคาสูงตาม ซึ่งทำให้บรรยากาศการจับจ่ายสินค้าค่อนข้างเงียบเหงา มีประชาชนมาเลือกซื้อสินค้าบางตาลง
.
โดยนางนิดตญา ศรีสูงเนิน อายุ 58 ปี แม่ค้าขายผักรายหนึ่ง เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันตอนนี้แพงมาก ทำให้ราคาสินค้าต่างๆ รวมถึงราคาผักต้องปรับราคาขึ้นตาม ซึ่งร้านของตนต้องวิ่งไปรับผักมาจากตลาดสุรนารีที่อยู่ในตัวเมืองนครราชสีมา เป็นตลาดค้าส่งค้าปลีกผัก-ผลไม้รายใหญ่ เพื่อนำผักมาขายที่ตลาดสีคิ้ว แต่ช่วงนี้เงินรายได้จากการขายผักในแต่ละวัน ต้องหมดไปกับค่าน้ำมันรถ เพราะรถกระบะที่ใช้บรรทุกผักมาขายจะต้องเติมน้ำมันดีเซล แต่ราคาตอนนี้แพง กำไรที่ได้มาจากการขายผักต้องหมดไปกับการเติมน้ำมัน จนแทบไม่เหลือไว้ใช้จ่าย จึงทำให้ต้องปรับราคาขายผักแต่ละชนิดขึ้นบ้างเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ขาดทุน เช่น ผักชี ซื้อมาจากตลาดในตัวเมืองโคราชกิโลกรัมละ 120 บาท ต้องมาขายแพงขึ้นในราคา 130-140 บาท เพราะต้องประคองตนเองให้อยู่รอด
.
“ถ้าน้ำมันยังแพงอยู่อย่างนี้ และยังจะปรับราคาสูงขึ้นอีก ก็คงไม่มีเงินจะเติมน้ำมันอีกแล้ว กำไรหายไปกับน้ำมัน คงต้องหยุดขายผัก รอให้น้ำมันลดราคา สถานการณ์ดีกว่านี้ ค่อยกลับไปรับผักมาขายใหม่อีกครั้ง จึงอยากให้รัฐบาลเห็นใจคนทำมาหากินด้วย ทำอย่างไรก็ได้ให้ราคาน้ำมันลดลงโดยเร็ว ลดเยอะๆ เท่าที่จะลดลงได้ เพราะประชาชนแย่กันหมด คนที่ทำให้เกิดวิกฤติแบบนี้รวยไม่ไหวแล้ว ไม่ใช่ประชาชนที่รวย” นางนิดตญา กล่าว
.
ขณะเดียวกัน ร้านจำหน่ายไข่ไก่แห่งหนึ่ง มีการปรับราคาขายไข่ไก่แต่ละเบอร์แพงขึ้นเช่นกัน โดยนางพรณภา ตั้งสุณาวรรณ อายุ 42 ปี ชาวบ้านรายหนึ่งในอำเภอสีคิ้ว ที่มาซื้อไข่ไก่ไปประกอบอาหารในครัวเรือน บอกว่า ไข่ขึ้นราคาหลายบาท เมื่อก่อนไข่ไก่ฟองใหญ่ แผงละ 100 บาท แต่ตอนนี้ปรับขึ้น เป็นแผงละ 125-145 บาท ถ้าแบ่งซื้อ ตกฟองละ 6-7 บาท
.
“เศรษฐกิจแย่ ข้าวของทุกอย่างแพงหมด คนจนจะตายอยู่แล้ว กระทบทุกอาชีพ อยากให้เศรษฐกิจดีเหมือนก่อน ตอนนี้ที่ทำได้ก็คือต้องประหยัด ไม่รู้จะฝากอะไรถึงรัฐบาล ขอแค่ช่วยลดค่าน้ำมันลงโดยเร็ว กระต้นเศรษฐกิจให้มันดีกว่าเดิม คนไม่มีจะกิน พากันลำบากไปหมด เศรษฐกิจแย่แบบนี้ น้ำมันแพงสุดๆ แบบนี้ สงกรานต์ปีนี้คงจะเงียบเหงา ไม่คึกคักเหมือนทุกปีที่ผ่านมา” นางพรณภา กล่าว
.
.
ชาวยะลาโอด ได้แค่ทำใจ หลังปรับราคาน้ำมันลง 2 บาท วอนรบ.เห็นใจปชช.บ้าง
https://www.matichon.co.th/region/news_5670955
.
ชาวเบตงแห่เติมน้ำมันหลังปรับลดราคาลง ตัดพ้อขึ้น 6 บาทลง 2 บาท ได้แต่ทำใจ
.
เมื่อวันที่ 9 เมษายน ที่ปั๊ม ปตท. เบตง ถ.สุขยางค์ อ.เบตง จ.ยะลา บรรดาผู้ใช้รถกระบะ รถขนส่งสินค้า และประชาชนทั่วไปต่างทยอยเข้ามาปั๊มน้ำมันทันที หลังราคาใหม่มีผลเพื่อเป็นการประหยัดต้นทุน ภายหลังคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ประกาศลดราคาดีเซลลง 2.14 บาทต่อลิตร เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ และต้นทุนขนส่งลง โดยน้ำมันดีเซลหน้าสถานีบริการ ปตท.เบตง พาวเวอร์ดีเซลลิตรละ 68.84 บาทต่อลิตร ดีเซลลิตรละ 48.94 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 44.49 บาทต่อลิตร และเบนซินลิตรละ 53.08 บาทต่อลิตร
.
ผู้ประกอบการรถแม็คโคร กล่าวว่า เพิ่งทราบข่าวว่า ดีเซลปรับลดราคาลง จึงรีบขับรถมาเติมใส่รถยนต์กระบะและถังน้ำมัน 35 ลิตร เพราะต้องออกไปรับเหมาขุดลอกคูคลองตามสวน ตอนนี้ยอมรับได้แค่ “ทำใจ” เพราะเวลาน้ำมันขึ้นทีเดียว 6 บาท แต่เวลาลงเพียง 2.14 บาท เท่านั้นก็ยังคงแบกภาระเรื่องน้ำมันอยู่ เพราะรับเหมาขุดลอกตามสวนจะไปขึ้นราคาเกษตรกรก็ลำบาก เพาะผลผลิตราคาก็ตกต่ำ ก็อยากให้ทางรัฐบาลหาวิธีการหรือมาตรการลดลราคาลงให้มากกว่านี้
.
จากที่ผ่านมาพอราคาน้ำมันขึ้น อาหารก็ขึ้น สินค้าอุปโภค บริโภคก็ขึ้น ตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมา อยากให้รัฐบาลหาวิธีปรับราคาน้ำมันลง โดยเฉพาะดีเซลอย่าให้ทะลุถึงลิตรละ 50 บาทเลย เพราะเศรษฐกิจขับเคลื่อนด้วยน้ำมันเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นภาคการท่องเที่ยว ภาคการขนส่ง และภาคการเดินทางของประชาชน อยากให้เห็นใจประชาชนบ้าง ตอนนี้ไม่ไหวแล้ว ถ้าถึงลิตรละ 60 บาท คงต้องจอดรถยนต์ไว้ที่บ้าน แล้วใช้รถจักรยานยนต์แทน ถึงราคาดีเซลจะลดลงแต่อยากให้ลดลงมากกว่านี้
.
.
วินมอไซค์เมืองชัยนาทหยุดวิ่ง เหลือแค่คันเดียว เหตุน้ำมันพุ่ง หักต้นทุนแล้วไม่คุ้ม
https://www.matichon.co.th/region/news_5670879
.
น้ำมันแพงพ่นพิษวินมอเตอร์ไซค์ตลาดชัยนาทหยุดวิ่งเหลือให้บริการคันเดียวสุดท้าย
.
เมื่อวันที่ 9 เมษายน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตลาดสดเทศบาลเมืองชัยนาท เพื่อสํารวจผลกระทบจากวิกฤติน้ำมันแพง โดยมีโอกาสได้พูดคุยกับรถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือวินมอเตอร์ไซค์ที่บริเวณหน้าตลาดเทศบาลเมืองชัยนาท ซึ่ง ณ ปัจจุบันผู้ให้บริการจักรยานยนนต์รับส่งผู้โดยสาร หรือวินมอเตอร์ไซค์ จากที่เคยมีนับ 10 คัน ปัจจุบันได้พากันเลิกวิ่ง จากปัญหาน้ำมันแพง เพราะหักต้นทุนในแต่ละวันแล้วไม่คุ้ม ทำให้ปัจจุบันเหลือรถคอยให้บริการเพียงคันเดียวสุดท้าย
.
คุณลุงที่ยังเหลือให้บริการผู้โดยสารคันเดียว กล่าวว่า ในช่วงนี้วิกฤตน้ำมันแพงราคาน้ำมันเบนซิน ปัจจุบันพุ่งสูงไปถึงลิตรละ 44 บาท ซึ่งถือว่าเป็นภาระที่หนักมากสำหรับ รถจักรยานยนต์รับส่งผู้โดยสาร ทำให้ต้องปรับตัวอย่างหนัก ทั้งการขับรถให้ช้าลงเพื่อประหยัดน้ำมัน ทั้งขอปรับขึ้นค่าโดยสารจากเดิมอีกประมาณ 20-30% ตามระยะทาง โดยจะแจ้งให้ลูกค้าทราบก่อนที่จะมีการขึ้นรถ เพื่อไม่ให้เป็นการมัดมือชก
.
คุณลุง กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาลูกค้าต่างก็ยอมรับได้ ว่าค่าโดยสารอัตราใหม่ที่ปรับขึ้นนั้น ถือว่าสมเหตุสมผลตามสถานการณ์ราคาน้ำมัน โดยปกติสำหรับการวิ่งรับส่งผู้โดยสารระยะทาง 5 กม. แรกจะคิดที่อัตรา 20-30 บาท ปัจจุบันคุณลุงบอกว่า ต้องขอลูกค้าเริ่มต้นที่ 30-40 บาท ตามระยะทางและความเหมาะสม เพื่อให้ตนเองยังสามารถเลี้ยงชีพอยู่ได้ โดยไม่กระทบกับลูกค้ามากนัก
.
พร้อมทั้งยังวอนฝากถึงรัฐบาลขอให้เร่ง หามาตรการชดเชยน้ำมันกลุ่มเบนซินปรับราคาลงมา เพื่อลดภาระของชาวบ้านที่ต้องใช้ใช้น้ำมันเบนซินลง เพราะปัจจุบันกําลังได้รับความเดือดร้อน และแบกภาระหนัก